รูปแบบการจัดการความรู้เรื่องตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค
DOI:
https://doi.org/10.14456/iarj.2023.92คำสำคัญ:
การจัดการความรู้; , การใช้กัญชาเพื่อรักษาโรค; , ตำรับยาโบราณบทคัดย่อ
การจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) คือ การได้มาซึ่งความรู้ที่ถูกต้องและเหมาะสมเพื่อบุคคลที่เหมาะสม ณ เวลาที่ถูกต้องและช่วยให้บุคคลได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศร่วมกันในการปฏิบัติงาน โดยมุ่งมั่นที่ปรับปรุงการดำเนินการขององค์การ โดยการได้มาซึ่งความรู้ที่ถูกต้องนั้นต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบ พร้อมนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินงาน โดยมีหลักการที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคล (Tacit Knowledge) ให้มีสภาพกลายเป็นความรู้ที่ปรากฏชัดเจน (Explicit Knowledge) ดังนั้นการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพของการใช้ตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค 2) ศึกษาการจัดการความรู้เกี่ยวกับตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค และ 3) สร้างรูปแบบการจัดการความรู้ตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หมอพื้นบ้าน และผู้มีองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น จำนวน 8 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมถาษณ์ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และแบบประเมินรูปแบบ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพของการใช้ตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค พบว่า การใช้ตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรคเป็น ตำรับยาปัญจรธาตุ คัดมาจากคัมภีร์ยาโบราณชาติพันธุ์ไทยใหญ่ที่มีกัญชาปรุงผสม ได้รับการตรวจรับรองจากหมอพื้นบ้าน ประกอบด้วย 2 ด้าน ได้แก่ ได้แก่ (1) ด้านปัจจัยในการใช้ตำรับยาโบราณ ว่าด้วยกัญชาเพื่อการรักษาโรค โดยต้องมีแนวทางการสั่งจ่ายยา ที่ชัดเจน และ (2) ด้านแนวทางในการใช้ตำรับยาโบราณ ว่าด้วยกัญชาเพื่อการรักษาโรค ซึ่งต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจนการให้บริการ 2) ศึกษาการจัดการความรู้เกี่ยวกับตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค พบว่า การจัดการความรู้เรื่องตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค พบว่า ตำรับยาปัญจรธาตุ ประกอบด้วย เทียนทั้ง 5-3 ส่วน, โกฏิทั้ง 5-2 ส่วน, จันทร์ทั้ง 2-4 ส่วน, หญ้าฝรั่น 1 ส่วน, กระวาน 2 ส่วน, กานพลู 3 ส่วน, ดอกจันทร์ 1 ส่วน, ลูกจันทร์ 1 ส่วน, ชะพลู 2 ส่วน รวมแล้วคือ 19 ส่วน แล้วผสม ปาง (กัญชาทั้ง 5 ) กัญชาทั้ง 4 ยกเว้นดอก 34.4 ส่วน และ ดอกกัญชา 0.1 ส่วน นำไปสกัดเป็นยา จากการสนทนากลุ่มสรุปว่า ตามราชกิจจานุเบกษาที่กล่าวว่า กัญชาหรือพืชตระกูล Canabis และวัตถุหรือสารต่างๆ ที่มีอยู่ในพืชกัญชา และสารสกัดที่มีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล ไม่เกินร้อยละ 0.02 ไม่จัดเป็นยาเสพติดประเภท 5 และ 3) สร้างรูปแบบการจัดการความรู้ตำรับยาโบราณกัญชาเพื่อการรักษาโรค พบว่า รูปแบบการจัดการความรู้เรื่องตำรับยาโบราณ ว่าด้วยกัญชาเพื่อการรักษาโรคประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ เนื้อหา และการจัดการความรู้เรื่องตำรับยาโบราณ ว่าด้วยกัญชาเพื่อการรักษาโรค โดยผลการประเมินรูปแบบการจัดการความรู้เรื่องตำรับยาโบราณ ว่าด้วยกัญชาเพื่อการรักษาโรค ด้านความเหมาะสม โดยรวมอยู่ในระดับมาก ด้านความเป็นไปได้ โดยรวมอยู่ในระดับมาก และด้านความเป็นประโยชน์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2562). คำแนะนำสำหรับแพทย์ การใช้กัญชาทางการแพทย์.นนทบุรี: กรมการแพทย์.
จริยา ปันทวังกูร. (2563). การจัดการความรู้ในสถาบันอุดมศึกษา. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.10(3), 289-303.
ธิดารัตน์ ศิริรัตน์. (2557). การจัดการความรู้ของครูภูมิปัญญาไทยเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชนในเขตภาคใต้. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา. 9(4), 80-92.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
พิมพ์ชนก วรรณแจ่ม. (2560). รูปแบบการดูแลรักษาสุขภาพโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการแพทย์พื้นบ้าน ในอำเภอท่าตะเกียบจังหวัดฉะเชิงเทรา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. 12(3), 129-139.
ไพศาล วรคำ. (2561). การวิจัยทางการศึกษา. มหาสารคาม : ตักสิลาการพิมพ์.
ราชกิจจานุเบกษา. (2564). พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564. กรุงเทพฯ :ราชกิจจานุเบกษา.
วินัยธร วิชัยดิษฐ์. (2560). การจัดการความรู้กระบวนการผลิตและการบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชนต้นแบบเขตธนบุรีโดยชุมชนมีส่วนร่วม. จันทรเกษมสาร. 23(45), 17-32.
วิภาพรรณ พินลา. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ท้องถิ่นศึกษา เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับนิสิตปริญญาตรี. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วิรัตน์ ทรงทวีสิน. (2562). การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ของกลุ่มอาชีพผ้าทอมือจังหวัดเลย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 21(2), 297-310.
สมศักดิ์ อรรฆศิลป์. (2562). นโยบายสุขภาพที่เกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์. วารสารกรมการแพทย์. 44(1), 10-12.
Henrie, M., & Hedgepeth, O. (2003). Size is important in knowledge management. Retrieved from: http://www.tlainc.com/artc153.htm.
Horwitch, M., & Armacost, J. (2002). Helping Knowledge Management Be All It Can Be. The Journal of Business Strategy. 23, 123-140.
Smith, Heather A., & Mckeen, James D. (2013). Developments in Practice IX: The Evolution of the KM Function. Retrieved from: http://aisel.aisnet.org/cais/vol12/iss1/4
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 ธีรศักดิ์ ศิริพยัคฆ์, ชยากานต์ เรืองสุวรรณ, วิมลมาศ ปฐมวณิชกุล

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





