การบริหารการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2024.276489คำสำคัญ:
การบริหารจัดการอาชีวศึกษา; , ระบบทวิภาคี; , สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การบริหารการศึกษาอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคีของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนาและฝึกฝนทักษะวิชาชีพให้กับนักเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำงานในอนาคต การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ดังนี้ (1) ระดับการบริหารการศึกษาอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคี ของอาชีวศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ ตามมาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพของการดำเนินงานในระดับปฏิบัติการ (2) เปรียบเทียบระดับการบริหารการศึกษาอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคี ของอาชีวศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อหาความแตกต่างในการบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ และการนำแนวทางต่าง ๆ มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา (3) ศึกษาแนวทางในการส่งเสริมหรือพัฒนาการบริหารการศึกษาอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคี ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการบริหารการศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ระเบียบวิธีการวิจัย: ในการวิจัยครั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้มีจำนวนทั้งหมด 196 คน โดยใช้เครื่องมือในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.81 และค่าความสอดคล้อง (IOC) อยู่ในช่วง 0.6-1.00 แบบสอบถามนี้ถูกออกแบบเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการบริหารการศึกษาอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคีของสถานศึกษาในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ความถี่, ร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน, และการทดสอบทางสถิติที่ใช้ในการเปรียบเทียบความแตกต่าง ได้แก่ t-test และ F-test
ผลการศึกษา: ผลการวิจัยพบว่า: (1) การบริหารการศึกษาอาชีวศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (2) ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารการศึกษาอาชีวศึกษาจำแนกตามตำแหน่ง, ระดับการศึกษา, และขนาดสถานศึกษา พบว่าไม่มีความแตกต่างกัน (3) แนวทางในการพัฒนาการบริหารการศึกษาอาชีวศึกษา จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมให้สามารถพัฒนาและปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงในโลกอุตสาหกรรมปัจจุบัน โดยในด้านต่างๆ ที่ควรพัฒนา ได้แก่: 1) ด้านคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษา: ต้องมีความรู้และความสามารถที่ได้รับการยอมรับจากภาคอุตสาหกรรม 2) ด้านการพัฒนาหลักสูตร: ควรมีการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 3) ด้านการวัดและประเมินผล: ควรมีการพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ 4) ด้านความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ: ควรมีการสร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งและมีความร่วมมือในการพัฒนาผู้เรียน
สรุปผล: การบริหารการศึกษาอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคีของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ จำเป็นต้องเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการกำหนดเกณฑ์และแนวทางในด้านต่าง ๆ ให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ทั้งนี้ ควรมีขั้นตอนการประเมินที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีระบบและเกิดผลลัพธ์ที่ดี
เอกสารอ้างอิง
กฤติกา ไหวพริบ และคณะ. (2561). การบริหารการศึกษาระบบทวิภาคีโรงเรียนป้อมนาคราชสวาทยานนท์ จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์, 5 (3), 97-106.
จอมพงศ์ มงคลวนิช. (2561). การบริหารอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธานินทร์ ศรีชมพู และคณะ. (2557). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร, 16(3), 120 – 121.
นงนุช เพ็ชรชนะ. (2559). การบริหารจัดการอาชีวะศึกษาระบบทวิภาคีของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต. ลำปาง: มหาวิทยาลัยเนชั่น.
นวลอนงค์ ธรรมเจริญ. (2558). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี โรงเรียนในโรงงานแบบบูรณาการ. ปริญญานิพนธ์ ปร.ด. (บริหารเทคนิคศึกษา). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
บัณฑิต ออกแมน. (2560). การพัฒนารูปแบบความร่วมมือการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีระหว่างสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากับนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร. วิทยานิพนธ์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา. (2551). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม125. ตอนที่ 43 ก. หน้า 1 - 24.
วรรณดี สุทธินรากร และภูวเรศ อับดุลสตา. (2561). การพัฒนาระบบทวิภาคีของการอาชีวศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สยามปริทัศน์.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ : สำนักงานฯ.
สุทธิรักษ์ ทัศบุตร. (2564). การบริหารการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. วารสารบริหารการศึกษาบัวบัณฑิต, 21(1), 59-66.
อาทิตย์ จิรวัฒนผล. (2553). การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี. Retrieved November 2, 2022. from https://www.gotoknow.org/posts/321903.
Krejcie, R.V., & Morgan, D.W. (1970). Determining sample size for research activities. Education and Psychological Management, 30(3), 607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





