การศึกษาการบริหารโครงการของผู้บริหารอาชีวศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการ
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2024.276198คำสำคัญ:
แนวทางการพัฒนา;, การบริหารโครงการ; , นราธิวาสบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบการบริหารโครงการของผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และ 2) เพื่อค้นหาแนวทางในการพัฒนาการบริหารโครงการของผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการ
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งหมด 6 วิทยาลัย โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาจำนวน 27 คน และครูและบุคลากรจำนวน 548 คน รวมเป็นทั้งหมด 575 คน การสุ่มกลุ่มตัวอย่างใช้วิธีแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามที่มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยมีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.55 – 0.97 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.97 สำหรับสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษา: ผลการวิจัยมีดังนี้ (1) ระดับการบริหารโครงการ ผู้บริหารอาชีวศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์มีระดับการบริหารโครงการอยู่ในระดับมาก (2) แนวทางการพัฒนาการบริหารโครงการ: การพัฒนาการบริหารโครงการของผู้บริหารอาชีวศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการ พบว่า มีแนวทางการพัฒนา ดังนี้ 2.1 ด้านการพัฒนาการบริหารโครงการของผู้บริหารวิทยาลัย: ควรมีกระบวนการพัฒนาที่หลากหลาย โดยผู้บริหารสถานศึกษาควรวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในภาพรวม วิเคราะห์นโยบาย แผนงาน และโครงการขององค์กรต่าง ๆ รวมถึงการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง และจุดที่ควรพัฒนา เพื่อการวางแผนที่มีประสิทธิภาพ 2.2 ด้านการริเริ่มโครงการ: ผู้บริหารสถานศึกษาควรใช้หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ โดยใช้แนวคิดเชิงระบบเป็นกระบวนการระดมสมอง ซึ่งรวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ครูผู้สอน และการจัดการประชุมกลุ่มย่อย 2.3 ด้านการนำโครงการไปปฏิบัติ: ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีบทบาทในการใช้ศิลปะในการจูงใจบุคลากรแต่ละคน โดยยึดหลักการ 5 ประการในการนำโครงการไปปฏิบัติ คือ การทำงานด้วยความรู้สึกเต็มใจ เต็มเวลา เต็มคน และเต็มพลัง พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานและยกระดับผลสัมฤทธิ์ของโครงการตามกรอบที่กำหนดในแผนการดำเนินงาน 2.4 ด้านการปิดโครงการ: ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา รวมทั้งรวบรวมและสรุปโครงการ/กิจกรรม พร้อมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ
สรุปผล: การพัฒนาการบริหารโครงการของผู้บริหารวิทยาลัย ควรมีกระบวนการต่าง ๆ ในการพัฒนาทักษะ คือ ผู้บริหารสถานศึกษา ควรมีการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในภาพรวม วิเคราะห์นโยบายแผนงานและโครงการขององค์กรต่าง ๆ วิเคราะห์จุดอ่อน วิเคราะห์จุดแข็ง จุดที่ควรพัฒนา เพื่อการวางแผนที่มีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
ประเวศ วะสี. (2545). การสร้างธรรมาภิบาลในขบวนการพัฒนา. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน).
ไพฑูรย์ สินลารัตน์ และคณะ. (2550). การพัฒนารูปแบบการสร้างและพัฒนาครู เพื่อรองรับกระบวนการเรียนรู้ในการพัฒนาปัญญาบนพื้นฐานแนวคิดไทย. คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย:กรุงเทพฯ.
ศศิวิมล อินต๊ะเนตร และคณะ. (2561). การจัดทำคู่มือการบริหารโครงการตามแผนกลยุทธ์ของโรงเรียนแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 11(2), 2750-2766.
สมคิด พรมจุ้ย. (2550). เทคนิคการประเมินโครงการ. พิมพ์ครั้งที่ 6. นนทบุรี: จตุพร ดีไซน์.
สักดิ์สิวรรณ ทรงสิริวรกุล และ ชุมศักดิ์ อินทร์รักษ์. (2561). การบริหารโครงการของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ. วารสารการบริหารการศึกษา, 10(2), 919-933.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2550). แนวทางการนำมาตรฐานสู่การปฏิบัติ.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สุจิตรา บุณยรัตพันธุ์. (2556). ระเบียบวิธีวิจัยสำหรับรัฐประศาสนศาสตร์. กรุงเทพฯ : เสมาธรรม.
อภิชาติ สุปิน. (2554). การบริหารโครงการหนึ่งโรงเรียนหนึ่งนวัตกรรมของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 2. วิทยานิพนธ์แขนงวิชาบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
เอกชัย ปริญโญกุล. (2556). "ประสิทธิผลการบริหารโครงการของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก."รายงานการวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก.
Kerr, J.F. (1989). Changing the Curriculum. London: University of London Press.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





