แนวทางการกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา โดยการประยุกต์ใช้แนวคิดการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ
DOI:
https://doi.org/10.14456/iarj.2023.228คำสำคัญ:
การประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ; , การกำกับติดตาม; , แผนปฏิบัติราชการประจำปี;, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2บทคัดย่อ
การกำกับการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานโครงการกิจกรรมให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด โดยการวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาที่มีผลการดำเนินงานที่ดี 2) พัฒนาแนวทางการกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา โดยการประยุกต์ใช้แนวคิดการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ และ 3) ตรวจสอบคุณภาพของแนวทาง ซึ่งดำเนินการวิจัย 3 ระยะ ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ ระยะที่ 1 โดยการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 10 คน ระยะที่ 2 โดยการสนทนากลุ่มร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 9 คน และระยะที่ 3 โดยการสอบถามกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 354 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า (1) ผลการศึกษาการกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีที่ดี ได้หลักการกำกับติดตาม 5 หลักการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 4 กลุ่ม วิธีการ/กลยุทธ์ในการกำกับติดตาม 23 ประเด็น เครื่องมือที่ใช้ 3 เครื่องมือ และร่องรอยหลักฐานในการตรวจสอบการดำเนินงาน 17 ร่องรอย (2) ผลการพัฒนาแนวทางการกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา โดยการประยุกต์ใช้แนวคิดการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ คือ 1) วัตถุประสงค์ของการกำกับติดตาม จำนวน 3 ข้อย่อย 2) หลักการของการกำกับติดตาม จำนวน 5 หลักการ 3) กรอบเนื้อหาของการกำกับติดตาม จำนวน 4 ประเด็นหลัก 22 ประเด็นย่อย 4) ตัวชี้วัดในการกำกับติดตาม จำนวน 4 ตัวชี้วัด 5) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 4 กลุ่ม 6) เครื่องมือ จำนวน 1 เครื่องมือ และ 7) กระบวนการกำกับติดตาม จำนวน 4 ขั้นตอน 2 หลักปฏิบัติ (3) คุณภาพของแนวทางการกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา โดยการประยุกต์ใช้แนวคิดการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจในภาพรวมมีมาตรฐานการใช้ประโยชน์ มาตรฐานความเป็นไปได้ มาตรฐานความเหมาะสม และมาตรฐานความถูกต้องอยู่ในระดับมากทุกด้าน
เอกสารอ้างอิง
ณัฎฐ์ณพัชร์ อ่อนตาม. (2562). เทคนิคการบริหารงานแบบ PDCA (Deming Cycle). วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 1(3), 44-45.
ณัฐพล ธิตินานันทกูล. (2563). การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน โดยการประยุกต์ใช้พหุแนวคิด ตามมาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2561 :มาตรฐานคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ณัฐวัชร จันทโรธรณ์ และพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ . (2563). ประสิทธิผลขององค์กร. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ, 9(2),1-9.
โทซาวะ บุนจิ. (2544). คิดใหม่ทำใหม่ด้วยไคเซ็น (ผู้แปล ชไมพร สุธรรมวงศ์). กรุงเทพฯ: สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น).
พรรณิภา ภูกองพลอย, ทัศน์ศิรินทร์ สว่างบุญ,วราพร เอราวรรณ์. (2561). มโนทัศน์เบื้องต้นของการประเมินอภิมาน. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 24(1), 1-11.
เพ็ญศรี บุญเดช. (2561). การพัฒนาระบบการกำกับติดตามและประเมินแบบเสริมสร้างพลังอำนาจในการจัด การเรียนรู้ของครู สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารบัณฑิตศึกษา, 15(70), 9-17.
เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ. (2545). การจัดการคุณภาพ:จาก TQC ถึง TQM,ISO 9000 และการประกันคุณภาพ. กรุงเทพฯ: บพิธการพิมพ์.
ศิริชัย กาญจนวาสีและคณะ. (2559). การเลือกใช้สถิติที่เหมาะสมสำหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2565). กรอบอัตรากำลัง.Retrieved on 21 March 2022 from https://otepc.go.th/th/inform-services/2018-12-19-01-28-26.html
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2555). รายงานการวิจัยและพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษาแบบใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนขนาดเล็ก : จังหวัดตาก. กรุงเทพฯ: บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579. กรุงเทพฯ บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
สำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). รายงานสรุปผลการติดตามและประเมินผลการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามตัวชี้วัดแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็น.เอ.รัตนะเทรดดิ้ง.
สุนทร เกิดแก้ว. (2558). การบริหารโครงการ:การติดตาม ควบคุมและการประเมินผล. กรุงเทพฯ: เสมาธรรม.
สุภาพร พิศาลบุตร. (2549). การวางแผนและบริหารโครงการ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต.
สุวิมล ติรกานันท์. (2547). การประเมินโครงการ:แนวทางสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวิมล ว่องวานิช. (2543). การวิจัยและพัฒนาระบบการประเมินผลภายในของสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อมาวสี อัมพันศิริรัตน์. (2560). การประเมินแบบเสริมพลัง: แนวคิดและการประยุกต์ใช้. วารสาร (เครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้), 4(1), 280-291.
ฮิโตชิ คูเบะ. (2540). การบริหารคุณภาพ (Management by quality (MBQ)) (ผู้แปล ปรีชา ลีลานุกรม,กิตติศักดิ์ พลอยพานิชเจริญ). กรุงเทพฯ: สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น).
Asia-Pacific Programed of Education for All. (1999). Monitoring and Evaluation of Literacy and Continuing Education Program: Practitioners’ manual. Retrieved on 1 January 2020 from https://files.eric.ed.gov/fulltext/ED438428.pdf
Bamberger, M., & Hewitt, E. (1986). Monitoring and Evaluating Urban Development Programs: Handbook for Program Managers and Researchers. Retrieved on 26 January 2020 from http://documents1.worldbank.org/curated/en/380361468137717922/pdf/multi-page.pdf
Cameron, K.S., & Quinn, R.E. (2002). Diagnosing and Changing Organization Culture. Massachusetts: Addison-Wesley.
Fetterman, D. M. (2001). The foundation of empowerment evaluation. Thousand Oaks, CA: SAGE Publications.
Fetterman, D. M., & Wandersman, A. (2005). Empowerment Evaluation Principles in Practice. Retrieved on 25 January 2020 from https://books.google.co.th/books?hl=th&lr=&id=zYDeAFbCRLsC&o
McMillan, J.H., & Schumacher, S.S. (1997). Research in Education: A Conceptual Introduction. Longman, New York.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 Teerawan Bunbamrung, Taviga Tungprapa, Ong-art Naiyapatana

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





