การบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดชัยภูมิ
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2024.276257คำสำคัญ:
การบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน; , สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้; , ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยเรื่อง "การบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดชัยภูมิ" มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษาภายใต้การกำกับของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดชัยภูมิ (2) เปรียบเทียบความคิดเห็นของบุคลากรเกี่ยวกับการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยจำแนกตามตำแหน่งหน้าที่และขนาดของสถานศึกษา (3) ศึกษาแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษาของจังหวัดชัยภูมิ
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยประกอบด้วย ข้าราชการ พนักงานราชการ และพนักงานจ้างเหมาบริการ ที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาภายใต้สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดชัยภูมิ ในปีการศึกษา 2566 จำนวน 226 คน ซึ่งขนาดกลุ่มตัวอย่างถูกกำหนดโดยใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 1 และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ เช่น ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) การทดสอบค่าเอฟ (F-test) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ
ผลการศึกษา: ผลการวิจัยพบว่า (1) ความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (2) เมื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของบุคลากรเกี่ยวกับการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำแนกตามตำแหน่งและขนาดของสถานศึกษา พบว่าโดยภาพรวมไม่มีความแตกต่างกัน และเมื่อพิจารณาแยกตามด้านต่าง ๆ ก็ไม่พบความแตกต่างเช่นกัน (3) แนวทางในการพัฒนาการบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประกอบด้วย 1) ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล: สถานศึกษาควรดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างจริงจัง โดยแต่งตั้งผู้รับผิดชอบและจัดเก็บข้อมูลนักเรียนอย่างทันสมัย 2) ด้านการคัดกรองนักเรียน: สถานศึกษาควรนำข้อมูลของนักเรียนแต่ละรายมาคัดกรองและแบ่งกลุ่มผู้เรียนตามเกณฑ์ที่กำหนด 3) ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา: สถานศึกษาควรให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับปัญหาที่เผชิญ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้และสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำได้ 4) ด้านการส่งเสริมพัฒนานักเรียน: สถานศึกษาควรจัดกิจกรรมที่ตรงกับความสนใจของผู้เรียน เพื่อปลูกฝังความรับผิดชอบต่อสังคม 5) ด้านการส่งต่อ: สถานศึกษาควรมีการประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของนักเรียนเพื่อการช่วยเหลือที่เหมาะสม
สรุปผล: การบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดชัยภูมิ ตามความคิดเห็นของบุคลากรจำแนกตามตำแหน่ง และขนาดของสถานศึกษา โดยภาพรวม ไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ทุกด้าน ไม่แตกต่างกัน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2560. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กฤษฎิ์ณิชา พุทจิระ. (2564). ศึกษาการพัฒนารูปแบบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนวัดจันทาราม (ตั้งตรงจิตร 5) เน้นสมรรถนะประจำสายงานของครูประจำชั้น. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต คณะสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยคริสเตียน.
ขวัญเนตร มูลทองจาด. (2564). การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนวัดอุดมรังสี. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา แผน ข ระดับปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาการบริหารการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2559). การพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.กรุงเทพมหานคร
แดนไพร สีมาคาม. (2564). การศึกษากลยุทธ์การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีประสิทธิผลสำหรับโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. หลักสูตรปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
เทิดศักดิ์ ยะยอง. (2562). การบริหารจัดการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านดอยคำ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่.
ธิตินัดดา สิงห์แก้ว. (2562). การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้วงจร PDCA : กรณี ศึกษาโรงเรียนวัดป่าตึงห้วยยาบ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่.
นูรมาน พิทักษ์สุขสันต์. (2564). การบริหารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของผู้บริหารสถานศึกษาใน อำเภอสายบุรีสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
แพรพลอย พัฒนะแสง. (2565). ศึกษาการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
มาโนช ตัญยงค์. (2564). การศึกษาแนวทางการพัฒนาการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 9 จังหวัดสุพรรณบุรี สหวิทยาเขตพุเตย. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา.
รัชพล เที่ยงดี. (2563). การศึกษาการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
ราชกิจจานุเบิกษา. (2566). ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ยกระดับ กศน.เป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้. หน้า 60-72.
รุ่งนภา สุขสำแดง. (2563). ปัญหาการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยาเขต 1. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา.
Krejcie, R.V., & Morgan, D.W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607 – 610
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





