คำแนะนำสำหรับผู้ประพันธ์

คำแนะนำสำหรับผู้ประพันธ์ (Author Instructions)

Interdisciplinary Academic and Research Journal (IARJ)
ISSN 2985-2749 (Online)
ผู้จัดพิมพ์: สถาบันส่งเสริมและพัฒนาวิชาการดอกเตอร์เคน ประเทศไทย

1. วัตถุประสงค์ของคำแนะนำ (Purpose of These Instructions)

คำแนะนำนี้อธิบายข้อกำหนดทางวิชาการ จริยธรรม และการจัดเตรียมต้นฉบับสำหรับผู้ประสงค์ส่งผลงานเพื่อตีพิมพ์ในวารสารสหวิทยาการวิจัยและวิชาการ

ผู้ประพันธ์ต้องศึกษาคำแนะนำนี้ควบคู่กับนโยบายจริยธรรมการตีพิมพ์ และจัดเตรียมต้นฉบับตามแบบฟอร์มของวารสารที่กำหนด

แบบฟอร์มต้นฉบับฉบับปรับปรุง แบบฟอร์มคำแถลงของผู้ประพันธ์ และข้อกำหนดการระบุบทบาทตาม CRediT ใช้กับบทความทุกเรื่องที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2570 หรือ Volume 7, Issue 1 (January–February 2027) เป็นต้นไป

ผู้ประพันธ์ที่มีบทความอยู่ระหว่างการพิจารณาหรือได้รับการตอบรับสำหรับฉบับดังกล่าว อาจได้รับแจ้งให้ปรับต้นฉบับก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดพิมพ์

สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มฉบับปรับปรุงได้จากเมนู “ดาวน์โหลด Template” บนเว็บไซต์วารสาร

2. ขอบเขตวารสารและประเภทบทความ (Journal Scope and Article Types)

วารสารเผยแพร่ผลงานในสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และสหวิทยาการที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมสังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารธุรกิจ รัฐศาสตร์ ศาสนาและปรัชญา พัฒนศึกษา นิติศาสตร์ ภาษาศาสตร์ และการศึกษาที่บูรณาการระหว่างศาสตร์

ผู้ประพันธ์ต้องศึกษารายละเอียดในหน้า วัตถุประสงค์และขอบเขตวารสาร ก่อนส่งบทความ โดยผลงานต้องแสดงคุณูปการทางวิชาการและเชื่อมโยงกับวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม

2.1 บทความวิจัย (Research Articles)

นำเสนอผลการศึกษาเชิงประจักษ์ การศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบ หรือการวิจัยและพัฒนา โดยต้องมีปัญหาและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน การออกแบบที่เหมาะสม วิธีดำเนินการที่โปร่งใส ผลการศึกษาที่น่าเชื่อถือ และข้อสรุปที่มีหลักฐานสนับสนุน

2.2 บทความวิชาการหรือบทความเชิงแนวคิด (Academic or Conceptual Articles)

นำเสนอข้อถกเถียงทางวิชาการ คำอธิบายเชิงทฤษฎี กรอบแนวคิด หรือการตีความเชิงวิพากษ์ ต้องมีประเด็นชัดเจน วิเคราะห์วรรณกรรมอย่างมีเหตุผล และสร้างคุณูปการ มิใช่เพียงรวบรวมข้อมูลเชิงพรรณนา

2.3 บทความปริทัศน์ (Review Articles)

สังเคราะห์องค์ความรู้ เปรียบเทียบข้อค้นพบหรือมุมมอง ประเมินข้อจำกัดและช่องว่าง และเสนอแนวทางการวิจัยหรือการประยุกต์ใช้

การทบทวนอย่างเป็นระบบและการทบทวนขอบเขตต้องอธิบายวิธีสืบค้น คัดเลือก และสังเคราะห์ตามความเหมาะสม ส่วนการทบทวนประเภทอื่นต้องระบุขอบเขตและแนวทางวิเคราะห์อย่างชัดเจน

2.4 บทวิจารณ์หนังสือ (Book Reviews)

ระบุข้อมูลบรรณานุกรมของหนังสือ และประเมินข้อเสนอ คุณูปการ จุดเด่น ข้อจำกัด และความสำคัญอย่างสมดุลโดยมีหลักฐานประกอบ

ผู้เขียนต้องเปิดเผยความสัมพันธ์กับผู้แต่ง บรรณาธิการ หรือสำนักพิมพ์ที่อาจกระทบความเป็นกลาง

3. คำรับรองในการส่งบทความ (Submission Declaration)

การส่งบทความถือว่าผู้ประพันธ์รับรองว่า

  • บทความสอดคล้องกับขอบเขตวารสาร

  • ผลงานเป็นต้นฉบับและเป็นไปตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการเผยแพร่ก่อนหน้า

  • ไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของแหล่งเผยแพร่อื่นในเวลาเดียวกัน

  • ผู้ประพันธ์ทุกคนมีคุณสมบัติครบถ้วน

  • ทุกคนเห็นชอบกับการส่งบทความ ลำดับชื่อ และบทบาทการมีส่วนร่วม

  • รายงานผลงานอย่างซื่อสัตย์และถูกต้อง

  • ได้รับการรับรองจริยธรรม ความยินยอม และการอนุญาตที่จำเป็น

  • เปิดเผยแหล่งทุน ผลประโยชน์ทับซ้อน การเข้าถึงข้อมูล และการใช้ AI ที่มีสาระสำคัญ

  • จัดทำต้นฉบับตามแบบฟอร์มและคำแนะนำของวารสาร

ผู้ประพันธ์ต้องเปิดเผยผลงาน ต้นฉบับ วิทยานิพนธ์ บทความก่อนตีพิมพ์ บทคัดย่อการประชุม หรือการเผยแพร่ก่อนหน้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมอธิบายส่วนที่ทับซ้อน

ห้ามนำบทความฉบับเต็มที่เผยแพร่ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการแล้วมาเสนอเสมือนเป็นผลงานที่ยังไม่เผยแพร่

4. วิธีการส่งบทความ (How to Submit)

ส่งบทความผ่าน ระบบรับส่งบทความออนไลน์ โดยลงทะเบียนหรือเข้าสู่ระบบ กรอกข้อมูล และอัปโหลดเอกสารตามที่วารสารกำหนด ข้อมูลต้องครบถ้วนและถูกต้อง ได้แก่

  • ชื่อบทความ บทคัดย่อ และคำสำคัญ

  • ชื่อผู้ประพันธ์ทุกคน สังกัด ประเทศ และอีเมล

  • หมายเลข ORCID

  • ข้อมูลผู้ประพันธ์ที่รับผิดชอบการติดต่อ

  • บทบาทการมีส่วนร่วมของผู้ประพันธ์แต่ละคนตาม CRediT (Contributor Roles Taxonomy) โดยระบุใต้ชื่อผู้ประพันธ์ภาษาอังกฤษใน Template ให้ตรงกับงานที่ปฏิบัติจริงและได้รับความเห็นชอบจากผู้ประพันธ์ทุกคน

  • รายการอ้างอิงและข้อมูลอื่นที่ระบบกำหนด

ผู้ประพันธ์หนึ่งคนอาจมีหลายบทบาท และหลายคนอาจทำบทบาทเดียวกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องระบุครบทั้ง 14 บทบาท ทั้งนี้ ให้ส่งข้อมูลที่ระบุตัวผู้ประพันธ์แยกจากต้นฉบับสำหรับผู้ประเมิน เพื่อรักษาการประเมินแบบปกปิดตัวตนทั้งสองฝ่าย

ผู้ที่ยังไม่มี ORCID สามารถลงทะเบียนได้ที่ ORCID

4.1 เอกสารที่ต้องจัดเตรียม (Required Files)

ผู้ประพันธ์ต้องจัดเตรียมต้นฉบับตามแบบฟอร์มการพิมพ์ของวารสาร (Template) ซึ่งดาวน์โหลดได้จากเมนู “ดาวน์โหลด Template” บนเว็บไซต์วารสาร โดยกรอกข้อมูลผู้ประพันธ์ บทบาทการมีส่วนร่วมตาม CRediT และคำแถลงของผู้ประพันธ์ให้ครบถ้วน พร้อมจัดรูปแบบเนื้อหา ตาราง ภาพ และเอกสารอ้างอิงตามที่กำหนด

ให้แนบเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ถ้ามี เช่น เอกสารรับรองจริยธรรมการวิจัย หนังสืออนุญาตใช้ข้อมูลหรือวัสดุประกอบบทความ และเอกสารเสริมที่สนับสนุนการศึกษา โดยปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลลับที่ไม่จำเป็นก่อนส่ง ทั้งนี้ วารสารอาจขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาเมื่อจำเป็น

4.2 การปกปิดตัวตนสำหรับการประเมิน (Anonymization for Peer Review)

นำชื่อ สังกัด กิตติกรรมประกาศ ข้อมูลบทบาทที่ระบุตัวตน และข้อมูลผู้สร้างไฟล์ออกจากเอกสารสำหรับผู้ประเมิน

อ้างถึงผลงานเดิมของผู้ประพันธ์ในลักษณะบุคคลที่สาม โดยคงการอ้างอิงและรายละเอียดวิธีวิจัยที่จำเป็น

หากรายละเอียดจริยธรรมหรือแหล่งทุนเปิดเผยตัวตน ให้ส่งข้อมูลครบถ้วนแยกแก่สำนักงานวารสาร และปฏิบัติตามคำแนะนำสำหรับฉบับผู้ประเมิน จากนั้นนำข้อมูลกลับเข้าสู่ฉบับพร้อมตีพิมพ์

5. ข้อกำหนดด้านภาษา (Language Requirements)

วารสารรับต้นฉบับ ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ

ต้นฉบับภาษาไทยต้องใช้ภาษาเชิงวิชาการที่ชัดเจนและใช้คำศัพท์อย่างสม่ำเสมอ โดยใช้คำภาษาอังกฤษเมื่อจำเป็นต่อความถูกต้อง

ต้นฉบับภาษาอังกฤษและส่วนภาษาอังกฤษของบทความภาษาไทยต้องชัดเจน ถูกต้องตามหลักภาษา และเหมาะสมกับผู้อ่านทางวิชาการ

จัดเตรียมชื่อเรื่อง บทคัดย่อ และคำสำคัญทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงชื่อและสังกัดผู้ประพันธ์ตามแบบฟอร์มที่กำหนด

ผู้ประพันธ์รับผิดชอบต่อคุณภาพภาษา การใช้บริการตรวจแก้ภาษาไม่รับประกันการตอบรับ และต้องกล่าวขอบคุณหรือเปิดเผยความช่วยเหลือตามความเหมาะสม

6. รูปแบบและความยาวต้นฉบับ (Manuscript Format and Length)

จัดทำต้นฉบับด้วย Microsoft Word โดยใช้ Template ของวารสารฉบับที่กำหนด

รายการ ข้อกำหนด
รูปแบบไฟล์ .doc หรือ .docx
ขนาดกระดาษ A4
ระยะขอบ ด้านละ 1 นิ้ว
การจัดหน้า หนึ่งคอลัมน์
ระยะห่างบรรทัด หนึ่งเท่า
แบบและขนาดตัวอักษร ตาม Template ที่กำหนด
ความยาวสูงสุด 20 หน้า รวมตาราง ภาพ คำแถลง และรายการอ้างอิง
รูปแบบการอ้างอิง APA ฉบับที่ 7

บทความที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ Volume 7, Issue 1 (2027) เป็นต้นไปต้องใช้ Template ฉบับปรับปรุง

ให้ยึด Template สำหรับรูปแบบตัวอักษร หัวข้อ ระยะห่าง และตำแหน่งส่วนประกอบ หากประสงค์ใช้รูปแบบแตกต่างต้องชี้แจงต่อสำนักงานวารสาร

7. หน้าชื่อเรื่อง บทคัดย่อ และคำสำคัญ (Title Page, Abstract, and Keywords)

7.1 หน้าชื่อเรื่อง (Title Page)

หน้าชื่อเรื่องแยกต่างหากต้องประกอบด้วย

  • ชื่อบทความที่กระชับและสื่อสารเนื้อหา

  • ชื่อ–นามสกุลผู้ประพันธ์ทุกคน

  • สังกัดและประเทศ

  • อีเมลและ ORCID

  • ข้อมูลผู้ประพันธ์ที่รับผิดชอบการติดต่ออย่างชัดเจน

  • คำแถลงบทบาทการมีส่วนร่วม

ข้อมูลต้องตรงกับที่กรอกในระบบ

7.2 บทคัดย่อ (Abstract)

บทคัดย่อแต่ละภาษาต้องมีความยาว ไม่เกิน 500 คำ

บทความวิจัยควรสรุปองค์ประกอบดังนี้

  • ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: บริบท ปัญหา และเป้าหมายการศึกษา

  • ระเบียบวิธีวิจัย: การออกแบบ ผู้เข้าร่วมหรือแหล่งข้อมูล ขั้นตอน และการวิเคราะห์

  • ผลการวิจัย: ข้อค้นพบสำคัญ

  • สรุปผล: ข้อสรุปและคุณูปการ

บทความวิชาการ บทความเชิงแนวคิด และบทความปริทัศน์ให้ปรับตามลักษณะผลงาน โดยสรุปวัตถุประสงค์ แนวทาง ข้อเสนอหรือผลการสังเคราะห์ และนัยสำคัญ

บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษต้องมีสาระสอดคล้องกัน หลีกเลี่ยงข้อกล่าวอ้างเกินหลักฐาน คำย่อที่ไม่จำเป็น และการอ้างอิงเท่าที่ทำได้

7.3 คำสำคัญ (Keywords)

ระบุคำสำคัญ ไม่เกิน 5 คำหรือวลีในแต่ละภาษา โดยเลือกคำเฉพาะที่สะท้อนแนวคิดหลัก และให้คำภาษาไทยกับภาษาอังกฤษสอดคล้องกัน

8. โครงสร้างบทความวิจัย (Structure of Research Articles)

โดยทั่วไปบทความวิจัยควรประกอบด้วย

  1. ชื่อเรื่อง

  2. บทคัดย่อ

  3. คำสำคัญ

  4. บทนำ

  5. วัตถุประสงค์หรือคำถามการวิจัย

  6. การทบทวนวรรณกรรม

  7. กรอบแนวคิดหรือทฤษฎี เมื่อเกี่ยวข้อง

  8. ระเบียบวิธีวิจัย

  9. ผลการวิจัย

  10. อภิปรายผล

  11. สรุปผล

  12. ข้อเสนอแนะ ตามความเหมาะสม

  13. บทบาทผู้ประพันธ์และคำแถลง

  14. กิตติกรรมประกาศ หากมี

  15. เอกสารอ้างอิง

อาจรวมหัวข้อที่เกี่ยวข้องเมื่อเหมาะสมทางวิชาการและสอดคล้องกับ Template

บทนำ: อธิบายปัญหา บริบท ช่องว่าง ความสำคัญ และคุณูปการที่คาดหมาย

วัตถุประสงค์หรือคำถามการวิจัย: ระบุจุดเน้นอย่างชัดเจนและสอดคล้องกับวิธีการและข้อค้นพบ

การทบทวนวรรณกรรมและกรอบแนวคิด: บูรณาการแนวคิด ทฤษฎี และหลักฐานอย่างมีวิจารณญาณ พร้อมอธิบายบทบาทในการกำกับการศึกษา

ระเบียบวิธีวิจัย: อธิบายการออกแบบ บริบท การคัดเลือกตัวอย่างหรือแหล่งข้อมูล เครื่องมือ ขั้นตอน การวิเคราะห์ การตรวจสอบคุณภาพ และจริยธรรม

ผลการวิจัย: นำเสนออย่างเป็นลำดับ มีหลักฐานเพียงพอ และไม่ซ้ำซ้อนระหว่างข้อความ ตาราง และภาพโดยไม่จำเป็น

อภิปรายผล: ตีความเทียบกับวัตถุประสงค์ กรอบแนวคิด และวรรณกรรม อธิบายคุณูปการ ข้อจำกัด และนัยสำคัญโดยไม่สรุปเกินหลักฐาน

สรุปผลและข้อเสนอแนะ: ระบุคุณูปการหลักและเสนอแนวทางที่มีฐานจากผลการศึกษา

9. โครงสร้างบทความประเภทอื่น (Structure of Other Articles)

บทความวิชาการ บทความเชิงแนวคิด และบทความปริทัศน์อาจจัดโครงสร้างตามวัตถุประสงค์ แต่ต้องอธิบาย

  • ประเด็นหรือคำถามที่ศึกษา

  • ขอบเขตและแนวทางดำเนินการ

  • วรรณกรรมหรือหลักฐานที่ใช้

  • การวิเคราะห์หรือข้อเสนอหลัก

  • ข้อจำกัด

  • ข้อสรุปและนัยสำคัญ

บทวิจารณ์หนังสือต้องมีข้อมูลบรรณานุกรมครบถ้วนและบทวิจารณ์เชิงวิเคราะห์ โดยแยกข้อมูลระบุตัวผู้เขียนออกระหว่างการประเมินแบบปกปิดตัวตน

10. ตาราง ภาพ และเอกสารเสริม (Tables, Figures, and Supplementary Materials)

วางตารางและภาพใกล้ส่วนที่กล่าวถึงครั้งแรกอย่างมีสาระสำคัญ และกำหนดหมายเลขตามลำดับ

ผู้ประพันธ์ต้อง

  • กล่าวถึงตารางและภาพทุกรายการในเนื้อหา

  • จัดทำชื่อหรือคำอธิบายภาษาอังกฤษอย่างชัดเจน

  • อธิบายคำย่อ สัญลักษณ์ และรายละเอียดการวิเคราะห์ที่จำเป็น

  • จัดเตรียมภาพที่อ่านได้ชัดและตารางที่แก้ไขได้เมื่อทำได้

  • หลีกเลี่ยงการนำเสนอข้อมูลซ้ำหลายรูปแบบโดยไม่จำเป็น

  • ระบุแหล่งที่มาของวัสดุที่ดัดแปลงหรือทำซ้ำ และขออนุญาตเมื่อจำเป็น

  • รักษาความลับของผู้เข้าร่วมวิจัย

ตำแหน่งชื่อและคำอธิบายให้เป็นไปตาม Template ฉบับปรับปรุง

เอกสารเสริมต้องมีชื่อกำกับ อ้างถึงในบทความ และเป็นไปตามข้อกำหนดด้านจริยธรรมและความถูกต้องเช่นเดียวกับบทความหลัก

11. เอกสารอ้างอิงและจริยธรรมการอ้างอิง (References and Citation Ethics)

ใช้รูปแบบ APA ฉบับที่ 7 อย่างสม่ำเสมอ โดยผู้ประพันธ์ต้อง

  • ตรวจสอบให้การอ้างในเนื้อหาและรายการท้ายบทความตรงกัน

  • ตรวจสอบชื่อผู้แต่ง ปี ชื่อเรื่อง รายละเอียดการเผยแพร่ และลิงก์

  • ระบุ DOI เมื่อมี โดยควรใช้รูปแบบ https://doi.org/

  • อ้างแหล่งต้นฉบับเมื่อเหมาะสม

  • ตรวจสอบว่าแหล่งอ้างอิงสนับสนุนข้อความที่กล่าวถึง

  • หลีกเลี่ยงการอ้างผิดความหมาย การอ้างที่ไม่เกี่ยวข้อง และการบิดเบือนการอ้างอิง

  • ใช้ทั้งผลงานพื้นฐานที่จำเป็นและแหล่งข้อมูลปัจจุบันอย่างเหมาะสม

ใช้รูปแบบตามประเภทแหล่งข้อมูล เช่น การอ้างอิงหนังสือตาม APA 7 ไม่ระบุสถานที่ตั้งของสำนักพิมพ์

ห้ามใช้เอกสารอ้างอิงที่ไม่มีอยู่จริงหรือยังไม่ได้ตรวจสอบ รวมถึงรายการที่เครื่องมือ AI เสนอ

ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ APA Style

12. การเป็นผู้ประพันธ์และบทบาทการมีส่วนร่วม (Authorship and Author Contributions)

12.1 คุณสมบัติผู้ประพันธ์ (Authorship Requirements)

การเป็นผู้ประพันธ์ต้องสะท้อนการมีส่วนร่วมทางวิชาการอย่างมีสาระสำคัญ มิใช่อาศัยสถานะ ความอาวุโส การให้เกียรติ หรือตำแหน่งบริหาร

ผู้ประพันธ์ทุกคนต้อง

  • มีส่วนร่วมอย่างมีสาระสำคัญ

  • มีส่วนร่างหรือปรับแก้เนื้อหาเชิงปัญญา

  • ตรวจสอบและอนุมัติฉบับสุดท้าย

  • ยินยอมให้ส่งและตีพิมพ์

  • ยอมรับความรับผิดชอบและร่วมแก้ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องของผลงาน

ห้ามใช้ผู้ประพันธ์แฝง การให้ชื่อโดยไม่ได้มีส่วนร่วม การให้ชื่อเป็นของขวัญหรือเพื่อเป็นเกียรติ และการซื้อขายตำแหน่งผู้ประพันธ์ รวมทั้งห้ามละเว้นผู้มีคุณสมบัติ

ผู้ประพันธ์ที่รับผิดชอบการติดต่อดูแลความถูกต้องของชื่อ สังกัด ลำดับชื่อ บทบาท และการให้ความเห็นชอบ

12.2 บทบาทการมีส่วนร่วมตาม CRediT (Author Contributions: CRediT Contributor Roles Taxonomy)

วารสารกำหนดให้มี คำแถลงบทบาทการมีส่วนร่วมของผู้ประพันธ์ โดยใช้ CRediT ระบุงานที่แต่ละคนปฏิบัติจริง

บทบาท ความหมายและตัวอย่าง
1. การกำหนดแนวคิด (Conceptualization) พัฒนาแนวคิดและเป้าหมาย เช่น ระบุปัญหา กำหนดคำถาม หรือเสนอกรอบแนวคิด
2. การจัดการข้อมูล (Data curation) จัดระเบียบ ตรวจแก้ จัดทำคำอธิบาย และเก็บรักษาข้อมูล เช่น จัดทำคู่มือตัวแปรหรือปกปิดตัวตนในบทสัมภาษณ์
3. การวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ (Formal analysis) ใช้เทคนิควิเคราะห์ เช่น การถดถอย แบบจำลองสมการโครงสร้าง การลงรหัสเชิงคุณภาพ หรือการวิเคราะห์แก่นสาระ
4. การจัดหาทุน (Funding acquisition) ขอรับและจัดหาการสนับสนุนทางการเงิน เช่น จัดทำข้อเสนอที่ได้รับทุน
5. การดำเนินการศึกษาและเก็บหลักฐาน (Investigation) ดำเนินการวิจัยและรวบรวมหลักฐาน เช่น สำรวจ สัมภาษณ์ สังเกต หรือรวบรวมเอกสาร
6. การออกแบบระเบียบวิธีวิจัย (Methodology) ออกแบบวิธีวิจัย เครื่องมือ การเลือกตัวอย่าง หรือแบบจำลองการวิเคราะห์
7. การบริหารโครงการ (Project administration) ประสานกิจกรรม หน้าที่ทีม การลงพื้นที่ และติดตามความก้าวหน้า
8. การสนับสนุนทรัพยากร (Resources) จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ สถานที่ ชุดข้อมูล หรือทรัพยากรจำเป็น
9. การพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software) พัฒนา ใช้งานเชิงโปรแกรม หรือทดสอบรหัส โปรแกรม และอัลกอริทึม การใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพียงอย่างเดียวไม่เข้าเกณฑ์บทบาทนี้
10. การกำกับดูแล (Supervision) ให้ภาวะผู้นำ กำกับทิศทาง และให้คำปรึกษาทางวิชาการ
11. การตรวจสอบยืนยันผล (Validation) ตรวจสอบความสามารถในการทำซ้ำหรือให้ผลสอดคล้องกัน เช่น วิเคราะห์ซ้ำอย่างอิสระหรือตรวจสอบกระบวนการทำงาน
12. การนำเสนอข้อมูลด้วยภาพ (Visualization) จัดทำแผนภูมิ แผนภาพ แผนที่ หรือการนำเสนอด้วยภาพ
13. การเขียนร่างต้นฉบับ (Writing – original draft) จัดทำต้นฉบับฉบับแรก รวมถึงการแปลที่มีสาระสำคัญ
14. การทบทวนและปรับแก้ต้นฉบับ (Writing – review & editing) ตรวจทานเชิงวิพากษ์และปรับแก้เนื้อหาอย่างมีสาระสำคัญ รวมถึงการตอบข้อเสนอแนะผู้ประเมิน

12.3 ข้อกำหนดการรายงาน (Reporting Requirements)

  • ระบุชื่อ–นามสกุลผู้ประพันธ์แต่ละคน ตามด้วยบทบาทที่เกี่ยวข้อง

  • ระบุเฉพาะบทบาทที่ปฏิบัติจริง

  • คนหนึ่งอาจมีหลายบทบาท และหลายคนอาจทำบทบาทเดียวกัน

  • ไม่จำเป็นต้องระบุครบทั้ง 14 บทบาท

  • ทุกคนต้องตรวจสอบและเห็นชอบ

  • บทความผู้ประพันธ์คนเดียวต้องระบุบทบาทเช่นกัน

ในการส่งครั้งแรก ให้ใส่คำแถลงที่ระบุตัวตนในหน้าชื่อเรื่องแยกสำหรับสำนักงานวารสาร ไม่ส่งให้ผู้ประเมิน

หลังตอบรับ ให้ใส่คำแถลงฉบับสมบูรณ์ก่อนเอกสารอ้างอิงตาม Template

12.4 ตัวอย่างคำแถลง (Example Statement)

บทบาทการมีส่วนร่วมของผู้ประพันธ์

[ชื่อ–นามสกุลผู้ประพันธ์คนที่ 1]: การกำหนดแนวคิด การออกแบบระเบียบวิธีวิจัย การดำเนินการศึกษาและเก็บหลักฐาน การวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ และการเขียนร่างต้นฉบับ

[ชื่อ–นามสกุลผู้ประพันธ์คนที่ 2]: การจัดการข้อมูล การตรวจสอบยืนยันผล การนำเสนอข้อมูลด้วยภาพ และการทบทวนและปรับแก้ต้นฉบับ

[ชื่อ–นามสกุลผู้ประพันธ์คนที่ 3]: การกำกับดูแล การบริหารโครงการ และการทบทวนและปรับแก้ต้นฉบับ

ผู้ประพันธ์ทุกคนได้อ่านและเห็นชอบต้นฉบับฉบับสุดท้าย ยินยอมให้ส่งและตีพิมพ์ และยอมรับความรับผิดชอบต่อความถูกต้องของผลงาน

ให้แทนที่ชื่อและบทบาทตัวอย่างด้วยข้อมูลที่ตรงกับการปฏิบัติงานจริง

12.5 คุณสมบัติและการเปลี่ยนแปลงผู้ประพันธ์ (Eligibility and Changes)

CRediT อธิบายการมีส่วนร่วม ไม่ได้กำหนดคุณสมบัติหรือลำดับชื่อผู้ประพันธ์

การจัดหาทุน ทรัพยากร การบริหารโครงการ การกำกับดูแล หรือการช่วยด้านภาษาเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้เป็นผู้ประพันธ์โดยอัตโนมัติ ผู้ช่วยเหลือที่ไม่เข้าเกณฑ์ควรได้รับการกล่าวขอบคุณโดยได้รับความยินยอม

การเปลี่ยนชื่อ ลำดับ หรือบทบาทหลังส่งต้องมีคำชี้แจงและความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เกี่ยวข้องทุกคน วารสารอาจระงับการพิจารณาระหว่างแก้ไขข้อพิพาท

ข้อมูลเพิ่มเติม: CRediT Role Descriptors

13. แบบฟอร์มคำแถลงของผู้ประพันธ์ (Declaration Form)

กรอก Declaration — Author Form ตาม Template โดยข้อมูลต้องตรงกับข้อเท็จจริง

13.1 ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest)

เปิดเผยความสัมพันธ์ทางการเงินและมิใช่ทางการเงินที่เกี่ยวข้อง

กรณีไม่มี สามารถระบุว่า

“ผู้ประพันธ์ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน”

13.2 การใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงกำเนิดและเทคโนโลยีช่วยเหลือด้วย AI (Generative AI and AI-Assisted Technologies)

ระบุเครื่องมือ ผู้ให้บริการ โมเดลหรือรุ่นหากทราบ วัตถุประสงค์ ขอบเขต และการตรวจสอบโดยมนุษย์

กรณีไม่ได้ใช้ สามารถระบุว่า

“ผู้ประพันธ์ไม่ได้ใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงกำเนิดหรือเทคโนโลยีช่วยเหลือด้วย AI ในการจัดทำต้นฉบับนี้”

13.3 คำแถลงด้านจริยธรรม (Ethics Statement)

ระบุคณะกรรมการ เลขที่รับรอง วันที่หากมี และวิธีขอความยินยอม เช่น

“การศึกษานี้ได้รับการรับรองจาก [คณะกรรมการและหน่วยงาน] เลขที่ [เลขที่รับรอง] ลงวันที่ [วันที่] และได้รับความยินยอมจากผู้เข้าร่วมก่อนดำเนินการ”

อธิบายความยินยอมจากผู้แทน การยินยอมตามความสามารถของผู้เข้าร่วม หรือการยกเว้นที่ได้รับอนุมัติเมื่อเกี่ยวข้อง หากไม่ต้องขอรับรอง ให้ระบุเหตุผลและหน่วยงานผู้มีอำนาจพิจารณาเมื่อเกี่ยวข้อง

14. จริยธรรมการวิจัยและการใช้ AI (Research Ethics and AI Use)

การวิจัยต้องเป็นไปตามข้อกำหนดจริยธรรมที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับอนุมัติก่อนเริ่มและขอความยินยอมก่อนเข้าร่วมในกรณีที่ต้องมี

ต้องคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ความลับ ความสมัครใจ และสวัสดิภาพของผู้เข้าร่วม รวมถึงเพิ่มมาตรการสำหรับกลุ่มเปราะบางและความสัมพันธ์เชิงพึ่งพา

การอนุญาตของหน่วยงานไม่แทนความยินยอมรายบุคคลหรือการรับรองจริยธรรมเมื่อจำเป็น

ไม่สามารถระบุ AI เป็นผู้ประพันธ์ การใช้ Generative AI ที่มีสาระสำคัญในการเขียน แปล เขียนโปรแกรม วิเคราะห์ ตีความ หรือจัดทำเนื้อหาต้องเปิดเผย หากเป็นส่วนหนึ่งของวิธีวิจัยต้องอธิบายในระเบียบวิธีวิจัยด้วย

ห้ามใช้ AI สร้างหลักฐาน เอกสารอ้างอิง ข้อความอ้างอิง คำตอบผู้เข้าร่วม หรือกิจกรรมวิจัยที่ไม่มีจริง และห้ามนำข้อมูลลับเข้าสู่บริการ AI โดยไม่มีอำนาจอนุญาตและมาตรการคุ้มครอง

ผู้ประพันธ์ยังคงรับผิดชอบต่อเนื้อหาทั้งหมด ดูรายละเอียดใน นโยบายจริยธรรมการตีพิมพ์

15. ความเป็นต้นฉบับและการประเมินความคล้ายคลึง (Originality and Similarity Assessment)

วารสารตรวจสอบความคล้ายคลึงของข้อความและข้อกังวลด้านความถูกต้องของผลงาน

ผลตรวจต้องได้รับการตีความตามบริบท คะแนนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันความเป็นต้นฉบับหรือการคัดลอกได้ แม้คะแนนรวมต่ำก็อาจมีการนำข้อความมาใช้โดยไม่อ้างอิงที่ยอมรับไม่ได้

ความทับซ้อนอย่างมีสาระสำคัญ การปกปิดการเผยแพร่ก่อนหน้า การสร้างหรือบิดเบือนข้อมูล และการแทรกแซงกระบวนการ อาจนำไปสู่การขอคำชี้แจง การปฏิเสธ หรือการดำเนินการหลังตีพิมพ์

ผู้ประพันธ์ต้องเปิดเผยส่วนที่ทับซ้อนและอ้างอิงเนื้อหาที่นำกลับมาใช้อย่างเหมาะสม ไม่ปรับถ้อยคำเพียงเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

16. การประเมินและการแก้ไขบทความ (Peer Review and Revision)

วารสารใช้การประเมินแบบปกปิดตัวตนทั้งสองฝ่าย โดยไม่เปิดเผยตัวผู้ประพันธ์ต่อผู้ประเมิน และไม่เปิดเผยตัวผู้ประเมินต่อผู้ประพันธ์

โดยทั่วไปประกอบด้วย

  1. ตรวจสอบเอกสารและข้อมูลเบื้องต้น

  2. คัดกรองขอบเขต คุณภาพ ความเป็นต้นฉบับ และจริยธรรม

  3. ประเมินความคล้ายคลึงและความถูกต้องของผลงาน

  4. ประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิอิสระอย่างน้อย 2 คน

  5. พิจารณารายงานโดยบรรณาธิการ

  6. แก้ไขและประเมินเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น

  7. ตัดสินขั้นสุดท้ายและจัดพิมพ์บทความที่ตอบรับ

ผลอาจเป็นการรับตีพิมพ์ ให้แก้ไข ให้ส่งประเมินใหม่ หรือปฏิเสธ

ผู้ประพันธ์ต้องตอบข้อเสนอแนะเป็นรายข้อ อธิบายการแก้ไข และให้เหตุผลเมื่อไม่ดำเนินการตามข้อเสนอแนะ การให้แก้ไขไม่รับประกันการตอบรับ

บรรณาธิการผู้รับผิดชอบเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความพร้อมผู้ประเมิน ความซับซ้อน การแก้ไข และการตรวจสอบที่จำเป็น

17. ค่าธรรมเนียมและหนังสือตอบรับ (Publication Charges and Acceptance Letters)

วารสารมีค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ บทความละ 4,500 บาท หรือ 200 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับการชำระจากต่างประเทศ ภายใต้เงื่อนไขที่เผยแพร่บนเว็บไซต์

วารสารจะแจ้งชำระหลังเสร็จสิ้นการประเมินและมีคำตัดสินรับตีพิมพ์ ให้ปฏิบัติตามช่องทางชำระอย่างเป็นทางการ และสอบถามสำนักงานวารสารเกี่ยวกับการยกเว้นหรือส่วนลดที่อาจใช้ได้

การชำระเงินไม่ใช่การซื้อการตอบรับและไม่มีอิทธิพลต่อการประเมิน

วารสารออกหนังสือตอบรับในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์หลังมีคำตัดสินอย่างเป็นทางการ ผู้ประพันธ์และหน่วยงานสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ที่ dr.keninstitute@gmail.com

18. ลิขสิทธิ์ สัญญาอนุญาต และการขออนุญาต (Copyright, Licensing, and Permissions)

บทความเผยแพร่ภายใต้ สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International หรือ CC BY-NC-ND 4.0 โดยวัสดุของบุคคลอื่นที่ระบุเงื่อนไขแยกต่างหากให้เป็นไปตามเงื่อนไขนั้น

การใช้ซ้ำต้องปฏิบัติตามสัญญาอนุญาต รวมถึงการให้ที่มา การใช้ที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ และข้อจำกัดการเผยแพร่ฉบับดัดแปลง

ผู้ประพันธ์ต้องขออนุญาตใช้วัสดุของบุคคลอื่นเมื่อจำเป็น การถือครองลิขสิทธิ์และสิทธิที่ให้แก่วารสารต้องระบุอย่างชัดเจนในข้อตกลงการเผยแพร่ที่เกี่ยวข้อง

19. การตรวจพิสูจน์อักษร การแก้ไข ข้อร้องเรียน และการอุทธรณ์ (Proofs, Corrections, Complaints, and Appeals)

ผู้ประพันธ์ต้องตรวจพิสูจน์อักษรอย่างรอบคอบและแจ้งข้อผิดพลาดโดยเร็ว การเปลี่ยนแปลงข้อค้นพบ รายชื่อผู้ประพันธ์ หรือการตีความอย่างมีสาระสำคัญต้องได้รับการพิจารณาจากบรรณาธิการ

หากพบข้อผิดพลาดสำคัญหลังเผยแพร่ ต้องแจ้งวารสาร การแก้ไข ประกาศแสดงความกังวล และการเพิกถอนให้เป็นไปตามนโยบายจริยธรรม

โดยทั่วไป การเพิกถอนจะคงบทความไว้พร้อมเครื่องหมายสถานะและประกาศอธิบาย

การอุทธรณ์ต้องมีเหตุผลเชิงข้อเท็จจริง วิชาการ หรือกระบวนการ พร้อมหลักฐาน ข้อร้องเรียนต้องระบุประเด็นชัดเจนและมีหลักฐานประกอบ

ส่งเรื่องที่ dr.keninstitute@gmail.com ทั้งนี้ การอุทธรณ์ไม่รับประกันว่าจะเปลี่ยนคำตัดสิน

20. รายการตรวจสอบและข้อมูลติดต่อ (Submission Checklist and Contact)

ก่อนส่งบทความ โปรดตรวจสอบว่า

  • บทความสอดคล้องกับขอบเขตวารสาร

  • เป็นไปตามข้อกำหนดความเป็นต้นฉบับและการเผยแพร่ก่อนหน้า

  • ทุกคนอนุมัติต้นฉบับ ลำดับชื่อ และบทบาท

  • ใช้ Template ที่กำหนด

  • ความยาวไม่เกิน 20 หน้า

  • ชื่อเรื่อง บทคัดย่อ คำสำคัญ และข้อมูลผู้ประพันธ์ครบตามข้อกำหนดภาษา

  • เตรียมหน้าชื่อเรื่องแยกและต้นฉบับปกปิดตัวตน

  • คำแถลง CRediT ครบถ้วนและได้รับความเห็นชอบ

  • กรอก Declaration Form ครบถ้วน

  • มีหลักฐานจริยธรรม ความยินยอม และการอนุญาตเมื่อจำเป็น

  • ตรวจสอบตาราง ภาพ เอกสารอ้างอิง และเอกสารเสริมแล้ว

  • ข้อมูลในระบบตรงกับต้นฉบับ

  • ศึกษาค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขแล้ว

สำนักงานวารสาร
Interdisciplinary Academic and Research Journal (IARJ)

ผู้จัดพิมพ์: สถาบันส่งเสริมและพัฒนาวิชาการดอกเตอร์เคน ประเทศไทย
อีเมล: dr.keninstitute@gmail.com
เว็บไซต์: IARJ
ส่งบทความ: ระบบรับส่งบทความออนไลน์

###ปรับปรุงเมื่อ 29 ตุลาคม 2569###