ผลของการฝึกแบบ เอส เอ คิว ที่มีต่อความสามารถในการครองบอลของนักกีฬาฟุตซอลชั้นนำของไทย

ผู้แต่ง

  • ปุรเชษฐ์ นวลวิจิตร คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกระบี่ https://orcid.org/0009-0001-1664-1879
  • ก้องเกียรติ เชยชม คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกระบี่ https://orcid.org/0009-0000-4902-6090

DOI:

https://doi.org/10.14456/iarj.2023.194

คำสำคัญ:

การฝึกแบบ เอส เอ คิว; , ความสามารถในการครองบอล;, กีฬาฟุตซอล

บทคัดย่อ

กีฬาฟุตซอล เป็นกีฬาที่มีการเคลื่อนไหว เคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งการเล่นอยู่เกือบตลอดเวลาของเกมการเล่น โดยเฉพาะความเร็วช่วงสั้น ๆ ที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงทิศทาง ในการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว และไม่ใช่เพียงแค่ครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น แต่เป็นการปฏิบัติของผู้เล่นในเกมเกือบตลอดเวลา เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า SAQ เป็นการฝึกที่ได้รับความนิยมในหมู่นักกีฬา ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่เล่นกีฬาในโรงเรียนไปจนถึงนักกีฬาอาชีพ
ต่างก็ได้รับประโยชน์จากการฝึกเอส เอ คิว นักกีฬาที่มีความเร็ว และความคล่องแคล่วว่องไวที่ดีจะได้เปรียบคู่ต่อสู้ในการแข่งขันกีฬาเพราะกีฬาฟุตซอลมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว และเปลี่ยนทิศทางตลอดเวลา การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา และเปรียบเทียบผลของการฝึกแบบ เอส เอ คิว ที่มีต่อความสามารถในการครองบอลของนักกีฬาฟุตซอลชั้นนำของไทย ระหว่างก่อนการฝึก หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักกีฬาฟุตซอลสังกัดสโมสรนนทบุรี ฟุตซอลคลับ จำนวน 20 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 10 คน และกลุ่มควบคุม 10 คน ดำเนินการฝึกตามโปรแกรมการฝึกแบบ เอส เอ คิว
ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ๆ ละ 3 วัน โดยทำการฝึก วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 18.00-20.00 น. วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติโดยหาค่าเฉลี่ย, ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน วัดความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ และวิเคราะห์ความแตกต่างโดยการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า ความสามารถในการครองบอลของนักกีฬาฟุตซอล ชั้นนำของไทยระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ก่อนการฝึกไม่แตกต่างกัน
แต่หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

เอกสารอ้างอิง

กองสมรรถภาพการกีฬา. (2559). แบบฝึกความเร็ว ความคล่องแคล่วว่องไว ความรวดเร็ว. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส พี ก็อปปี้ ปริ้น.

กัลปพฤกษ์ พลศร. (2564). การพัฒนาความคล่องแคล่วว่องไวของนักกีฬาฟุตบอลด้วยบันไดลิงอัจฉริยะ. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย.

ช้างศึก. (2021). นนทบุรีฟุตซอลคลับ ต้นแบบทีมต่างจังหวัดที่ไม่เคยทิ้งอุดมการณ์สโมสร. Retrieved on 30 May 2023 from: https://shorturl.asia/s6d0C

เทิดทูล โตคีรี. (2561). ผลการฝึกด้วยโปรแกรมการฝึก เอส เอ คิว ที่มีต่อความคล่องแคล่วว่องไวและความสามารถในการเลี้ยงลูกฟุตซอลของนักกีฬาฟุตซอลระดับอุดมศึกษา. วารสารมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์. 24(2), 72-73

นวรัตน์ สุวานิช. (2557). ผลแบบเฉียบพลันของการยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบอยู่กับที่แบบเคลื่อนที่และแบบอยู่กับที่ร่วมกับแบบเคลื่อนที่ที่มีต่อความคล่องแคล่วว่องไวเชิงปฏิกิริยาในกีฬาฟุตซอล. วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ. 14(1), 41-45

ประทักษ์ สระสม. (2565). ผลของการใช้โฟมโรลลิ่ง และการยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบมีการเคลื่อนไหวที่มีต่อสมรรถภาพของกล้ามเนื้อขาในนักกีฬาฟุตซอล. วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ. 23(3), 39-52

ปริญญ์ พรหมม่วง. (2561). ผลของการฝึกความมั่นคงแกนกลางลำตัว ร่วมกับการฝึกตารางเก้าช่องที่มีต่อความคล่องแคล่วว่องไวในนักกีฬาฟุตซอล. วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ. 19(2), 84-96

วัฒนพงษ์ ศรีธรรมมา. (2558). ผลของการจัดกิจกรรมพลศึกษาโดยใช้เทคนิคเอส เอ คิว เพื่อเสริมสร้างความคล่องแคล่วว่องไวในกีฬาวอลเลย์บอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สุรชัย แซ่ด่าน. (2560). ผลการฝึกโดยใช้ตารางเก้าช่องและบันไดลิงที่มีต่อความคล่องตัวในนักกีฬากาบัดดี้. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยทักษิณ

สุรพล รักษาทรัพย์. (2563). ผลของโปรแกรมการฝึกรูปแบบ เอส เอ คิว ตามแนวคิดของเฮลที่มีต่อความคล่องแคล่วว่องไวของนักกีฬาฟุตซอลชายโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ศึกษาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชลบุรี

Rovinelli, R.J., & Hambleton, R.K. (1977). On the Use of Content Specialists in the Assessment of Criterion-referenced Test in Item Validity. Dutch Journal of Educational Research, 2, 49-60.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-08-02

รูปแบบการอ้างอิง

นวลวิจิตร ป. ., & เชยชม ก. (2023). ผลของการฝึกแบบ เอส เอ คิว ที่มีต่อความสามารถในการครองบอลของนักกีฬาฟุตซอลชั้นนำของไทย. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 3(4), 343–356. https://doi.org/10.14456/iarj.2023.194

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ