ผลของการใช้วิธีการสอนแบบ DR -TA ที่มีต่อความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ผู้แต่ง

  • อัญมณี แสงทอง นักศึกษาปริญญาโท สาขาการสอนภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://orcid.org/0009-0006-5822-0059

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2024.277222

คำสำคัญ:

การอ่านจับใจความ; , วิธีการสอนแบบDR -TA

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การอ่านจับใจความเป็นการอ่านที่มีความสำคัญสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เนื่องจากช่วยให้นักเรียนสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับ คำ ข้อความ และประโยคอย่างเข้าใจ จนสามารถสรุปรายละเอียด ลำดับเหตุการณ์ในเรื่อง เล่าเรื่องที่อ่านได้โดยใช้ภาษาของตนเอง ทำนายผลที่อาจเกิดขึ้นโดยใช้ความรู้ที่ได้จากการอ่าน รวมถึงการนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ วิธีสอนแบบDR -TA  เป็นวิธีสอนที่ช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาความสามารถทางการอ่านและการคิด โดยการกำหนดจุดมุ่งหมายในการอ่านให้สามารถการแยกแยะ จับใจความ และการสังเคราะห์ข้อมูล การพิจารณาเนื้อหาตามจุดมุ่งหมายในการอ่าน และตัดสินใจด้วยข้อมูลที่รวบรวมได้และประสบกาณ์เดิม ดังนั้น การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการสอนวิธีการสอนแบบDR -TA

ระเบียบวิธีการวิจัย:กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเสริมสุขวิทยา (นามสมมติ) อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 1 ห้องเรียน มีนักเรียนจำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านจับใจความ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และ t-test (Dependent Samples)

การวิจัย: ผลการสอนโดยใช้วิธีการสอนแบบDR -TA มีผลต่อความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ทำให้ความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนสูงขึ้น แสดงให้เห็นว่าวิธีการสอนแบบDR -TA สามารถนำมาใช้พัฒนาความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนได้ เพราะมีการกำหนดเงื่อนไขการอ่านให้ผู้อ่านได้ฝึกกระบวนการคิด มีการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ รวมถึงสามารถตรวจสอบความรู้ที่ได้ของตนเองอย่างต่อเนื่องทำให้สามารถเข้าใจเรื่องที่อ่านได้ดียิ่งขึ้น

สรุปผล: ผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของวิธีการสอน DR-TA แนวทางนี้ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาการอ่านได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นโดยส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การเรียนรู้อย่างเป็นระบบ และการประเมินตนเอง ด้วยเหตุนี้ จึงอาจเป็นประโยชน์สำหรับนักการศึกษาที่ต้องการเพิ่มทักษะความเข้าใจของนักเรียนให้สูงสุด

เอกสารอ้างอิง

ฉวีวรรณ คูหาภินันท์. (2542). การอ่านและการส่งเสริมการอ่าน. กรุงเทพฯ: ศิลปาบรรณนาคาร.

ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

แววมยุรา เหมือนนิล, ประทีป เหมือนนิล, และชมัยภร แสงกระจ่าง. (2564). การอ่านจับใจความ. กรุงเทพฯ: พี.เอ.ลีฟวิ่ง.

สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์. (2557). เอกสารการสอน ชุด การอ่านภาษาไทย THAI READING (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1). นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

อัจฉรา ประดิษฐ์. (2552). ชวนเด็กไทยให้เป็นนักอ่าน (1). กรุงเทพฯ: สำนักงานอุทยานการเรียนรู้.

Dallmann, M., & Boer, J.J. (1978). The teaching of reading. New York: Holt, Reinhart and Winston.

Tierney, R.J., & Dishner, E.K. (1995). Reading strategies and practices: a compendium. Boston: Allyn and Bacon.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-07-31

รูปแบบการอ้างอิง

แสงทอง อ. . . (2024). ผลของการใช้วิธีการสอนแบบ DR -TA ที่มีต่อความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 4(4), 745–758. https://doi.org/10.60027/iarj.2024.277222

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ