การบริหารงานวิชาการที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของสถานศึกษาสังกัดเทศบาลเมืองชัยภูมิ
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2024.276090คำสำคัญ:
การบริหารงานวิชาการ; , การจัดการเรียนรู้เชิงรุกบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับการบริหารงานวิชาการที่มีผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในสถานศึกษาที่สังกัดเทศบาลเมืองชัยภูมิ โดยจะแยกการวิเคราะห์ตามระดับการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน และประเภทของสถานศึกษา นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาแนวทางการบริหารงานวิชาการที่สามารถส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในสถานศึกษาเหล่านี้ด้วย
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยบุคลากรในสถานศึกษาที่สังกัดเทศบาลเมืองชัยภูมิ จำนวน 129 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยรวมถึงแบบสอบถามที่ใช้มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์ที่มีโครงสร้าง โดยมีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.80 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.83 สำหรับสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) ค่าเอฟ (F-test) และการทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ โดยใช้วิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffé Method)
ผลการศึกษา: (1) การบริหารงานวิชาการที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในสถานศึกษาสังกัดเทศบาลเมืองชัยภูมิ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การบริหารงานวิชาการที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอยู่ในระดับมากทุกด้าน (2) ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของสถานศึกษาสังกัดเทศบาลเมืองชัยภูมิ จำแนกตามระดับการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน และประเภทของสถานศึกษา พบว่าไม่มีความแตกต่างกัน (3) แนวทางการบริหารงานวิชาการที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของสถานศึกษาสังกัดเทศบาลเมืองชัยภูมิ ได้แก่ การปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงหลักสูตรให้สอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก บริบทของสถานศึกษา และบริบทของนักเรียน การส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน การสอนแบบบูรณาการ การส่งเสริมให้ครูมีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริงซึ่งตรงตามจุดมุ่งหมายของการศึกษา และนำผลการประเมินไปใช้ในการแก้ไขพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคล นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมให้ครูพัฒนาสื่อการสอนให้ทันสมัย โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน และนำผลการนิเทศมาปรับปรุงพัฒนาสื่อการเรียนการสอนต่อไป
สรุปผล: ผลการศึกษาพบว่าการบริหารงานวิชาการมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ในสถานศึกษาในเขตเทศบาลนครชัยภูมิ โดยมีประสิทธิภาพดีอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน ไม่พบความแตกต่างกันตามระดับการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน และประเภทของสถานศึกษา แนวทางสำคัญในการปรับปรุงการบริหารงานวิชาการ ได้แก่ การจัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับการเรียนรู้แบบ Active Learning การส่งเสริมการสอนแบบแก้ปัญหาและบูรณาการ การส่งเสริมการประเมินผลตามสภาพจริง และการส่งเสริมการพัฒนาสื่อการสอนสมัยใหม่ด้วยเทคโนโลยีและการนิเทศ
เอกสารอ้างอิง
คณน สิริโชคเจริญ. (2565). การพัฒนาแนวทางการบริหารงานวิชาการโดยใช้วงจรคุณภาพสำหรับสถานศึกษาสังกัดเทศบาล ตำบลในจังหวัดมหาสารคาม. การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ชยพล ดีอุ่น. (2565). การบริหารจัดการเรียนรู้ตามแนวทาง Active Learning ของสถานศึกษาศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาลุ่มน้ำลาง อำเภอปางมะผ้า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1. Journal of Modern Learning Development, 7 (4), 10-23.
เชษฐชาย วรรณประพันธ์. (2564). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาสถานศึกษาลำพระเพลิงพิทยาคม. สำนักงานเว็บไซต์ครูบ้านนอกดอทคอม
เทศบาลเมืองชัยภูมิ. (2566). แผนปฏิบัติการเทศบาลเมืองชัยภูมิ. ชัยภูมิ : เทศบาลเมืองชัยภูมิ.
นคร จงอนุรักษ์. (2564). การบริหารงานวิชาการของโรงเรียนชะอำคุณหญิงเนื่องบุรี.ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
เบญจวรรณ กสิผล. (2565). การบริหารงานวิชาการของผู้อำนวยการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษามหาวิทยาลัยเกริก.
ปัญญา ตรีเลิศพจน์กุล. (2566). “การศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษาขยาย โอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 5”. วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น, 7(1), 179 – 192.
สายใจ สูนกามรัตน์. (2564). “การบริหารงานวิชาการกับประสิทธิผลการสอนของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่”. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 6(3), 365 – 378.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน. (2565). แนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก. ลำปาง : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน.
สุรางค์ ประไพนพ. (2566). “รูปแบบการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพยุคดิจิทัลเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โรงเรียนบุญคุ้มราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1”. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 10(1), 46 -58.
Krejcie, R.V., & Morgan, D.W. (1970) Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





