การศึกษาสมรรถนะของครูปฐมวัยด้านสัมพันธภาพระหว่างครูกับเด็กในเครือโรงเรียนโอบรัก (นามสมมติ)

ผู้แต่ง

  • วราภรณ์ ประชุม คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยบูรพา https://orcid.org/0009-0007-3331-3766
  • ศิรประภา พฤทธิกุล คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยบูรพา https://orcid.org/0000-0003-3020-7160
  • เชวง ซ้อนบุญ คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยบูรพา https://orcid.org/0009-0002-0858-9342

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2024.277167

คำสำคัญ:

สมรรถนะของครูปฐมวัย; , สัมพันธภาพระหว่างครูกับเด็ก

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: นักการศึกษาปฐมวัยสามารถปลูกฝังความสัมพันธ์เชิงบวกกับเด็ก ๆ โดยการเห็นคุณค่าและเห็นคุณค่าในคุณสมบัติส่วนบุคคลของเด็กแต่ละคน เด็กควรได้รับการศึกษาที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการและความสามารถส่วนบุคคล โดยคำนึงถึงความเป็นมนุษย์ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ การวิจัยเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมรรถนะของครูปฐมวัยด้านสัมพันธภาพระหว่างครูกับเด็กในเครือโรงเรียนโอบรัก (นามสมมติ) ใน 6 ด้าน ได้แก่ 1) การเคารพเอกลักษณ์เฉพาะของเด็กแต่ละคน 2) การยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล ด้านอายุ พัฒนาการและ ความสามารถ 3) การเคารพความหลากหลายทางบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม 4) การสร้างความปลอดภัยเชิงจิตวิทยาและการสร้างความผูกพัน 5) การใช้น้ำเสียงที่ให้ความเคารพ และ 6) การสร้างความไว้วางใจ

ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ จำนวน 103 คน และเชิงคุณภาพ จำนวน 18 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสัมภาษณ์ และแบบสำรวจ ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัย: สมรรถนะของครูปฐมวัยด้านสัมพันธภาพระหว่างครูกับเด็กอยู่ในระดับมากโดยพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าสมรรถนะสูงสุดคือ การใช้ภาษาและน้ำเสียงที่สะท้อนการยอมรับนับถือ มีคะแนนเฉลี่ยมากที่สุด รองลงมาคือ การสร้างความไว้วางใจ การสร้างความผูกพันและความปลอดภัยเชิงจิตวิทยา การเคารพเอกลักษณ์เฉพาะของเด็กแต่ละคน การยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล ด้านอายุ พัฒนาการและ ความสามารถ และการเคารพความหลากหลายทางบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม ตามลำดับ การศึกษาสมรรถนะของครูปฐมวัยด้านสัมพันธภาพระหว่างครูกับเด็กในเครือโรงเรียนโอบรัก (นามสมมติ) ที่พบปัญหามากที่สุดคือ สมรรถนะด้านความไว้วางใจ ในประเด็นการบอกเด็กให้ทราบถึงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกิจวัตร รองลงมาคือด้านการเคารพความหลากหลายทางบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม ในประเด็นการยอมรับความหลากหลายทางพหุวัฒนธรรม ภาษา ศาสนา

สรุปผล: ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่านักการศึกษาปฐมวัยที่มีทักษะเป็นพิเศษสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงบวกได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาใช้ภาษาและน้ำเสียงที่สื่อสารถึงการยอมรับและความเคารพ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาความไว้วางใจ เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดการกับความสามารถที่เกี่ยวข้องกับความไว้วางใจ โดยเน้นไปที่การยอมรับความหลากหลายทางภาษา ศาสนา และพหุวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาแบบเรียนรวม อย่างไรก็ตาม ความท้าทายส่วนใหญ่มาจากความสามารถเหล่านี้

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย

คณะผู้บริหารเครือโรงเรียนโอบรัก (2565). คู่มือการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนโอบรัก. ชลบุรี: ชลบุรีการพิมพ์

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (2563). รายงานการพัฒนาเด็กและเยาวชน. Retreived from: https://www.dcy.go.th/public/mainWeb/file_download/1664788620103-248403179.pdf

ตรีนุช ไพชยนต์วิจิตร และ สรัลชนา ธิติสวรรค์. (2565). ผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อการศึกษา. Retrieved from: http://www.eco.ru.ac.th/images/document/article/TreeNut/publish02-02.pdf

วรรณี แกมเกตุ. (2555). วิธีวิทยาการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 3: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2561). แนวทางการอบรมเลี้ยงดู ส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี. กรุงเทพฯ: ซีจีทูล.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2551). ปฐมวัย จุดเริ่มต้นของสันติภาพ. กรุงเทพฯ: วีทีซี คอมมิวนิเคชั่น

สุวรรณ มีทองคำ บุญทวี อรุณมาศ และ สุนีย์ บุญทิม. (2550). รายงานสภาพพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของนักเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ

อัชรา เอบสุขสิริ. (2556). จิตวิทยาสำหรับครู. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Bredekamp, S., & Copple, C. (1997). Developmentally Appropriate Practice in Early Childhood Programs. Washington, DC: NAEYC.

Elliott, B. (2002). Measuring the performance of the early childhood educator in practice. Delmar: Thomson Learning.

Honing, A.S. (2002). Secure relationship: Nurturing infant/toddler attachment in early care setting. National association for the education of young children.

John Bowlby, J. (1973). Attachment and loss. 2nd edition. Basic books.

Krejcie, R.V., & Morgan, D.W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

National Association for the Education of Young Children. (2012). Competencies for early childhood professionals. Office of early childhood development Virginia department of social services

National Association for the Education of Young Children. (2020). Developmentally appropriate practice. Office of early childhood development Virginia department of social services

National Association for the Education of Young Children: NAEYC. (1997). “NAEYC Issues Revised Position Statement on Developmentally Appropriate Practice in Early Childhood Programs. Young Children, 52 (4), 34-40.

Ostrosky, M.M., & Jung, E.Y. (2010). Building positive teacher-child relationships. Department of health and human services.

Spivak, A.L., & Farran, D.C. (2012). First-Grade Teacher Behaviors and Children's Prosocial Actions in Classrooms. Early Education and Development, 23 (5), 623-639.

Virginia’s Early Childhood Development Alignment Project. (2008). Competencies for early childhood professionals. Office of early childhood development Virginia department of social services

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-10-08

รูปแบบการอ้างอิง

ประชุม ว. ., พฤทธิกุล ศ. ., & ซ้อนบุญ เ. . (2024). การศึกษาสมรรถนะของครูปฐมวัยด้านสัมพันธภาพระหว่างครูกับเด็กในเครือโรงเรียนโอบรัก (นามสมมติ). Interdisciplinary Academic and Research Journal, 4(5), 89–108. https://doi.org/10.60027/iarj.2024.277167

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ