การประเมินโครงการฝึกอบรมผู้นำการอยู่ค่ายพักแรมสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรามคำแหง: การประยุกต์ใช้โมเดลการประเมินแบบมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2023.272557คำสำคัญ:
การประเมินแบบมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์; , โครงการฝึกอบรม; , ผู้นำการอยู่ค่ายพักแรมบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: โครงการฝึกอบรมผู้นำการอยู่ค่ายพักแรมมีเป้าหมายเพื่อพัฒนานักศึกษาให้มีความเข้าใจในการเป็นผู้นำการอยู่ค่ายพักแรม ตลอดจนพัฒนาสติปัญญา อารมณ์ สังคม ความสามัคคี ความมีวินัยและความมีน้ำใจในหมู่คณะและพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับนักศึกษา ซึ่งงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับการประเมินโครงการฝึกอบรมผู้นำการอยู่ค่ายพักแรมจากผู้ใช้ผลการประเมิน และ (2) ประเมินโครงการฝึกอบรมผู้นำการอยู่ค่ายพักแรมตามความต้องการของผู้ใช้ผลการประเมิน
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยเป็นเชิงปริมาณจำแนกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับการประเมินโครงการฝึกอบรมผู้นำการอยู่ค่ายพักแรมจากผู้ใช้ผลการประเมิน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ อาจารย์ผู้รับผิดชอบโครงการ 3 คน วิทยากร 3 คน และนักศึกษาผู้นำการอยู่ค่าย พักแรม 4 คน รวม 10 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 3 ระดับและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ และฐานนิยม ระยะที่ 2 การประเมินโครงการฝึกอบรมผู้นำการอยู่ค่ายพักแรมตามความต้องการของผู้ใช้ผลการประเมิน กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ อาจารย์ผู้รับผิดชอบโครงการ 3 คน วิทยากร 3 คน นักศึกษาผู้นำการอยู่ค่ายพักแรม 4 คน และนักศึกษาชาวค่าย 45 คน รวม 55 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย: 1) ความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับการประเมินโครงการฝึกอบรมผู้นำการอยู่ค่ายพักแรมจากผู้ใช้ผลการประเมินในด้าน 3 ด้านพบว่าประเด็นการประเมินมีดังนี้ (1) ด้านปัจจัยนำเข้า ได้แก่ สิ่งสนับสนุน คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ และสถานที่ (2) ด้านกระบวนการ ได้แก่ ความเหมาะสมของกระบวนการดำเนินกิจกรรมวันที่ 1, 2 และ 3 และ (3) ด้านประสิทธิผลของโครงการ ได้แก่ ประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรมวันที่ 1, 2, 3 และภาพรวม 2) ผลการประเมินโครงการฝึกอบรมผู้นำการอยู่ค่ายพักแรมตามความต้องการของผู้ใช้ผลการประเมินในภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อจำแนกเป็นรายด้านพบว่า (1) ด้านปัจจัยนำเข้ามีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ด้านกระบวนการมีความ พึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด และ (3) ด้านประสิทธิผลอยู่ในระดับมากที่สุด
สรุปผล: การวิจัยนี้เน้นที่ความสำคัญของการประเมินโปรแกรมฝึกอบรมผู้นำที่ค่ายพักแรม โดยเน้นทั้งปัจจัยที่นำเข้า กระบวนการ และผลลัพธ์ โปรแกรมนี้ได้รับความพึงพอใจสูงสุดจากผู้ใช้ทั้งในด้านปัจจัยที่นำเข้าและกระบวนการ พร้อมทั้งมีประสิทธิผลสูงที่สุดในด้านผลลัพธ์ที่ได้มาจากกิจกรรมทั้งหมด
เอกสารอ้างอิง
กมลชนก รักษาวงศ์และวิมล หอมยิ่ง. (2560). ประสิทธิผลของโครงการฝึกอบรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี. Veridian E-Journal, 10(2), 205-219.
กรฎา มาตยากรม, สุเมธ พรหมอินทร์ และนพดล นิ่มสุวรรณ. (2563). การประเมินประสิทธิภาพโครงการฝึกภาคสนามการอยู่ค่ายพักแรมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, 31(2),181-191.
คณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2552). ประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2552. คณะกรรมการการอุดมศึกษา.
รักษิต สุทธิพงษ์. (2564). ผลการจัดการเรียนรู้ตามกระบวนการคิดเชิงออกแบบในรายวิชาการอยู่ค่ายพักแรมที่มีต่อผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์และความรับผิดชอบของนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ, 22(1), 122-135.
ฤกษ์รัตน์ ปักกันต์ธร. (2556). การประเมินโดยมุ่งเน้นผู้ใช้ประโยชน์: กรอบคิดและแนวทาง. วารสารบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร, 8(2), 31-43.
วรพงษ์ แย้มงามเหลือ. (2547). การประเมินกิจกรรมการอยู่ค่ายพักแรมและการศึกษาอกสถานที่นิสิตสาขาวิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 19(2), 51-57.
ศักดิพันธ์ ตันวิมลรัตน์. (2546). เทคนิคและวิธีการจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์. วารสารวิทยบริการ, 14(1), 40-55.
สมควร โพธ์ิทอง. (2552). การประเมินผลกระบวนการจดการเรียนรู้วิชาการอยู่ค่ายพักแรม. วารสารคณะพลศึกษา, 14(1), 1-16.
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2560). เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2558 และเกณฑ์มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง. บริษัท วงศ์สว่างพับลิชชิ่ง แอนด์ พริ้นติ้ง จำกัด.
สุปราณี หมื่นยา. (2561). การประเมินแบบมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์: ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ,10(2), 260-271.
Chimed, B., Zaveri, S., & Batchuluun, B. (2011). Utilization-Focused Evaluation for Development Research to Empower All Mongolians through Information Communications Technology.
İlerten, F., & Efeoglu, G. (2021). Utilization focused evaluation of an ELT prep program: A longitudinal approach. Pegem Journal of Education and Instruction, 11(2), 27–31. https://doi.org/10.14527/pegegog.2021.03
Patton, M.Q. (2012). Essentials of utilization-focused evaluation. London: Sage Publication, Inc.
Stufflebeam D.L., & Shinkfield A.J. (2007). Evaluation theory, models & applications. San Francisco: Jossey-Bass.
Whittington, A., & Garst, B.A. (2018). The Role of Camp in Shaping College Readiness and Building a Pathway to the Future for Camp Alumni. Journal of Youth Development, 13 (1-2), 105-125.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 Kritchaya Poompin, Chuthaphon Masantiah, Wanatphong Benjaphong

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





