ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2024.276976คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำ; , ภาวะผู้นำทางวิชาการ; , การบริหารสถานศึกษาบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การศึกษามีบทบาทสำคัญในการสร้างบุคลากร สร้างสังคม และสร้างชาติ อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ช่วยให้คนในสังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข การบริหารสถานศึกษาจึงถือเป็นบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้บริหารจำเป็นต้องมีความสามารถในการบริหารการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพด้านวิชาการ วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 2) เปรียบเทียบภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่ดังกล่าว จำแนกตามตำแหน่ง ประสบการณ์ทำงาน และขนาดของสถานศึกษา และ 3) ศึกษาแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษานี้
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนจำนวน 310 คน ซึ่งได้กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน โดยใช้วิธีสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคือแบบสอบถามที่มีมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.80 ถึง 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.86 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน รวมถึงการทดสอบค่าทางสถิติด้วย t-test และ F-test เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลในกลุ่มตัวอย่างต่าง ๆ
ผลการศึกษา: (1) ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับสูง (2) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา เมื่อจำแนกตามตำแหน่ง ประสบการณ์ทำงาน และขนาดของสถานศึกษา พบว่าโดยภาพรวมและแต่ละด้านไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (3) แนวทางในการส่งเสริมภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่นี้ประกอบด้วย 8 ด้าน ได้แก่ 1) เพิ่มความตระหนักในการประชุมโรงเรียนและตั้งเป้าหมายสูงในผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน 2) มีความกระตือรือร้นในการใช้กลยุทธ์เพื่อพัฒนาโรงเรียน 3) ให้แรงจูงใจและรางวัลแก่ผู้ที่ทำงานด้านวิชาการ 4) ตรวจสอบความก้าวหน้าด้านวิชาการอย่างต่อเนื่อง 5) ใช้ทรัพยากรและบุคลากรอย่างสร้างสรรค์ 6) จัดสภาพแวดล้อมโรงเรียนให้น่าอยู่ เป็นระเบียบ และปลอดภัย 7) ตรวจสอบการสอนของครูอย่างใกล้ชิด 8) สังเกตการสอนของครูและให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อการปรับปรุง
สรุปผล: ผลการศึกษาพบว่าผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 มีการรับรู้ภาวะผู้นำทางวิชาการที่สม่ำเสมอในทุกตำแหน่ง ระดับประสบการณ์ และขนาดของสถานศึกษา เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการเป็นผู้นำ แนวทางที่เสนอเน้นความสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การนำกลยุทธ์เชิงปฏิบัติมาใช้ และการติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการและวิธีการสอนของครูอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และความสำเร็จของนักเรียนในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
กรรณิการ์ วีระวงค์. (2564). การศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3. การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง. มหาวิทยาลัยพะเยา.
เกตุสุดา กิ้งการจร. (2560). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4. วิทยานิพนธ์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
จุฑาทิพย์ ชัยบัณฑิต. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นาทางวิชาการของผู้บริหาร สถานศึกษากับความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 16. วิทยานิพนธ์, มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
ชลนิชา ศิลาพงษ์. (2564). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1. วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ซัมซียะห์ เมาลิดิน. (2564). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 1. สารนิพนธ์, มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
ฐิตาพร ตันเจริญรัตน์. (2563). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารกับทักษะของครูในศตวรรษที่ 21 ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8. วิทยานิพนธ์. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ธนิต รัตนศักดิ์ดา และคณะ. (2565). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2. วารสารบริหารการศึกษา มศว, 19(36), 80-90.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ : สุวรียาสาส์น.
ปวีณา บุทธิจักร. (2564). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21. วิทยานิพนธ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
สรรเพชญ ไตรยงค์. (2564). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ. ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
อริสรา จันทรมงคลชัย และสมคิด สกุลสถาปัตย์. (2566). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารกับการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของสถานศึกษาในสหวิทยาเขตเมืองสมุทรสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรสาครสมุทรสงคราม. วารสารนิสิตวัง, 25(2), 43-53.
Davis, G.A., & Thomas, M.A. (1989). Effective Schools and Effective Teachers. Boston: Allyn and Bacon.
DeBevoise, W. (1984). Synthesis of Research on the Principal as Instructional Leader. Educational Leadership, 41(5), 14-20.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. DOI: https://doi.org/10.1177/001316447003000308
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





