รูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในการออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ในจังหวัดชัยภูมิ
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2024.274325คำสำคัญ:
การส่งเสริมสุขภาพ; , ผู้สูงอายุ; , การบริหารกายท่ารำไท้เก๊กบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุถูกดำเนินมาอย่างต่อเนื่องโดยในช่วงระยะเวลาประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลมีแนวทางการปฏิรูประบบเพื่อรองรับสังคมสูงวัยมาตรการรองรับสังคมผู้สูงอายุตามที่กระทรวงการคลังเสนอ สังคมสูงอายุ 6 Sustainable, 4 Change และมาตรการขับเคลื่อนสังคมสูงวัยคนไทยอายุยืนซึ่งได้ริเริ่มการจัดทำงบประมาณแบบบูรณาการภายใต้ “แผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย” ดังนั้นการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความจำเป็นในการส่งเสริมสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกายของผู้สูงอายุ 2) พัฒนารูปแบบการออกกำลังกาย เพื่อส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน
ระเบียบวิธีการวิจัย: ทำการศึกษากับผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ ชมรมผู้สูงอายุชุมชนร่วมใจพัฒนา จำนวน 31 คน ชมรมผู้สูงอายุชุมชนสันติสุขพัฒนาจำนวน 33 คน ชมรมผู้สูงอายุชุมชนโค้งยางพัฒนา จำนวน 51 คน รวมจำนวนทั้งหมด 115 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามแบบตอบสนองรายคู่ แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง คุณภาพของเครื่องมือวิจัย มีค่าความตรงเชิงเนื้อหา (content validity) อยู่ระหว่าง 0.95 -1.00 และ ค่าความเที่ยง (reliability) สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และประเมินความต้องการจำเป็นทำการวิเคราะห์ โดยวิธี Modified Priority Needs Index (PNI Modified)
ผลการวิจัย (1) ผู้สูงอายุมีความจำเป็นในการส่งเสริมสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการพัฒนา ปรับปรุงและแก้ไข เพื่อให้มีการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ ด้านช่วงเวลาในการออกกำลังกาย, ด้านวิชาการ, ด้านการทดสอบภาวะสุขภาพและสุขสมรรถนะทางกาย, ด้านบุคลากรผู้ให้บริการ, ด้านรูปแบบและกิจกรรม การออกกำลังกาย, และด้านสถานที่อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกและมีทัศนคติเกี่ยวกับการออกกำลังกาย อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้สูงอายุยังให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพของตนเองอยู่ให้ระดับปานกลาง (2) รูปแบบการออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ เป็นการประยุกต์ใช้ท่ารำไท้เก๊ก 18 ท่า โดยแบ่งโปรแกรมการออกกำลังกาย เป็น 2 ระยะคือ ระยะที่ 1 การยืดกล้ามเนื้อและอบอุ่นร่างกาย ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ระยะที 2 การออกกำลังกายด้วยท่ารำไท้เก๊ก ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที รวมใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 25-30 นาที โดยจัดทำเป็นคู่มือพร้อมซีดีประกอบการใช้รูปแบบการออกกำลังกายที่พัฒนาขึ้น และ มีความเหมาะสม ในด้านรูปแบบ กิจกรรม การใช้สื่อ อุปกรณ์ ในการออกกำลังกาย ตลอดจนคู่มือและสื่อประกอบการใช้รูปแบบการออกกำลังกายอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน
สรุปผล: การวิจัยเผยให้เห็นความจำเป็นที่สำคัญสำหรับผู้สูงอายุในการจัดลำดับความสำคัญด้านสุขภาพของตนเองผ่านการออกกำลังกาย ซึ่งชี้ไปที่ความมุ่งมั่นในระดับปานกลางแต่น่าสังเกตในแง่มุมต่างๆ ของการออกกำลังกาย การเปิดตัวโปรแกรมการเต้นรำไทเก็กที่มีโครงสร้างดี พร้อมด้วยคู่มือและสื่อที่ครอบคลุม แสดงถึงแนวทางที่เตรียมพร้อมและให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ถือเป็นช่องทางที่มีแนวโน้มในการส่งเสริมสุขภาพในหมู่ผู้สูงอายุผ่านรูปแบบการออกกำลังกายที่มีส่วนร่วมและเข้าถึงได้
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย สำนักส่งเสริมสุขภาพ. (2556). รายงานการสำรวจ สุขภาวะผู้สูงอายุไทย ปี 2556. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์วัชรินทร์ พี.พี.
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. (2548).รายงานประจำปี 2548 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร / กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. กรุงเทพฯ : กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร.
กองสุขศึกษา. (2556). การสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วม ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของชุมชน. กรุงเทพฯ: กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข.
ฉัตรกมล สิงห์น้อย และคณะ. (2559). การพัฒนารูปแบบการออกกำลังกายด้วยยางยืดประยุกต์สำหรับผู้สูงอายุที่เป็นโรคเรื้อรัง. รายงานการวิจัยมหาวิทยาลัยบูรพา.
ชลลดา บุตรวิชา. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการออกกําลังกายของผู้สูงอายุ ในชมรมเสริมสร้างสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร. ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต คณะศิลปะศาสตร์. มหาวิทยาลัยเกริก.
ณิชกานต์ สีไส. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู้สูงอายุในจังหวัดนครนายก. วิทยานิพนธ์ ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติวิทยาเขตชลบุรี.
นัสมล บุตรวิเศษ และ อุปริฏฐา อินทรสาด. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาอำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา เงินกองทุนส่งเสริมงานวิจัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563.
บุญศรี นุเกตุ และปาลีรัตน์ พรทวีกัณหา. (2545). การพยาบาลผู้สูงอายุ. นนทบุรี :โครงการสวัสดิการวิชาการ สถาบันพระบรมราชชนก.
ปัทมา เซ้งอาศัย. (2561). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบแอโรบิคต่อสมรรถภาพทางกายผู้สูงอายุ. รายงานการวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ.
พินิจ กุลละวณิชย์ และ ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์. (2548). คู่มือสุขภาพ “การออกกำลังกาย. เนชั่นสุด. สัปดาห์ฉบับพิเศษ, กรุงเทพฯ: เนชั่นมัลติมิเดีย.
ภาวิณี วรประดิษฐ. (2554). ผู้สูงอายุและภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ. Retrieved from: http://trat.nfe.go.th/ trat/topic5_old.php?page=10
วิไลวรรณ ทองเจริญ. (2554). ศาสตร์และศิลป์การพยาบาลผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ : คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
ศศิพัฒน์ ยอดเพชร. (2543). ภาพลักษณ์ของประชากรสูงอายุและระบบสวัสดิการและบริการในทศวรรษหน้า. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ สาขาวิชาเวชศาสตร์ผู้สุงอายุและพฤฒาวิทยา
ศิริพันธุ์ สาสัตย์. (2549). การพยาบาลผู้สูงอายุ : ปัญหาที่พบบ่อยและแนวทางในการดูแล. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สมนึก กุลสถิตพร. (2549). กายภาพบำบัดในผู้สูงอายุ. คณะสหเวชศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ ออฟเซ็ท เพรส จำกัด.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ [สศช.]. (2556). การคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ. 2553-2583. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์เดือนตุลา.
สำนักงานสถิติจังหวัดชัยภูมิ. (2565). การวิเคราะห์และสรุปสถานการณ์จากชุดข้อมูลกลางเรื่อง “ผู้สูงอายุ”. จังหวัดชัยภูมิ: สำนักงานสถิติจังหวัดชัยภูมิ.
สำนักบริหารการทะเบียน . (2560). ระบบสถิติทางการทะเบียน : จำนวนการเกิด. สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เว็บไซต์. Retrieved 22 January 2017: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statTDD/
สิริพร สุธัญญา. (2550). พฤติกรรมการดูแลตนเองกับความพึงพอใจในชีวิตของผู้สูงอายุในสวนรมณีนาถ กรุงเทพมหานคร. สารนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (จิตวิทยาพัฒนาการ): มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ
สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัครณี ภักดีวงษ์. (2562). การสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการต่อการให้บริการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) งานบริการผู้ป่วยนอก งานบริการผู้ป่วยในและงานบริการในชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2562. วิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาสถิติ : มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Phunratanai, S. (2012). Get to know and come to mind when you reach old age. Bangkok: Sangdaw Printing.
Suwanrada, W., Pothisiri, W., Chimmamee, M., Buathong, T., & Bangkaew, B. (2022). Reviewing, synthesizing, and preparing strategic proposals for driving the work of the Thai elderly. Bangkok: Thai Health Promotion Foundation.
Thongcharoen, W. (2016). Science and Art of Nursing for the Elderly. Bangkok: Mahidol university; 2016.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





