กลไกความสำเร็จและปัจจัยที่มีผลต่อการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยชุมชนมีส่วนร่วม : กรณีศึกษาในจังหวัดชัยภูมิ
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2024.277386คำสำคัญ:
การมีส่วนร่วมของชุมชน, , การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ปัญหายาเสพติดส่งผลกระทบต่อประเทศชาติในด้านต่างๆ เป็นอย่างมาก ผลกระทบต่อความมั่นคงและชื่อเสียงของประเทศผลกระทบต่อการบริหารจัดการภาครัฐ นโยบายทางกฎหมายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดเริ่มคำนึงถึงความเป็นจริงตามธรรมชาติของมนุษย์ที่มองว่าผู้ใช้ยาเสพติดในฐานะผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติดมีสภาพเป็น “ผู้ป่วย” ดังนั้นงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากลไกการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของจังหวัดชัยภูมิ 2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม
ระเบียบวิธีการวิจัย: ผู้วิจัยใช้วิธีทบทวนเอกสาร (Documentary Research) กับการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) เพื่อประมวลผลกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยชุมชน และใช้การวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น (Analytic Hierarchy Process : AHP) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ
ผลการศึกษา (1) กลไกความสำเร็จของกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เกิดจากบทบาทของชุมชนเป็นปัจจัยสำคัญต้องมีความเห็นร่วมกันว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ควรแก้ไข เพื่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือในด้านการคัดกรอง ประเมินวินิจฉัยปัญหาเพื่อเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู และติดตามช่วยเหลือทางสังคมหลังผ่านการบำบัดฟื้นฟู มีการขับเคลื่อนงานยาเสพติดในชุมชน เพื่อประชุมหารือติดตามงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา (2) ปัจจัยที่ส่งผลให้การบำบัดฟื้นฟูในชุมชนประสบความสำเร็จ มีจำนวนทั้ง 8 ปัจจัย ผลจากการศึกษาวิเคราะห์เชิงระดับขั้น พบว่า ปัจจัยบทบาทการสนับสนุนจากชุมชน มีความสำคัญสูงสุดร้อยละ 17 เนื่องจากการสนับสนุนจากชุมชนจะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายประชาสังคม เข้าไปร่วมรับทราบปัญหาและจัดทำแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน รองลงมาได้แก่ ปัจจัยผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการบำบัด (ร้อยละ 16) ปัจจัยกลไกการสนับสนุนแต่ละภาคส่วน (ร้อยละ 15) ปัจจัยการสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาล (ร้อยละ 13) ปัจจัยกระบวนการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด (ร้อยละ 11) ปัจจัยกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด (ร้อยละ 10) ปัจจัยมีตัวชี้วัดความสำเร็จ (ร้อยละ 9) และปัจจัยระยะเวลาดำเนินงาน (ร้อยละ 9)
สรุปผล: การศึกษาสรุปว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนมีความสำคัญต่อความสำเร็จของการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยา โดยเน้นความจำเป็นในการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอและการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญ ได้แก่ การสนับสนุนจากชุมชน (17%) การมีส่วนร่วมในกระบวนการบำบัด (16%) และเครือข่ายสนับสนุนอุตสาหกรรม (15%)
เอกสารอ้างอิง
ฉัตรวรัญ องคสิงห์. (2559). วาทกรรมยาเสพติด: อิสรภาพของผู้ต้องขังหญิง Discourse on Drugs: Freedom of Female Prisoners. การประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ประจำปี 2559 (RSU National Research Conference 2016)
ชฎากาญจน์ ชาลีรัตน์. (2565). การพัฒนารูปแบบการบำบัดรักษาฟื้นฟูด้วยแนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ และพลังภาคีเครือข่ายสำหรับผู้เสพยาเสพติดระบบสมัครใจในจังหวัดสระบุรี. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา. 2 (1), 49-68.
ณฐพร ผลงาม.(2564). การพัฒนารูปแบบการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยยาเสพติด โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนจังหวัดระยอง.วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม. 1 (2), 49-71.
นิตยา ฤทธิ์ศรี, สุกัญญา วัฒนประไพจิตร, ศุภลักษณ์ จันหาญ(2565). รูปแบบการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดโดยชุมชุมเป็นศูนย์กลาง : กรณีศึกษาในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 19 (2), 50-62.
ประจวบ แหลมหลัก, พิชญะ เดชโชติวิรุฬห์, ประภาพร คําเหมือง, นิภรดา ยาวิราช, จีรวรรณ ยศแผ่น, ธนกมล สีหมากสุก. (2557). ปัญหายาเสพติดในสังคมไทยมุมมองทางสังคมวิทยา. วารสารการพยาบาล การสาธารณสุข และการศึกษา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชนนี พะเยา, 15(3), 3-13.
มานพ คณะโต. (2551). โครงการศึกษาสถานการณ์และการแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ขอนแก่น: เครือข่ายพัฒนาวิชาการและข้อมูลสารเสพติดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
วนิตตา พิทยาเรืองนนท์ และอารณีย์ วิวัฒนาภรณ์. (2565). ปัญหาในการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด กรณีศึกษาในสถานพยาบาลของรัฐ. วารสารวิจัยธรรมศึกษา. 5 (2), 94-102.
วิษณุ คำโนนม่วง. (2558). มาตรการทางกฎหมายในการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด : ศึกษากรณีการนําระบบสมัครใจบำบัดมาใช้ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด. ปริญญานิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายอาญา คณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศิระ บุญแทน. (2561).การนำนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไปปฏิบัติ: กรณีศึกษาพื้นที่อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม. วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม. (การเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา): สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
อับดุลคอลิก อัรรอฮีมีย์ และคณะ. (2564). รูปแบบการป้องกันตนเองในการใช้สารเสพติดซ้ำของผู้ติดสารเสพติดในพื้นที่จังหวัดปัตตานี กรณีศึกษา ผู้เข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดในศูนย์บำบัด บ้านแสนสุข และสถาบันปอเนาะพัฒนาเยาวชน. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ ศูนย์ศึกษาปัญหายาเสพติด (ศศก.).
Laguna, E.H., Sanchez-Toribio, M.I., Diaz, L.R., & Leon, A. (1999). Multiple Criteria Decision Making (MCDM), applied to the Modernization Plan of the Traditional Irrigation of Mula, Spain’. ICID Journal, 48 (3), 47-58
Nakkam, I. (2023). Treatment and rehabilitation of drug addicts to society. The National Defence College of Thailand Journal. 65 (2), 97-105.
Saaty, T.L. (2008) Decision Making with the Analytic Hierarchy Process. International Journal of Services Sciences, 1, 83.
https://doi.org/10.1504/IJSSCI.2008.017590
Sareelae, N. (2018). Factors affecting intention to stop substance abuse among users addicted treatment at Thanyarak UdonthaniHospital. Nursing, Health, and Education Journal. 1 (3), 35-42.
Thai PBS. (2566). สถานการณ์ยาเสพติด 2566 แนวรบไม่เคยเปลี่ยน. Retrieved from: https://www.thaipbs.or.th/news/content/328947
UNGASS. (2016). OUR JOINT COMMITMENT TO EFFECTIVELY ADDRESSING AND COUNTERING THE WORLD DRUG PROBLEM. Thirtieth Special Session General Assembly New York
United Nations Office on Drugs and Crimes, (2010). Community-Based Treatment and Care for Drug Use and Dependence. Retrieved from: https://www.unodc.org/roseap/uploads/archive/documents/ cbtx/cbtx_brief_EN.pdf
UNODC. (2008). TREATMENT – Drug Dependence Treatment: Sustained Recovery Management. Good Practice Document. Retrieved from: http://www.unodc.org/docs/treatment/111SUSTAINED_RECOVERY_MANAGEMENT.pdf.
World Drug Report. (2022). World Drug Report 2022. Retrieved February 15, 2024. www.phufaresthome.com/blog/world-drug-report-2022-summary/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





