ผลของการใช้วิธีการสอนแบบ DR -TA ที่มีต่อความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2024.277222คำสำคัญ:
การอ่านจับใจความ; , วิธีการสอนแบบDR -TAบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การอ่านจับใจความเป็นการอ่านที่มีความสำคัญสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เนื่องจากช่วยให้นักเรียนสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับ คำ ข้อความ และประโยคอย่างเข้าใจ จนสามารถสรุปรายละเอียด ลำดับเหตุการณ์ในเรื่อง เล่าเรื่องที่อ่านได้โดยใช้ภาษาของตนเอง ทำนายผลที่อาจเกิดขึ้นโดยใช้ความรู้ที่ได้จากการอ่าน รวมถึงการนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ วิธีสอนแบบDR -TA เป็นวิธีสอนที่ช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาความสามารถทางการอ่านและการคิด โดยการกำหนดจุดมุ่งหมายในการอ่านให้สามารถการแยกแยะ จับใจความ และการสังเคราะห์ข้อมูล การพิจารณาเนื้อหาตามจุดมุ่งหมายในการอ่าน และตัดสินใจด้วยข้อมูลที่รวบรวมได้และประสบกาณ์เดิม ดังนั้น การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการสอนวิธีการสอนแบบDR -TA
ระเบียบวิธีการวิจัย:กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเสริมสุขวิทยา (นามสมมติ) อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 1 ห้องเรียน มีนักเรียนจำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านจับใจความ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และ t-test (Dependent Samples)
การวิจัย: ผลการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบDR -TA มีผลต่อความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ทำให้ความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนสูงขึ้น แสดงให้เห็นว่าวิธีการสอนแบบDR -TA สามารถนำมาใช้พัฒนาความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนได้ เพราะมีการกำหนดเงื่อนไขการอ่านให้ผู้อ่านได้ฝึกกระบวนการคิด มีการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ รวมถึงสามารถตรวจสอบความรู้ที่ได้ของตนเองอย่างต่อเนื่องทำให้สามารถเข้าใจเรื่องที่อ่านได้ดียิ่งขึ้น
สรุปผล: ผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของวิธีการสอน DR-TA แนวทางนี้ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาการอ่านได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นโดยส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การเรียนรู้อย่างเป็นระบบ และการประเมินตนเอง ด้วยเหตุนี้ จึงอาจเป็นประโยชน์สำหรับนักการศึกษาที่ต้องการเพิ่มทักษะความเข้าใจของนักเรียนให้สูงสุด
เอกสารอ้างอิง
ฉวีวรรณ คูหาภินันท์. (2542). การอ่านและการส่งเสริมการอ่าน. กรุงเทพฯ: ศิลปาบรรณนาคาร.
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
แววมยุรา เหมือนนิล, ประทีป เหมือนนิล, และชมัยภร แสงกระจ่าง. (2564). การอ่านจับใจความ. กรุงเทพฯ: พี.เอ.ลีฟวิ่ง.
สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์. (2557). เอกสารการสอน ชุด การอ่านภาษาไทย THAI READING (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1). นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
อัจฉรา ประดิษฐ์. (2552). ชวนเด็กไทยให้เป็นนักอ่าน (1). กรุงเทพฯ: สำนักงานอุทยานการเรียนรู้.
Dallmann, M., & Boer, J.J. (1978). The teaching of reading. New York: Holt, Reinhart and Winston.
Tierney, R.J., & Dishner, E.K. (1995). Reading strategies and practices: a compendium. Boston: Allyn and Bacon.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





