การพัฒนาแบบวัดเชิงสถานการณ์เพื่อวัดความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
DOI:
https://doi.org/10.14456/iarj.2023.236คำสำคัญ:
ความเป็นพลเมืองดิจิทัล; , แบบวัดเชิงสถานการณ์; , ทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบบทคัดย่อ
ความเป็นพลเมืองดิจิทัลจำเป็นต้องเรียนรู้และควรจะทำความเข้าใจในเทคโนโลยีดิจิทัลและสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และถูกตามหลักของกฎหมายทางเทคโนโลยีดิจิทัล การสร้างแบบวัดความเป็นพลเมืองดิจิทัลเชิงสถานการณ์ชนิด 4 ตัวเลือกโดยมีค่าคะแนนที่แตกต่างกันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวัดความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยการวิจัยครั้งนี้ มีความมุ่งหมาย 2 ประการ คือ (1) เพื่อสร้างแบบวัดเชิงสถานการณ์เพื่อวัดความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น (2) เพื่อตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดเชิงสถานการณ์ที่ใช้วัดความเป็นพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบแบบ พหุวิภาค กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 27 จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 750 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติ Graded-Response Model ด้วยโปรแกรม IRT PRO ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ (1) ผลสร้างแบบวัดความเป็นพลเมืองดิจิทัลทำให้ได้แบบวัดเชิงสถานการณ์ซึ่งมี 3 องค์ประกอบหลัก 9 องค์ประกอบย่อยด้านละ 5 ข้อรวมเป็น 45 ข้อ โดยตัวเลือกในแต่ละสถานการณ์กำหนดตามลักษณะของผู้ที่มีความเป็นพลเมืองดิจิทัล 4 ระดับคือต่ำ ปานกลาง ค่อนข้างสูง และสูง ผลการวิเคราะห์คุณภาพของแบบวัดโดยใช้ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิมพบว่ามีค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อคำถาม (IOC) ตั้งแต่ 0.60 ถึง 1.00 มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.22 ถึง 0.72 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.91 (2) ผลการวิเคราะห์คุณภาพของแบบวัดโดยใช้ทฤษฎีตอบสนองข้อสอบพบว่า ค่าพารามิเตอร์ความชันร่วม (α) มีค่าตั้งแต่ 0.31 – 6.04 ค่าพารามิเตอร์ threshold (β) พบว่า β1 มีค่าตั้งแต่ -12.05 ถึง -1.71 β2 มีค่าตั้งแต่ -9.19 ถึง -1.20 β3 มีค่าตั้งแต่ -5.19 ถึง -0.36 สารสนเทศของข้อคำถามสูงสุดในแต่ละองค์ประกอบมีค่าตั้งแต่ 0.03 ถึง 4.22 สารสนเทศของแบบวัดสูงสุดในแต่ละองค์ประกอบ มีค่าตั้งแต่ 1.96 ถึง 6.65
เอกสารอ้างอิง
กรรณ์ชลิกา ชัยสุวรรณ. (2555). การเปรียบเทียบคุณสมบัติจิตมิติระหว่างแบบวัดฉบับสั้นที่พัฒนา จากวิธีที่ต่างกัน: การศึกษาแบบวัดความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรค. ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ครรชิต มาลัยวงค์. (2559). Digital & Virtual. Retrieved from : http://www.drkanchit.com/faq/faq00015.html
ภัคณัฏฐ์ สมพงษ์ธรรม. (2551). การเปรียบเทียบคุณภาพของแบบวัดความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรคตามทฤษฎีของสโตลซ์ระหว่างมาตรประมาณค่ากับแบบวัดชนิดสถานการณ์:การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบแบบพหุวิภาค. ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
ล้วน สายยศ, และ อังคณา สายยศ. (2543). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้ง ที่ 3, กรุงเทพฯ: ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2556). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม. พิมพ์ครั้งที่ 6, กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560). กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
Heick, T. (2015). “Definition Of Digital Citizenship.” Teach Thought. Retrieved from: http://www.teachthought.com/the-future-of-learning/digital-citizenship-the-future-of-learning/the-definition-of-digital-citzenship
International Society for Technology in Education. (ISTE). (2015). The 2016 ISTE Standards for Students. Retrieved from http://www.iste.org/standards/standards/for-students-2015
Morizot, J., Ainsworth, A. T., & Reise, S. (2007). Toward modern psychometrics: Application of item response theory models in Personality Research. Toward modern psychometrics: Application of item response theory models in Personality Research. In R. W. Robins, R. C. Fraley, & R. F. Krueger (Eds), 413.
Mossberger, K., Tolbert, J.C., & McNeal, S.,R.,. (2015). Digital Citizenship, the Internet Society and Participation. Cambridge, Mass.: MIT Press
Park, Y. (2016). 8 digital life skills all children need and a plan for teaching thern. Retrieved from: https://medium.com/@yuhyun_park/8-digital-life-skills-all-children-need-and-a-plan-for-teaching-them-a943900cf972
Ribble, M. (2015). Digital Citizenship in Schools: Nine Elements All Students Should Know. 3rd ed.). Washington DC: International Society for Technology in Education.
Ribble, M.S., & Bailey, G.D. (2011). Digital Citizenship in Schools. Washington DC: International Society for Technology in Education
World Economic Forum. (2016). The 8 skills you need to thrive in the Fourth Industrial Revolution. Retrieved from: https://www.weforum.org/agenda/2016/01/the-10-skills-you-need-to-thrive-in-the-fourth-industrial-revolution/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 Phraewnapa Kaewkook, Panida Sakuntanak, Ornuma Charoensuk

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





