รูปแบบการจัดการความรู้เรื่องตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค

ผู้แต่ง

  • ธีรศักดิ์ ศิริพยัคฆ์ นักศึกษาปริญญาเอกสาขาวิชาการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม https://orcid.org/0009-0006-7527-9458
  • ชยากานต์ เรืองสุวรรณ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม https://orcid.org/0000-0002-5265-401X
  • วิมลมาศ ปฐมวณิชกุล คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม https://orcid.org/0000-0001-5217-5601

DOI:

https://doi.org/10.14456/iarj.2023.92

คำสำคัญ:

การจัดการความรู้; , การใช้กัญชาเพื่อรักษาโรค; , ตำรับยาโบราณ

บทคัดย่อ

การจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) คือ การได้มาซึ่งความรู้ที่ถูกต้องและเหมาะสมเพื่อบุคคลที่เหมาะสม ณ เวลาที่ถูกต้องและช่วยให้บุคคลได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศร่วมกันในการปฏิบัติงาน โดยมุ่งมั่นที่ปรับปรุงการดำเนินการขององค์การ โดยการได้มาซึ่งความรู้ที่ถูกต้องนั้นต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบ พร้อมนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินงาน โดยมีหลักการที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคล (Tacit Knowledge) ให้มีสภาพกลายเป็นความรู้ที่ปรากฏชัดเจน (Explicit Knowledge) ดังนั้นการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพของการใช้ตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค 2) ศึกษาการจัดการความรู้เกี่ยวกับตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค และ 3) สร้างรูปแบบการจัดการความรู้ตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หมอพื้นบ้าน และผู้มีองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น จำนวน 8 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมถาษณ์ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และแบบประเมินรูปแบบ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพของการใช้ตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค พบว่า การใช้ตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรคเป็น ตำรับยาปัญจรธาตุ คัดมาจากคัมภีร์ยาโบราณชาติพันธุ์ไทยใหญ่ที่มีกัญชาปรุงผสม ได้รับการตรวจรับรองจากหมอพื้นบ้าน ประกอบด้วย 2 ด้าน ได้แก่ ได้แก่ (1) ด้านปัจจัยในการใช้ตำรับยาโบราณ ว่าด้วยกัญชาเพื่อการรักษาโรค โดยต้องมีแนวทางการสั่งจ่ายยา ที่ชัดเจน และ (2) ด้านแนวทางในการใช้ตำรับยาโบราณ ว่าด้วยกัญชาเพื่อการรักษาโรค ซึ่งต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจนการให้บริการ    2) ศึกษาการจัดการความรู้เกี่ยวกับตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค พบว่า การจัดการความรู้เรื่องตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค พบว่า ตำรับยาปัญจรธาตุ ประกอบด้วย เทียนทั้ง 5-3 ส่วน, โกฏิทั้ง 5-2 ส่วน, จันทร์ทั้ง 2-4 ส่วน, หญ้าฝรั่น 1 ส่วน, กระวาน 2 ส่วน, กานพลู 3 ส่วน, ดอกจันทร์ 1 ส่วน, ลูกจันทร์ 1 ส่วน, ชะพลู 2 ส่วน รวมแล้วคือ 19 ส่วน แล้วผสม ปาง (กัญชาทั้ง 5 ) กัญชาทั้ง 4 ยกเว้นดอก 34.4 ส่วน และ ดอกกัญชา 0.1 ส่วน นำไปสกัดเป็นยา จากการสนทนากลุ่มสรุปว่า ตามราชกิจจานุเบกษาที่กล่าวว่า กัญชาหรือพืชตระกูล Canabis และวัตถุหรือสารต่างๆ ที่มีอยู่ในพืชกัญชา และสารสกัดที่มีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล ไม่เกินร้อยละ 0.02 ไม่จัดเป็นยาเสพติดประเภท 5 และ 3) สร้างรูปแบบการจัดการความรู้ตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค พบว่า รูปแบบการจัดการความรู้เรื่องตำรับยาโบราณ ว่าด้วยกัญชาเพื่อการรักษาโรคประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ เนื้อหา และการจัดการความรู้เรื่องตำรับยาโบราณ ว่าด้วยกัญชาเพื่อการรักษาโรค โดยผลการประเมินรูปแบบการจัดการความรู้เรื่องตำรับยาโบราณ ว่าด้วยกัญชาเพื่อการรักษาโรค ด้านความเหมาะสม โดยรวมอยู่ในระดับมาก ด้านความเป็นไปได้ โดยรวมอยู่ในระดับมาก และด้านความเป็นประโยชน์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. (2562). คำแนะนำสำหรับแพทย์ การใช้กัญชาทางการแพทย์.นนทบุรี: กรมการแพทย์.

จริยา ปันทวังกูร. (2563). การจัดการความรู้ในสถาบันอุดมศึกษา. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.10(3), 289-303.

ธิดารัตน์ ศิริรัตน์. (2557). การจัดการความรู้ของครูภูมิปัญญาไทยเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชนในเขตภาคใต้. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา. 9(4), 80-92.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.

พิมพ์ชนก วรรณแจ่ม. (2560). รูปแบบการดูแลรักษาสุขภาพโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการแพทย์พื้นบ้าน ในอำเภอท่าตะเกียบจังหวัดฉะเชิงเทรา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. 12(3), 129-139.

ไพศาล วรคำ. (2561). การวิจัยทางการศึกษา. มหาสารคาม : ตักสิลาการพิมพ์.

ราชกิจจานุเบกษา. (2564). พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564. กรุงเทพฯ :ราชกิจจานุเบกษา.

วินัยธร วิชัยดิษฐ์. (2560). การจัดการความรู้กระบวนการผลิตและการบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชนต้นแบบเขตธนบุรีโดยชุมชนมีส่วนร่วม. จันทรเกษมสาร. 23(45), 17-32.

วิภาพรรณ พินลา. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ท้องถิ่นศึกษา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับนิสิตปริญญาตรี. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศิลปากร.

วิรัตน์ ทรงทวีสิน. (2562). การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ของกลุ่มอาชีพผ้าทอมือจังหวัดเลย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 21(2), 297-310.

สมศักดิ์ อรรฆศิลป์. (2562). นโยบายสุขภาพที่เกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์. วารสารกรมการแพทย์. 44(1), 10-12.

Henrie, M., & Hedgepeth, O. (2003). Size is important in knowledge management. Retrieved from: http://www.tlainc.com/artc153.htm.

Horwitch, M., & Armacost, J. (2002). Helping Knowledge Management Be All It Can Be. The Journal of Business Strategy. 23, 123-140.

Smith, Heather A., & Mckeen, James D. (2013). Developments in Practice IX: The Evolution of the KM Function. Retrieved from: http://aisel.aisnet.org/cais/vol12/iss1/4

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-04-15

รูปแบบการอ้างอิง

ศิริพยัคฆ์ ธ. ., เรืองสุวรรณ ช., & ปฐมวณิชกุล ว. . (2023). รูปแบบการจัดการความรู้เรื่องตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 3(2), 587–604. https://doi.org/10.14456/iarj.2023.92

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ