กลยุทธ์การขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต2
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2024.277251คำสำคัญ:
กลยุทธ์การขับเคลื่อน, คุณภาพการศึกษา, การอ่านออก-เขียนได้บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การใช้กลยุทธ์ที่มุ่งส่งเสริมคุณภาพของการอ่านออกเขียนได้ถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากรับประกันว่าจะมีการแทรกแซงที่มุ่งเน้นและมีประสิทธิภาพ ซึ่งตอบสนองความต้องการและข้อบกพร่องในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ ยังสร้างบรรยากาศห้องเรียนที่เป็นมิตรซึ่งสามารถปรับให้เข้ากับความต้องการของนักศึกษาที่หลากหลาย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงโอกาสและทรัพยากรเพื่อการรู้หนังสืออย่างยุติธรรม การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะการอ่านออกเขียนได้ให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (2) เพื่อส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะการอ่านออกเขียนได้ให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (3) เพื่อขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการอ่านออกเขียนได้ให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ (4) เพื่อประเมินความสามารถการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) กลุ่มตัวอย่าง เป็นผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 89 คน ครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 95 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 964 คน จากโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 จำนวน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอยางตลาด และอำเภอห้วยเม็ก ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย (1) แบบประเมินความรู้ความเข้าใจกระบวนการจัด การเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะการอ่านออกเขียนได้ (2) แบบนิเทศติดตามการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ (3) แบบบันทึกข้อมูลการขับเคลื่อน การยกระดับคุณภาพการอ่านอกเสียงของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย: ผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญในการปรับปรุงการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยได้รับการสนับสนุนจากครูที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและผู้บริหารโรงเรียน มีการชี้แจงนโยบายและแนวปฏิบัติ และบันทึกความเข้าใจทำให้นักการศึกษามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ครูและผู้บริหารแสดงความเชี่ยวชาญและความเข้าใจในระดับสูง โดยครูแสดงความรู้และความเข้าใจร้อยละ 83.67 และ 77.97% ตามลำดับ การนำแบบจำลอง 5N ไปใช้ภายหลังการเยี่ยมชมศึกษา ได้ชี้แนะคุณภาพการศึกษาอย่างมีประสิทธิผลผ่านแบบจำลองการจัดการที่เน้นไปที่กลยุทธ์หลัก 3 ประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสริมสร้างทักษะการอ่านและการเขียน แนวทางนี้นำไปสู่กิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือคุณภาพสูงโดยผู้บริหารและครู โครงการริเริ่มนี้ทำให้ทุกโรงเรียนมีส่วนร่วมในเวิร์คช็อปการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ โดยร้อยละ 87.24 ประสบความสำเร็จในการบูรณาการสื่อสร้างสรรค์และกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การกำกับดูแลที่ครอบคลุมทำให้มีการติดตามการสอนการอ่านออกเขียนได้อย่างใกล้ชิด ในขณะที่ค่ายการอ่านออกเขียนได้และการแข่งขันดึงดูดนักเรียนทุกคน การประเมินการรู้หนังสือแสดงคะแนนเฉลี่ย 75.51% โดยนักเรียน 63% ได้คะแนนดีมากหรือดีกว่า และคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่ง 4% ตั้งแต่ปี 2019 ถึง 2022 ซึ่งตอกย้ำประสิทธิภาพของกลยุทธ์การศึกษาร่วมสมัยในการยกระดับการรู้หนังสือตั้งแต่เบื้องต้น
สรุปผล: กลยุทธ์การขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 ทำให้ครูปรับเปลี่ยนวิธีสอนเน้นกระบวนการ Active Learning มีการนิเทศติดตามและประเมินผล และจัดกิจกรรมพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ ที่ยั่งยืน นักเรียนสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียนได้จริง ทำให้นักเรียนกล้าแสดงออก โดยมีหลักการที่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกโรงเรียน และการอ่านออกเขียนได้ เป็นพื้นฐานการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และในระดับชั้นที่สูงขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). แนวทางปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ. กรงเทพฯ : ที.เอส.บี. โปรดักส์.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร. (2560). แผนปฏิบัติการประจำปี 2560. กรุงเทพฯ: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์. (2559). แผนปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2559. กาฬสินธุ์ :สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. กระทรวงศึกษาธิการ. (2565). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. พิมพ์ครั้งที่ 1 บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด,กรุงเทพฯ.
สำนักทดสอบทางการศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). คู่มือการจัดสอบ RT ป.1 ปี 2560. กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
Garcia, C.A. (1998). The Effect of Two Types of Spilling Instruction on First – grade Reading, Writing, and Spelling Achievement. Dissertation Abstracts International. 58 (9), 3459.
Johnson, H., & Johnson, P. (1991). Task knowledge structures: Psychological basis and integration into system design. Acta Psychologica, 78, 3-26.
Oliva, P.F., & Pawlas, G. (2008). Supervision for Today’s Schools. 8th ed, Hoboken: Wiley Publishing Wiley/Jossey-Bass education.
Sangchai, K. (2015). Supervision of Education Change Agent. Retrieved September 1, 2015 from http://school.go.th/nites/km/56 km/1st-kriengsak.pdf.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





