ผลการใช้กลวิธีลินซ์ (LINCS) เพื่อพัฒนาความรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ในรายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (การจัดการอุตสาหกรรม) มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2023.271014คำสำคัญ:
กลวิธีลินซ์; , ความรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษ; , รายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ภาษาอังกฤษ เป็นภาษากลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน เนื่องจากจำนวนประชากรโลกมากกว่าหนึ่งในสี่มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในระดับปฏิบัติงานได้จนถึงระดับคล่องแคล่ว และมีแนวโน้มที่จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารแล้ว ในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มีการใช้เครื่องมือหรือระบบการทำงานต่าง ๆ เป็นภาษาอังกฤษด้วย การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลวิธีลินซ์ (LINCS) 2) เปรียบเทียบความรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษก่อนและหลังจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลวิธีลินซ์ (LINCS) 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลวิธีลินซ์ (LINCS) และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนรู้
ระเบียบวิธีวิจัย: ประชากรการวิจัยที่ใช้คือ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (การจัดการอุตสาหกรรม) มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลวิธีลินซ์ (LINCS) แบบวัดความรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ สถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย: (1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลวิธีลินซ์ (LINCS) โดยภาพรวมมีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) มีค่าเฉลี่ย 4.68 และมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (2) ผลการเปรียบเทียบความรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ผลต่าง +7.76 (3) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษานักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (การจัดการอุตสาหกรรม) หลังเรียนได้คะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนเรียนผลต่าง +13.09 และ (4) ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลวิธีลินซ์ (LINCS) เพื่อพัฒนาความรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษในรายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
สรุปผล: การวิจัยแสดงว่าแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ LINCS มีความเที่ยงตรงและมีค่าเฉลี่ยสูง, ส่งผลให้นักศึกษามีความรู้และสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น, และเพิ่มความพึงพอใจในการเรียน.
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา จันทร์พราหมณ์. (2563). ความต้องการในการใช้ภาษาอังกฤษของพนักงานระดับปฏิบัติการในนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ. 5(8), 425-436.
ชนิดา เจนนพกาญจน์. (2552). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้และความคงทนในการจำคำศัพท์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากการสอนโดยกลวิธีลินซ์ (LINCS STRATEGY) วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ณัฐพงษ์ พลหน่วยตระกูล. (2560). การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้กลวิธีการเรียนรู้คำศัพท์เพื่อพัฒนาความรู้คำศัพท์และความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนหนองสิมโนนสวรรค์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ. ศึกษาศาสตร์สาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 1(3), 1-14
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ปวีณา บุตรวงค์. (2558). ผลการเรียนรู้และความคงทนการจำคำศัพท์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้กลวิธีลินซ์ร่วมกับเทคนิคเพื่อนคู่คิด. วารสารวิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา. 13(2), 45-56.
พรรณี ลีกิจวัฒนะ. (2559). วิธีการวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ: มีน เซอร์วิสซัพพลาย.
มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี. (2562). หลักสูตรอุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต (อส.บ.) สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม หลักสูตรปรับปรุง พุทธศักราช 2562. ลพบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
Anderson, R. C. and Freebody, P. (1981). Vocabulary Knowledge. In Guthrie, J.T. (Ed.), Comprehension and teaching: Research reviews. Newark, DE: International Reading Association.
Cronbach, L. J. (1970). Essentials of Psychological Test. 5th edition. New York: Harper Collins.
Dakun, W. and Gieve, S. (2008). Learning environments and the use of vocabulary learning strategies: A Case study of Chinese learners. Language Learning Journal, 36(2), 175-191.
Ellis, E. S. (1998). Visual and Auditory LINCS to Background Knowledge: A Key for Learning New Terms. Alabama: Masterminds.
Hirsh, D., & Nation, P. (1992). What Vocabulary Size Is Needed to Read Unsimplified Texts for Pleasure? Reading in a Foreign Language, 8, 689-696.
Hulstijin, J.H., Merel Hollander, and Tine Greidanu. (1996). Incidental vocabulary learning by advanced foreign language students: The influence of marginal glosses, dictionary use, and reoccurrence of unknown words. The Modern Language Journal. 80 (3), 327-339.
Schmitt, N. (2000). Vocabulary in language teaching. Cambridge: Cambridge University Press.
Wilkins, D.A. (1972). Linguistics and Language Teaching. London: Edward Arnold.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 Asst.prof. Veeravit Boonsong, Ph.D., Asst.prof.Wipasiri Jaengsaengthong

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





