ประสิทธิผลของนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 กรุงเทพมหานคร
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.280195คำสำคัญ:
ประสิทธิผล, การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม, ตำรวจนครบาลบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การปราบปรามและป้องกันอาชญากรรมมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงความปลอดภัยสาธารณะโดยลดความถี่ของกิจกรรมทางอาชญากรรมและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับชุมชน โดยการลดค่าใช้จ่ายทางการเงินและทางสังคมของอาชญากรรม เช่น คดีความ โทษจำคุก และการฟื้นฟู นโยบายเหล่านี้ยังช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรอีกด้วย งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับประสิทธิผลของนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 กรุงเทพมหานคร 2) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 กรุงเทพมหานคร และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาประสิทธิผลของนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 กรุงเทพมหานคร
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน ประกอบด้วยวิธีวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากผู้ปฏิบัติงานจำนวน 400 คนจากการใช้สูตรคำนวณขนาดตัวอย่างของ Taro Yamane (1973) และการวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน จำนวน 11 นาย เป็นการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามและการสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนาและการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย: (1) ประสิทธิผลของนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม 10 ด้านพบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ด้านวัสดุอุปกรณ์ รองลงมาคือ ด้านกระบวนการบริหาร ด้านวัฒนธรรมองค์การ ด้านบุคลากร อยู่ในระดับ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านงบประมาณ อยู่ในระดับมาก ด้านการวางแผนกลยุทธ์ ด้านทีมข้ามสายงาน ด้านการประเมินผล อยู่ในระดับกลาง และ ด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ ด้านภาวะผู้นำตำรวจยุคใหม่ (2) ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของนโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 กรุงเทพมหานคร พบว่ามีปัจจัยสำคัญในการทำนายผลประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ ด้านบุคลากร (X1) ด้านกระบวนการบริหาร (X3) ด้านวัฒนธรรมองค์การ (X6) ด้านการประเมินผล (X9) และ ด้านภาวะผู้นำตำรวจยุคใหม่ (X10) มีค่าสัมประสิทธิ์ในการทำนาย (R2) เท่ากับ 0.74 สามารถทำนายผลได้ร้อยละ 74 (3) ข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาประสิทธิผล ด้านประสิทธิผลตามพันธกิจ ควรเพิ่มการสร้างวัฒนธรรมองค์การไปสู่อาสาสมัครและประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการป้องปรามอาชญากรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการปฏิบัติงาน ด้านคุณภาพการให้บริการ ควรให้ประชาชนและอาสาสมัครได้รับการอบรมการให้บริการร่วมกับบุคลากรเพื่อเพิ่ม การทำงานที่ทันสมัยและสร้างคามพึงพอใจให้กับประชาชนได้มากยิ่งขึ้น ด้านการพัฒนาองค์การควรมีการสนับสนุนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องด้านการใช้เทคโนโลยีเนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สรุปผล: จากการวิจัยพบว่าวัสดุและอุปกรณ์เป็นส่วนประกอบที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของนโยบายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ซึ่งมีประสิทธิภาพโดยรวมสูง นอกจากนี้ ยังระบุปัจจัยทำนายที่สำคัญซึ่งมีส่วนทำให้มีความแม่นยำในการทำนายถึง 74% สำหรับประสิทธิผลของนโยบาย เช่น เจ้าหน้าที่ ขั้นตอนการจัดการ วัฒนธรรมองค์กร การประเมิน และผู้นำตำรวจร่วมสมัย คำแนะนำเน้นที่การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร การเกณฑ์อาสาสมัครและประชาชนทั่วไปในการป้องกันอาชญากรรม การปรับปรุงคุณภาพบริการผ่านการฝึกอบรม และสนับสนุนการศึกษาต่อเนื่องเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี
เอกสารอ้างอิง
จีรวัฏฐ์ บุญวัฒนาภรณ์. (2556). ผลสัมฤทธิ์การบริหารจัดการของกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์,วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
เฉลิมพรหม อิทธิยาภรณ์. (2558). ประสิทธิผลการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ตำรวจภูธรภาค 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีปทุม
ชัยยศ สันติวงศ์ และนิตยา เจรียงประเสริฐ. (2546). การบริหารระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ : ประชุมช่าง.
ทวีเกียรติ ประพฤทธิ์ตระกูล. (2553). ตัวแบบการจัดการองค์การเพื่อความได้เปรียบในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ,บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสยาม.
ทวีวรรณ อินดา. (2552). การพัฒนารูปแบบที่มีประสิทธิภาพของการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ประธาน วัฒนวาณิชย์. (2546). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาชญาวิทยา. กรุงเทพมหานคร : สำนักงาน พิมพ์ประกายพรึก.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: นานมีบุคส์ พับลิเคชนส์
วิรัช วิรัชนิภาวรรณ. (2554). กระบวนการบริหารยุทธศาสตร์.กรุงเทพฯ : โฟร์เพซ
ศิริพร ลือวิกาสกุล. (2545). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในเขตรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธร อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐปฐม. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
อาภาพร เผ่าวัฒนา (2550). การพัฒนาศักยภาพระบบบริการการพยาบาล. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
Cronbach, L.J. (1974). Essentials of Psychological Testing. 3rd ed. New York: Harper and Row.
Denison, D.R. (1990). Corporate Culture and Organizational Effectiveness. New York: John Wiley & Sons.
Gibson, J.L., Ivancevich, J.M., & Donnelly, J.H. (1997). Organizations, behavior, structure, processes. 9th edition. Boston: Me Graw-Hill.
Harrison, J.P. (2010). Essentials of Strategic Planning in Healthcare. Chicago: Health.
Johnson, R.J., Kast, F.E.,& Rosenzweing, J.E. (1968). The Theory and Management of Systems. New York: McGraw-Hill. Book Company.
Sathe, V. (1985). Culture and Related Corporate Realities. Homewood, Illinois: Richard D. Irwin, Inc.
Waterman, R., Peter, T.,& Phillips, J. (1980). In search of Excellence. United States, Industrial Management.
Wheelen, T.L. & Hunger, J.D. (2002). Strategic Management and Business. Policy. (8th Ed). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. 3rd Edition, Harper and Row, New York.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





