แนวทางการพัฒนาเมืองสมุนไพรเพื่อการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ
DOI:
https://doi.org/10.14456/iarj.2023.184คำสำคัญ:
เมืองสมุนไพร; , การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพบทคัดย่อ
สถานการณ์สมุนไพรในต่างประเทศและในประเทศไทยกำลังเติบโตมากจากกระแสการรักสุขภาพของประชาชน จึงทำให้การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical tourism) เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ซึ่งรัฐบาลไทยก็ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ด้วยการกำหนดนโยบายในการส่งเสริมและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพ (Medical Hub) ของนานาชาติ มีพื้นที่เป้าหมายเมืองสมุนไพรทั้งสิ้น 13 จังหวัด โดยในส่วนของพื้นที่ฝั่งตะวันตกของจังหวัดสมุทรปราการเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เป็นพื้นที่เป้าหมาย เนื่องจากมีทรัพยากรที่ครบ แต่ในทางปฏิบัติยังมีปัญหาในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติทำในปัจจุบันยังไม่เกิดผลเป็นรูปธรรมจากการขับเคลื่อนนโยบาย งานวิจัยครั้งนี้จึงได้ทำการศึกษาแนวทางการพัฒนาเมืองสมุนไพรเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ 1) เพื่อศึกษาการนำนโยบายการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “เมืองสมุนไพร”ไปปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ 2) เพื่อศึกษาความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวและบริการด้านการท่องเที่ยวสำหรับแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “เมืองสมุนไพร”ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาและการจัดการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “เมืองสมุนไพร”ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผลการศึกษา พบว่า การนำนโยบายการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “เมืองสมุนไพร”ไปปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ยังไม่มีการจัดตั้งคณะกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควรมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย ปัญหาและอุปสรรคคือ ความไม่พอเพียงของสมุนไพร อุปกรณ์ ความรู้ ส่วนปัจจัยความสำเร็จในการนำนโยบายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “เมืองสมุนไพร”ไปสู่การปฏิบัติพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ด้านกำหนดนโยบายรัฐบาล กรมการแพทย์แผนไทยฯ จังหวัดได้กำหนดพัฒนาเมืองสมุนไพรในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตอบสนองความต้องการของประชาชน ด้านการยอมรับและการปฏิบัติไม่มาก ไม่มีการจัดตั้งคณะกรรมการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ด้านกำหนดทางเลือกของนโยบายควรมีการบูรณาการการทำงาน ด้านการสร้างรับรู้นโยบาย การรับรู้นโยบายน้อย จังหวัดสร้างการรับรู้ในบางหน่วยราชการยังไม่ครอบคลุมประชาชน ด้านการเกิดผลที่เป็นจริงในระหว่างการนำนโยบายไปปฏิบัติ ส่วนกลางต้องกำหนดนโยบายชัดเจน บทบาทหน้าที่ ผู้บริหารเห็นความสำคัญเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ประชาชน สำหรับความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวและบริการด้านการท่องเที่ยวสำหรับแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีความสะดวกในการเข้าถึง สิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอ ด้านแหล่งท่องเที่ยวมีความหลากหลาย ด้านการบริการ ประชาชนมรส่วนร่วมในการพร้อมให้บริการ แนวทางการพัฒนาและการจัดการ “เมืองสมุนไพร”เพื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ควรมีส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น กำหนดและจัดคณะกรรมการเมืองสมุนไพรและแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ส่งเสริมประชาชน สร้างภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2559). แผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2560 – 2564. นนทบุรี : กระทรวงสาธารณสุข
เกศฉราภรณ์ สัตยาชัย. (2553). การนํานโยบายการการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานครไปปฏิบัติ. ปรัชญาดุษฎีบัณิฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยรามคำแหง.
จริยาวัฒน์ โลหะพูนตระกูล. (2553). การพัฒนาและแก้ไขปัญหาชุมชน ด้วยการจัดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยชุมชน: กรณีศึกษาตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ. วารสาร มฉก.วิชาการ. 14(27), 1-19.
นพมัลลี เตชาวัชร์นานนท์. (2556). การวิเคราะห์ศักยภาพธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จังหวดเชียงใหม่. คณะเศรษฐศาสตร์. เชียงใหม่. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา. (2548). การพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน. กรุงเทพฯ: เพรส แอนด์ ดีไซน์.
ประยุกต์ ปิติวรยุท และ กิจฐเชต ไกรวาส. (2563). การนำนโยบายเมืองสมุนไพรไปปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารการเมือง การบริหาร และกฎหมาย. 13 (1), 481-496
มั่น คงดี. (2553). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการนํานโยบายการส่งเสริมปลูกยางพาราไปปฏิบัติจังหวัดชัยภูมิ, วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารงานท้องถิ่น: มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ.
วรเดช จัทรศร. (2559). ทฤษฎีการนำนโยบายสาธารณะไปปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
วิโรจน์ เซมรัมย์. (2554). การนำนโยบายระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินไปปฏิบัติ. ดุษฎีนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชารัฐศาสตร์, คณะรัฐศาสตร์, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
ศิราภรณ์ ภิญโญชูโต. (2550). รูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนบ้านข่วงบุก ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่. อุตรดิตถ์ : สาขาการวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.
ศุภพร ภู่เกษมวรางกูร. (2553). การนำนโยบายผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายของไทยไปปฏิบัติ : กรณีศึกษามลพิษทางน้ำ. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต (สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์): คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
สมบัติ ธํารงธัญวงศ์. (2554). การวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ. เอกสารการศึกษารัฐประศาสนศาสตร์. อันดับที่ 56. กรุงเทพฯ: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
สำนักโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ. (2561). ศูนย์จัดการพื้นที่สีเขียวเชิงนิเวศนครเขื่อนขันธ์ โครงการสวนกลางมหานครอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ. Retrieved October 16, 2018, from: http://www.forest.go.th/orip/index.php?option=com_content&view=article&id=447&option=com_content&view=article&id=447.
อิสวัต อยู่วิวัฒน์. (2553). ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีอิทธิพลต่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของกลุ่มเป้าหมายในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ . มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
อุษณีย์ ผาสุข, ชวลีย์ ณ ถลาง, สุทธินันทน์ พรหมสุวรรณ. (2561). แนวทางการ พัฒนาเมืองสมุนไพรในจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อดึงดูดตลาดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยธนบุรี, 12(ฉบับพิเศษ), 24-56.
Arya, R.P., Arya, J., Arya, G., Arya, A., & Arya, K. (2014). Kerala Tourist Road Atlas & State Distance Guide. India: Indian Map Service.
Friedrich, J.C. (1963). Man and His Government. New York: McGraw - Hill.
Ham, C., & Hill, M. (1993). The policy process in the modern capitalist state. 2nd edition. New York: Harvester Wheat Sheaf.
Hogwood, Brian W. & Gunn, Lewis A. (1984). Policy Analysis for The Real World. New York: Oxford University Press.
Jyothis, T. & Jannardhanan, V. K. (2009). Service Quality in Health Tourism: An Evaluation of the Health Tourism Providers of Kerala (India). South Asian Journal of Tourism and Heritage, 2(1),77-82.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 Prayuk Pitivorayuth

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





