แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2024.274660คำสำคัญ:
แนวทางการพัฒนา; , การบริหารงานวิชาการ; , โรงเรียนบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์การวิจัย: การบริหารงานวิชาการถือเป็นหัวใจสำคัญของสถานศึกษา เพราะการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนเป็นกิจกรรมทุกชนิด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงพัฒนาการสอนสำหรับนักเรียนให้ได้ผลดีมีประสิทธิภาพที่สุด การวิจัยครั้งนี้จึงได้กำหนดวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ และ 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 341 คน เครื่องมือการวิจัย คือ แบบสอบถาม เป็นแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .79 สถิติที่ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่ 2 ศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 8 คน เครื่องมือการวิจัยได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา และแบบประเมินความเหมาะสมความเป็นไปได้ของแนวทาง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย: สภาพปัจจุบันการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์โดยรวมอยู่ในระดับน้อย สภาพที่พึงประสงค์โดยรวมอยู่ในระดับมาก ส่วนความต้องการจำเป็นเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้ 1) ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ 2) ด้านการนิเทศการศึกษา 3) ด้านการวัดผลและประเมินผล 4) ด้านการพัฒนาหลักสูตร 5) ด้านการพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา และ 6) ด้านการประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา ตามลำดับ 2. แนวทางการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ประกอบด้วย 15 แนวทาง ได้แก่ ด้านการบริหารหลักสูตร มี 3 แนวทาง, ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ มี 3 แนวทาง, ด้านการนิเทศการศึกษา มี 1 แนวทาง, ด้านการวัดผลประเมินผล มี 3 แนวทาง, ด้านการประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา มี 2 แนวทาง และด้านการพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีการศึกษา มี 3 แนวทาง
สรุปผล: การบริหารงานวิชาการของโรงเรียนด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ส่วนแนวทางประกอบด้วย 14 แนวทาง ดังนี้ ด้านการบริหารหลักสูตร ได้แก่ 1) การจัดทำหลักสูตรของสถานศึกษา 2) การกำหนดจุดมุ่งหมาย วิสัยทัศน์การพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา 3) การวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลาง ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ได้แก่ 1) การจัดการเรียนรู้โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง 2) การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพและความเป็นเลิศของผู้เรียน 3) การพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ ด้านการนิเทศการศึกษา คือ การมีส่วนร่วมการนิเทศการศึกษา ด้านการวัดผลประเมินผล ได้แก่ 1) การสร้างและพัฒนาเครื่องมือวัดผล ประเมินผลที่สอดคล้องกับรายวิชาและผู้เรียน 2) การมีส่วนร่วมในการติดตาม ตรวจสอบ การวัดผลและประเมินผล 3) การกำหนดระเบียบ แนวปฏิบัติและรูปแบบการวัดผลประเมินผลของสถานศึกษา ด้านการประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา ได้แก่ 1) การวิเคราะห์ วิสัยทัศน์ เป้าหมาย เพื่อการพัฒนาแผนงานประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา 2) การสร้างและพัฒนาเครื่องมือการประเมินการประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ด้านการพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีการศึกษา ได้แก่ 1) การวิเคราะห์สภาพความต้องการจำเป็นในการใช้สื่อและนวัตกรรม 2) การสนับสนุนสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้ 3) การจัดทำแผนการพัฒนาและใช้สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีของสถานศึกษา
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 พุทธศักราช 2545). กรุงเทพฯ : คุรุสภา.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). กฎกระทรวงกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอานาจการบริหาร และ การบริหารการจัดการศึกษา พ.ศ. 2550. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์แห่งประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์แห่งประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศ ไทย
กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). แนวทางการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561. กรุงเทพฯ : สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
กาญจน์ เรืองมนตรี และธรินธร นามวรรณ. (2554). การบริหารวิชาการและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้. มหาสารคาม : อภิชาตการพิมพ์.
จันทรานี สงวนนาม. (2553). ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารสถานศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 3. นนทบุรี: บุ๊คพอยท์.
จีณัญญาพัจน์ โคตรหลักคำ. (2559). แนวทางการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 19. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์): มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ชนิดา วิสะมิตนันท์. (2555). กลยุทธ์การบริหารราชการการจัดการแหล่งเรียนรู้ที่เป็นระบบและเอื้อต่อการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. สงขลา : หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 3.
ธัญดา ยงยศยิ่ง. (2559). การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 3. การค้นคว้าอิสระครุศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา): มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา
รุ่งชัชดาพร เวหะชาติ. (2550). การบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. สงขลา: มหาวิทยาลัยทักษิณ.
วรรณภา แซ่ตั้น. (2556). การบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษากลุ่มบูรพาศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่กำรศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา): มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์. (2566). ข้อมูลบุคลากรทางการศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์. บุรีรัมย์: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). แนวทางการนิเทศภายในโดยใช้ห้องเรียนเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน. กรุงเทพฯ : หน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). รายงานความก้าวหน้าการจัดการเรียนรู้ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานปี 2561-2562. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2551). แนวทางการบริการจัดการหลักสูตรตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย
สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร: ทวีพริ้นท์ จำกัด.
เสาวณี ตรีพุทธรัตน์.(2554). การบริหารงานวิชาการ. ขอนแก่น: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
Cronbach, L.J. (1970). Essentials of Psychological Testing. 3rd edition. New York: Harper. And Row.
Krejcie, R.V. & Morgan, D.W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ






