สภาพการบริหารกิจการคณะสงฆ์ สังกัดมหานิกายหนตะวันออก เขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 9

ผู้แต่ง

  • พระอัชยา ฉฺนทสุโภ นักศึกษาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต (การบริหารจัดการการศึกษา) มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม https://orcid.org/0000-0003-4474-8953
  • จำเนียร พลหาญ หลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต (การบริหารจัดการการศึกษา) มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม https://orcid.org/0000-0002-7560-5173
  • กฤษกนก ดวงชาทม หลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต (การบริหารจัดการการศึกษา) มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม https://orcid.org/0009-0007-3540-0783

DOI:

https://doi.org/10.14456/iarj.2023.188

คำสำคัญ:

การบริหารกิจการคณะสงฆ์;, มหานิกาย; , เขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 9

บทคัดย่อ

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาของชาติไทยมาแต่โบราณ บรรดาศิลปวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี จริยธรรมและคุณธรรมอันหล่อหลวมรวมเป็นเอกลักษณ์ของไทยล้วนมีรากฐานที่สำคัญมากจากพระพุทธศาสนาพระพุทธศาสนานับเป็นมรดกล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองไทยเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจทำให้เกิดเอกภาพและความมั่นคงในชาติ สามารถดำรงความเป็นไทยอยู่ได้ด้วยดีตลอดมา การบริหารของคณะสงฆ์ในประเทศไทยในยุคปัจจุบันมีสังฆราชเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดการบริหารของคณะสงฆ์ยุคนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 และ พ.ศ. 2561 บทความนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อวิเคราะห์สภาพการบริหารคณะสงฆ์ สังกัดมหานิกายหนตะวันออก เขตปกครองคณะมหานิกายหนตะวันออก ภาค 9 การวิจัยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้ (1) การศึกษาเอกสาร มีวัตถุประสงค์เพื่อนำผลที่ได้จากการศึกษาเอกสารการบริหารคณะสงฆ์มาใช้เป็นบริบทในการสร้างแบบสอบถามศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ ในการบริหารงานคณะสงฆ์ (2) การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นการนำผลการวิจัยในขั้นตอนที่ 1 มาออกแบบประเด็นการวิจัยเพื่อศึกษาสภาพการบริหารของคณะสงฆ์ กลุ่มเป้าหมายข้อมูลเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 ท่าน/รูป และ (3) การวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ กลุ่มตัวอย่างเป็นพระสงฆ์ในเขตปกครองภาค 9 จำนวน 261 รูป วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนาส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์แบบอุปนัย ผลการวิจัยสภาพปัจจุบันในการบริหารคณะสงฆ์ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และสภาพที่พึงประสงค์ใน การบริหารของคณะสงฆ์ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดรายการประเมินเรียงจากลำดับมากไปหาน้อยของสภาพปัจจุบันระดับมากที่สุดลำดับสูงที่สุดคือด้านการศาสนศึกษา รองลงมาได้แก่ด้านการปกครอง ด้านการศึกษาสงเคราะห์ระดับมาก ด้านการเผยแผ่ ด้านการสาธารณูปการ และด้านการสาธารณสงเคราะห์ ตามลำดับและรายการประเมินของสภาพที่พึงประสงค์ระดับมากที่สุดทุกด้านเรียงจากลำดับ มากไปหาน้อยคือด้านการศึกษาสงเคราะห์ รองลงมาได้แก่ด้านการปกครองและ ด้านการศาสนศึกษา ด้านการสาธารณูปการ และด้านการเผยแผ่และด้านการสาธารณสงเคราะห์ ตามลำดับ

เอกสารอ้างอิง

บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่9. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น

ประกิต บุญมี และคณะ. (2559). การบริหารกิจการคณะสงฆ์: ศึกษากรณีเขตการปกครองคณะสงฆ์ตำบลท่าไม้ จังหวัดสมุทรสาคร. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์.

พระครูนิมิตสาธุวัฒน์ (บุญเมือง ชวโน), สมเดช นามเกตุ และ บุญส่ง สินธุ์นอก. (2564). A Guideline of Administration of Sangha’s Duties with Sangahavatthu Principle of Eccl. Administrative Officers in the Administrative Area of NongSaeng District, Udonthani Province. Journal of Modern Learning Development. 6 (3), 44-57.

พระครูใบฎีกาอภิชาติ ธมฺมสุทฺโธ (พรสุทธิชัยพงศ์). (2558). ระบบการบริหารกิจการคณะสงฆ์ไทยในทศวรรษหน้า. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ฯ. 2 (2), 126-139.

พระครูปลัดกิตติวัฒน์ (คชา ปญฺาธโร). (2554). การบริหารจัดการวัดของพระสังฆาธิการในอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระครูพินิตสุตาคม (สมพงษ์ สุตาคโม). (2554). การบริหารจัดการของเจ้าอาวาสวัดในเขตการปกครอง คณะสงฆ์อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระครูเมตตามงคลวิศิษฏ์ (วัชรินทร์ อคฺควโร). (2559). การบริหารงานกิจการคณะสงฆ์ของพระสังฆาธิการในเขตกรงเทพมหานคร. Journal of Yanasangvorn Research Institute. 8 (2), 59-69.

พระครูรัตนญาณวิมล (มนตรี รตนญาโณ). (2556). การบริหารกิจการคณะสงฆ์ในเขตอำเภอกระสังจังหวัดบุรีรัมย์. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา): มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.

พระครูสังฆรักษ์สมศาสตร์ โฆษิตธมฺโม. (2552). การมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ระดับเจ้าคณะอำเภอรองเจ้าคณะอำเภอ เลขานุการเจ้าคณะอำเภอ เลขานุการรองเจ้าคณะอำเภอในการบริหารงานคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.

พระเทพเวที ประยุทธ์ ปยฺตโต. (2534). การพัฒนาจริยธรรม. กรุงเทพฯ : ภาควิชาปรัชญาและศาสนา วิทยาลัยครูสวนดุสิต.

พระมหานพดล นวคุโณ (ถ่อนสันเทียะ) และคณะ. (2560). รูปแบบการบริหารกิจการคณะสงฆ์สู่ความเป็นเลิศของพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาส. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์. 13 (3), 335-346.

พระเมธีธรรมาลังการ (ประยุทธ ภูริธตฺโต). (2551). ประสิทธิภาพการบริหารงานคณะสงฆ์จังหวัดแพร่. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่.

พระอนุชา ธมฺมวโร (วงษ์ประพันธ์). (2556). ประสิทธิภาพการบริหารกิจการคณะสงฆ์ของวัดในอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พีระศิลป์ บุญทอง . (2561). การบริหารกิจการคณะสงฆ์ของคณะสงฆ์ในภาคใต้. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์. 5 (1), 30-44.

พีรัชชัย วีระสุนทร. (2551). กฎหมายว่าด้วยการปกครองคณะสงฆ์ไทย. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยอัชสัมชัญ.

ไพศาล วรคำ. (2555). การวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 5. มหาสารคาม: ตักสิลาการพิมพ์.

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (2565). การปกครองคณะสงฆ์ไทย. Retrieved from: https://www.onab.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/2474

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2555). รายงานสถิติรายปีประเทศไทย พ.ศ.2555. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-08-01

รูปแบบการอ้างอิง

ฉฺนทสุโภ พ. ., พลหาญ จ. ., & ดวงชาทม ก. . (2023). สภาพการบริหารกิจการคณะสงฆ์ สังกัดมหานิกายหนตะวันออก เขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 9. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 3(4), 237–256. https://doi.org/10.14456/iarj.2023.188

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ