การศึกษาผลการใช้วิธีการสอนแบบห้องเรียนกลับด้านและแบบวิดีทัศน์ในรายวิชาการวิจัยในชั้นเรียน

ผู้แต่ง

  • รุ่งภรณ์ กล้ายประยงค์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://orcid.org/0000-0003-1377-8228

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2025.280137

คำสำคัญ:

ห้องเรียนกลับด้าน, การจัดการเรียนรู้เชิงรุก, วิธีการสอนแบบวิดีทัศน์, การวิจัยในชั้นเรียน

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยในชั้นเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาด้านสัดส่วนเวลาการฝึกปฏิบัติ ส่งเสริมการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาในรายวิชาการวิจัยในชั้นเรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาจากการใช้วิธีการสอนแบบห้องเรียนกลับด้านและแบบวิดีทัศน์ในรายวิชาการวิจัยในชั้นเรียน และ (2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาจากการใช้วิธีการสอนแบบห้องเรียนกลับด้านและแบบวิดีทัศน์ในรายวิชาการวิจัยในชั้นเรียน

ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้ใช้การวิจัยเชิงกึ่งทดลอง ทำการศึกษากับนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ลงทะเบียนและเข้าสอบรายวิชาการวิจัยในชั้นเรียน จำนวน 75 คน (นักศึกษาที่เข้าร่วมวิธีการสอนแบบห้องเรียนกลับด้านจำนวน 37 คน และแบบวิดีทัศน์จำนวน 38 คน) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบห้องเรียนกลับด้าน และแบบสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาการวิจัยในชั้นเรียน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสถิติพื้นฐาน คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัย: (1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาจากการใช้วิธีการสอนแบบห้องเรียนกลับด้านมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 39.12 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.345 ส่วนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาจากการใช้วิธีการสอนแบบวิดีทัศน์ มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 27.55 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.564 จากคะแนนเต็ม 50 คะแนน (2) ค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาในรายวิชาการวิจัยในชั้นเรียนจากการใช้วิธีการสอนแบบห้องเรียนกลับด้านสูงกว่าการใช้วิธีการสอนแบบวิดีทัศน์ (39.12 > 27.55)

สรุปผล: วิธีการสอนแบบห้องเรียนกลับด้านมีความเป็นไปได้ในการแก้ปัญหาด้านสัดส่วนเวลาการฝึกปฏิบัติ ตอบสนองความต้องการและความสามารถที่หลากหลายของนักศึกษา เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิผล นอกจากนี้นักศึกษายังเกิดการพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมและทักษะการสื่อสาร ส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา รวมถึงเจตคติที่ดีต่อการเรียนในรายวิชาการวิจัยในชั้นเรียน

เอกสารอ้างอิง

บุญชม ศรีสะอาด. (2546). การวิจัยสำหรับครู. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น

พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2561). เทคนิคการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

รุ่งภรณ์ กล้ายประยงค์. (2563). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกในสาระการเรียนรู้การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง. วารสารสถาบันวิจัยญาณสังวร, 11(1), 104–113.

รุ่งภรณ์ กล้ายประยงค์. (2566). ความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าของนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในยุคการหยุดชะงักสองต่อ. วารสารรามคำแหง ฉบับบัณฑิตวิทยาลัย, 6(3), 33–48.

Afshar, M., Zarei, A., Moghaddam, M.R., & Shoorei, H. (2024). Flipped and peer-assisted teaching: A new model in virtual anatomy education. BMC Medical Education, 24(1), 722. https://doi.org/10.1186/s12909-024-05697-4 DOI: https://doi.org/10.1186/s12909-024-05697-4

Bergmann, J., & Sams, A. (2012). Flip your classroom: Reach every student in every class every day. Eugene, OR: International Society for Technology in Education.

Ettien, A., & Touré, Y. É. J. (2023). Theoretical Foundations of the Flipped Classroom. European Journal of Education and Pedagogy, 4(6), 53–57. https://doi.org/10.24018/ejedu.2023.4.6.771 DOI: https://doi.org/10.24018/ejedu.2023.4.6.771

Riddle, E., Gier, E., & Williams, K. (2020). Utility of the flipped classroom when teaching clinical nutrition material. Journal of the Academy of Nutrition and Dietetics, 120(3), 351–358. https://doi.org/10.1016/j.jand.2019.09.015 DOI: https://doi.org/10.1016/j.jand.2019.09.015

Suire, K., Hastert, M., Herrmann, S. D., & Donnelly, J. E. (2024). Feasibility of the flipped classroom approach for health education in a clinical weight loss program. PEC Innovation, 5, 100308. https://doi.org/10.1016/j.pecinn.2024.100308 DOI: https://doi.org/10.1016/j.pecinn.2024.100308

Tawafak, R., Alfarsi, G., Jabbar, J., Iqbal Malik, S., Mathew, R., AlSidiri, A., Shakir, M., & Romli, A. (2021). Impact of Technologies During COVID-19 Pandemic for Improving Behavior Intention to Use E-learning. International Journal of Interactive Mobile Technologies (iJIM) 15(1), 184. DOI:10.3991/ijim.v15i01.17847 DOI: https://doi.org/10.3991/ijim.v15i01.17847

Telford, M., & Senior, E. (2017). Healthcare students’ experiences when integrating e-learning and flipped classroom instructional approaches. British Journal of Nursing, 26(11), 617–622. https://doi.org/10.12968/bjon.2017.26.11.617 DOI: https://doi.org/10.12968/bjon.2017.26.11.617

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-01-06

รูปแบบการอ้างอิง

กล้ายประยงค์ ร. (2025). การศึกษาผลการใช้วิธีการสอนแบบห้องเรียนกลับด้านและแบบวิดีทัศน์ในรายวิชาการวิจัยในชั้นเรียน. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 5(1), 277–284. https://doi.org/10.60027/iarj.2025.280137

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ