การส่งเสริมแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน ด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดอนดู่
DOI:
https://doi.org/10.14456/iarj.2023.218คำสำคัญ:
การเรียนรู้แบบผสมผสาน; , เทคนิคเพื่อนคู่คิด; , แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนบทคัดย่อ
การส่งเสริมแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ในการเรียน ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความขยันหมั่นเพียร และ เป็นตัวกำหนดจุดมุ่งหมาย และ ผลลัพธ์ทางการเรียน โดยแรงจูงใจเป็นกระบวนการที่บุคคลถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้า โดยจงใจให้กระทำเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ ผู้เรียนจะมีแรงจูงใจได้นั้น ครูควรสร้างแรงจูงใจพร้อมกับการสร้างทักษะทางวิชาการ ผ่านกลยุทธ์ทางการสอนโดยมีการแนะแนววิธีการเรียนรู้ของผู้เรียน การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการส่งเสริมแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิด 2) ศึกษาความสัมพันธ์ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน โดยการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิด ตามขั้นตอน (PAOR) กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดอนดู่ จำนวน 8 คน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา มหาสารคาม เขต 1 เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิด แบบวัดแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ แบบอนุทิน แบบสังเกตพฤติกรรมและแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ผลการวิจัยพบว่า 1) การส่งเสริมแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิด มี 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นสอนและการตั้งปัญหา ขั้นเพื่อนคู่คิด ขั้นทำงานเป็นกลุ่มและการนำเสนอ และ ขั้นสรุปและการประเมิน โดยมีการจัดสภาพแวดล้อมทางการเรียนทั้งแบบในชั้นเรียน และแบบออนไลน์ 2) แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน กับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีความสัมพันธ์กันในทางบวก และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบผสมผสาน ด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิด อยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
ดลฤดี ไชยศิริ. (2562). การส่งเสริมแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้การเรียนรู้แบบผสมผสานร่วมกับแนวคิดเกมิฟิเคชัน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนผดุงวิทยา. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม, มหาสารคาม.
ประหยัด จิระวรพงศ์. (2553). Accelerated learning: กลยุทธ์ทางการเรียนรู้ที่น่าศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 21 (2), 1-8.
ผกาวัลย์ นามนัย. (2562). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กฎหมายและการดำเนินชีวิตและพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างมีวิจารณญาณชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตร และการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
มนต์ชัย เทียนทอง. (2551).เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ Mentor Coached Think-Pair-Share เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการเรียนรู้ออนไลน์. วารสารวิชาการพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 18 (1), 99-105.
เมธี ธรรมวัฒนา. (2555). กลยุทธ์การสร้างแรงจูงใจที่มีประสิทธิภาพในชั้นเรียน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 23 (3), 17-26.
โมลี สุทฺธิโมลิโพธ. (2563). ลักษณะของบุคคลที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์. วารสารพุทธจิตวิทยา, 5 (2), 12-17.
วัฒนาพร ระงับทุกข์. (2542). แผนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
สังคมไชยสงเมือง. (2560). การพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานโดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาและทักษะการใช้เทคโนโลยีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบันฑิต: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล. (2561). ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. Retrieved on 25 September 2021. Form https://www.trueplookpanya.com/education/content/66054/
อาทิตย์ สุริฝ้าย. (2557). การปฏิบัติการส่งเสริมแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้รูปแบบห้องเรียนกลับด้านร่วมกับเทคนิคการเรียนการสอนแบบผสมผสานผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ กรณีเฟสบุ๊ก. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
Allen, E, & Seaman, J. (2010). Learning on demand: Online education in the United States. USA: Sloan Consortium.
Best, J. W. (1977). Research in Education. New Jersey: Prentice Hall Inc.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1992). The Action Research Planner. 3rd edition. Geelong: Deakin University Press.
Lyman, F. (1987). Think-Pair-Share: An Ending Teaching Technique. MAA-CIE Cooperative News, 1, 1-2.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 Apichart Wichaiyo, Sanit Teemueangsai, Ubonwan Juntarasena

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





