แนวทางการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพของโรงเรียนเฉพาะความพิการ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษจังหวัดลพบุรี
DOI:
https://doi.org/10.14456/iarj.2023.119คำสำคัญ:
การบริหารสถานศึกษา; , โรงเรียนเฉพาะความพิการ; , ส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพบทคัดย่อ
ทักษะชีวิตมีความสำคัญยิ่งในการดำเนินชีวิตเพราะทักษะชีวิตมีความสัมพันธเกี่ยวของกับคุณภาพชีวิตของทุกคน เป็นพื้นฐานในการจัดการแกไขปญหาชีวิตที่เกิดขึ้น ทั้งตอบุคคล ครอบครัว สังคมประเทศ และสังคมโลก สงผลตต่อคุณภาพประชากรโดยรวม การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพของโรงเรียนเฉพาะความพิการ (2) ศึกษาแนวทางพัฒนาการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียนเฉพาะความพิการ และ (3) เปรียบเทียบความคิดเห็นของครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อแนวทางพัฒนาการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียนเฉพาะความพิการ จำแนกตามเพศ อายุ และ ประสบการณ์ในการทำงาน ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารและครูโรงเรียนเฉพาะความพิการ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ จำนวน 134 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามเกี่ยวกับารบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า t-test การทดสอบค่า F-test ผลการวิจัยพบว่า (1) การบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพของโรงเรียนเฉพาะความพิการในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (2) แนวทางพัฒนาการบริหารสถานศึกษาโดยภาพรวมมีการมีการพัฒนาหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับสภาพบริบทของพื้นที่ หลักสูตรการสอนทักษะอาชีพสอดคล้องกับอาชีพในท้องถิ่น และสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคม พัฒนาหลักสูตรบูรณาการการสอนทักษะอาชีพ โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงบูรณาการร่วมกับทักษะวิชาอื่นๆ มีการจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจริงการจัดการเรียนการสอนผู้เรียนได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายการจัดการเรียนให้นักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะอาชีพที่หลากหลายและเหมาะสมกับผู้เรียน และ (3) เปรียบเทียบความคิดเห็นของครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อแนวทางพัฒนาการบริหารสถานศึกษา พบว่า (ก) แบ่งตามตัวแปรเพศ โดยรวมและรายด้าน พบว่า การพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การพัฒนาบุคลากร การประสานงาน ไม่แตกต่างกัน (ข) แบ่งตามตัวแปรอายุ พบว่ามีความแตกต่างกันทางสถิติที่ระดับ.05 และ (ค) แบ่งตามตัวแปรประสบการณ์ในการทำงาน การจัดสรรทรัพยากร การพัฒนาบุคลากร มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่.01 และ การสร้างขวัญและกำลังใจ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่.05
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2564). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2564. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์คุรุ สภาลาดพร้าว.
กัญญาณัฐ สีเตา. (2564). แนวทางการบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 20 จังหวัดชุมพร. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.
จีระสักดิ์ อบอาย และคณะ. (2564). การศึกษาปัญหาการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์. วารสารคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 4 (2), 89-99.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
ยุพยง วุ้นวงษ์. (2561). กลยุทธ์การบริหารกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตและทักษะอาชีพของนักเรียนมัธยมศึกษา. วารสารวิชาการศรีปทุม ชลบุรี, 14 (4), 159-170.
วีระพงษ์ ก้านกิ่ง. (2560). สภาพและปัญหาการบริหารงบประมาณของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29. วิทยานิพนธ์ครุศษสตรมหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560.
สิริพันธุ์ สุวรรณมรรคา. (2561). หน่วยที่ 6 ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อการพัฒนา การศึกษาในประมวลสาระชุดวิชานวัตกรรมการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สุภัค ยมพุก และวิโรจน์ เจษฎาลักษณ์. (2558). การบริหารสถานศึกษาและการรับรู้การสนับสนุนการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อประสิทธิผลผลการสอนของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กลุ่มที่ 4. Veridian E-Journal, Slipakorn University, 8(2), 1376-1495.
อัจฉรา จงดี. (2560). การศึกษาการมีส่วนร่วมในการบริหารสถานศึกษาของคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในจังหวัดจันทบุรีระยองและตราด. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา: มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
Good, Carter. V. (1973). Dictionary of Education. New York: McGraw Hill.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 Chayapol Malakulta

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





