การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเฉพาะของนักสังคมสงเคราะห์จิตเวช
DOI:
https://doi.org/10.14456/iarj.2023.230คำสำคัญ:
รูปแบบการฝึกอบรมแบบผสมผสาน; , การเรียนรู้เชิงรุก; , นักสังคมสงเคราะห์จิตเวช; , สมรรถนะเฉพาะ ด้านสังคมสงเคราะห์จิตเวชบทคัดย่อ
กระบวนการเรียนรู้เชิงรุกเป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเน้นบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน โดยให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ เรียนรู้และดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเอง โดยมีครูเป็นผู้ให้คำแนะนำชี้แนะ กระตุ้น หรืออำนวยความสะดวก ให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียน และการนำเสนอข้อมูล การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการฝึกอบรมแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเฉพาะของนักสังคมสงเคราะห์จิตเวช 2) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการฝึกอบรมแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเฉพาะของนักสังคมสงเคราะห์จิตเวช การวิจัยดำเนินการ 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การพัฒนาและทดลองใช้รูปแบบการฝึกอบรมแบบผสมผสานฯ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่สมัครเข้ารับการฝึกอบรมและสมัครใจเข้ารับการทดลอง จำนวน 38 คน ระยะที่ 2 การประเมินผลรูปแบบการฝึกอบรมแบบผสมผสานฯ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญประกอบด้วย นักสังคมสงเคราะห์ที่สมัครเข้ารับการฝึกอบรม หัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ และคณะกรรมการสมาคมนักสังคมสงเคราะห์จิตเวช จำนวน 13 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) รูปแบบการฝึกอบรมแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเฉพาะของนักสังคมสงเคราะห์จิตเวช 2) แบบประเมินสมรรถนะเฉพาะด้านสังคมสงเคราะห์จิตเวช 3) แนวคำถามการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) เพื่อประเมินผลรูปแบบการฝึกอบรมฯ 4) แบบประเมินสรุปผลการนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงาน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที (t-test) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัย พบว่า (ก) รูปแบบการฝึกอบรมแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเฉพาะของนักสังคมสงเคราะห์จิตเวช ประกอบด้วย 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) โครงสร้างเนื้อหา 4) แผนการจัดการเรียนรู้ 5) สื่อการเรียนรู้ 6) การวัดและประเมินผลการเรียนรู้โดยดำเนินการฝึกอบรมตามโครงสร้างเนื้อหาและแผนการจัดการเรียนรู้เป็นแบบผสมผสาน จำนวน 7 โมดูล ระยะเวลา 90 ชั่วโมง โดยใช้รูปแบบออนไลน์ (Online) จำนวน 6 โมดูล ระยะเวลา 60 ชั่วโมง และรูปแบบพบหน้า (Onsite) จำนวน 1 โมดูล ระยะเวลา 30 ชั่วโมง มีรูปแบบการฝึกอบรมและโครงสร้างเนื้อหาเหมาะสมทุกองค์ประกอบกับวิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์จิตเวช ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1.00 (ข) ผลการทดลองใช้รูปแบบการฝึกอบรมแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเฉพาะของนักสังคมสงเคราะห์จิตเวช พบว่า คะแนนเฉลี่ยสมรรถนะเฉพาะด้านสังคมสงเคราะห์จิตเวช ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการตระหนักถึงคุณค่า จรรยาบรรณ และมาตรฐานวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จิตเวช 2) ด้านความสามารถในการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์จิตเวช 3) ด้านความสามารถในการพัฒนาวิชาการด้านสังคมสงเคราะห์จิตเวช หลังการฝึกอบรมสูงกว่าก่อนการฝึกอบรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (ค) ผลการประเมินรูปแบบการฝึกอบรมแบบผสมผสานโดยใช้วิธีการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเฉพาะของนักสังคมสงเคราะห์จิตเวช มีความเหมาะสม บรรลุตามเป้าหมายทั้งในด้านเจตคติที่ดีต่อการทำงานวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จิตเวช ได้เพิ่มพูนความรู้ ทักษะเฉพาะทาง ประสบการณ์ ความมั่นใจ เป็นประโยชน์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานและพัฒนาวิชาการด้านสังคมสงเคราะห์จิตเวช รวมถึงมีสัมพันธภาพที่ดี เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายการทำงานสังคมสงเคราะห์จิตเวชได้ครอบคลุมมากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมสุขภาพจิต. (2564). แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี พ.ศ.2566 – 2570 ของกรมสุขภาพจิต. Retrieved December 25, 2022, from: https://dmh.go.th/intranet/p2554/download/view.asp?id=2349
จตุรงค์ บุญยรัตนสุนทร, ระพีพรรณ คำหอม, เยาวเรศ คํามะนาด, ทองศิริ ก่ำแดง. (2564). การสร้างคุณค่าและสมรรถนะหลักนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพ. วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, 29(1), 294-328.
เจิดจันทร์ พลดงนอก. (2556). การพัฒนาระบบการฝึกอบรมออนไลน์แบบสอนงานสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการผู้ใช้เทคโนโลยี ธนาคารพาณิชย์. Veridian E-Journal SU, 6 (1), 385-398.
ชลศิลป์ ตรีสงค์, แจ่มจันทร์ ศรีอรุณรัศมี และขวัญหญิง ศรีประเสริฐภาพ. (2561). การนำเสนอรูปแบบการฝึกอบรมเชิงรุกแบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาของพนักงานขายและบริการด้านโทรคมนาคม. Veridian E-Journal Silpakorn University, 11 (2), 1640-1656.
ทัศนีย์ ธราพร, อารัมภ์ เอี่ยมละออ, และเบญจวรรณ รุ่งเรืองศุภรัตน์. (2563). การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) กับอนาคตการจัดการศึกษาสำหรับสังคมในแบบฐานวิถีชีวิตใหม่. วารสารศิลปะศาสตร์ มทร. ธัญบุรี. 1(2), 13-20.
ปณิตา วรรณพิรุณ. (2555). การพัฒนารูปแบบการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้เครื่องมือทางปัญญาเพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ. วารสารวิทยบริการ, 23 (2), 153-164.
เพ็ญประภา ภัทรานุกรม. (2565). การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนและกลยุทธ์การสอนในหลักสูตรวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ศาสตร์.วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์. 30 (2), 145-168.
เยาวเรศ ภักดีจิตร. (2557). Active Learning กับการพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. นครสวรรค์: สาขาวิชา สังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
วารินท์พร ฟันเฟื่องฟู. (2562). การจัดการเรียนรู้ Active Learning ให้สำเร็จ. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์). 9 (1), 135-145.
ศิวาพัชญ์ บำรุงเศรษฐพงษ์, ภูริสร์ ฐานปัญญา และเกรียงไกร สัจจะหฤทัย.(2563). การเรียนการสอนแบบไฮบริด (Hybrid Learning) กับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21.วารสารนาคบุตรปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช. 12(3), 213-224.
สนธยา หลักทอง และเผชิญ กิจระการ. (2564). การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมแบบผสมผสานตามหลักการนาตนเองเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการรู้ดิจิทัล สำหรับครูในสังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม. 11 (2), 197-209.
สมัครสมร ภักดีเทวา และเอกนฤน บางท่าไม้. (2564). การเรียนรู้ยุคใหม่กับการเรียนการสอน ออนไลน์ใน สถาบันอุดมศึกษา. วารสารสุโขทัยธรรมาธิราช, 34(1), 1-18.
อัญชลี ศิลาเกษ และสมนึก อนันตวรวงศ์. (2564). มาตรฐานการปฏิบัติงาน สำหรับนักสังคมสงเคราะห์จิตเวช (ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 1). สมาคมนักสังคมสงเคราะห์. กรมสุขภาพจิต
Eiraldi, R., McCurdy, B. L., Khanna, M. S., Goldstein, J., Comly, R., Francisco, J., Rutherford, L. E., Wilson, T., Henson, K., Farmer, T., & Abbas F. J. (2022). Development and evaluation of a remote training strategy for the implementation of mental health evidence-based practices in rural schools: Pilot study protocol. Pilot and Feasibility Studies, 8, 128. https://doi.org/10.1186/s40814-022-01082-4
Dziuban, C., Graham, C.R., Moskal, P.D. & et al. (2018). Blended learning: the new normal and emerging technologies. Int J Educ Technol High Educ 15 (3), https://doi.org/10.1186/s41239-017-0087-5
Fanter, A. (2010). The Future of Instructional Models. Retrieved January 10, 2023, from: https://www.worldwidelearn.com/articles/hybrid-education/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 Chidchanok Opaswattana, Sankamon Gornnum, Phopthorn Wuttiharn

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





