ปัจจัยการจัดการที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย
DOI:
https://doi.org/10.14456/iarj.2022.157คำสำคัญ:
การจัดการ; , ความสามารถในการแข่งขัน; , ผู้ประกอบการ; , อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มบทคัดย่อ
อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของประเทศไทยต้องเผชิญหน้ากับต้นทุนการผลิตซึ่งมีราคาสูงขึ้น จึงทำให้ผู้ผลิตเริ่มย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคอาเซียน จนกระทั่งส่งผลกระทบให้ประเทศเหล่านี้ กลายเป็นคู่แข่งสำคัญของไทย โดยประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้นอย่างชัดเจน ได้แก่ เวียดนาม กับอินโดนีเซีย ผู้วิจัยจึงมีความสนใจในการศึกษาเรื่อง ปัจจัยการจัดการที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย โดยการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย 2) เปรียบเทียบความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยจำแนกตามปัจจัยคุณลักษณะทางธุรกิจ 3) ศึกษาปัจจัยการจัดการที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ตัวแทนของผู้ประกอบการในธุรกิจเครื่องนุ่งห่ม จำนวน 327 คน ใช้แบบสอบถาม โดยมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 0.93 และค่าสัมประสิทธิ์แอลฟารายข้ออยู่ระหว่าง 0.79-0.98 และภาพรวมของแบบสอบถามเท่ากับ 0.87 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียวและการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุ ผลการศึกษาพบว่า 1) ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านสามารถเรียงลำดับค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อยได้ดังต่อไปนี้ ด้านความได้เปรียบทางด้านต้นทุน รองลงมาได้แก่ ด้านการสร้างความแตกต่าง และด้านการมุ่งตลาดเฉพาะส่วน ตามลำดับ 2) ผู้ประกอบการที่มีทุนจดทะเบียน รายได้สุทธิต่อปี และระยะเวลาในการดำเนินกิจการแตกต่างกันมีความสามารถในการแข่งขันแตกต่างกัน 3) ปัจจัยการจัดการร่วมกันอธิบายผลความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยโดยภาพรวมได้ ร้อยละ 58.10 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณาแยกตามรายด้านย่อย พบว่า ด้านการวางแผน ด้านการผลิต ด้านนวัตกรรม ด้านการตลาด มีอิทธิพลทางบวกกับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยภาพรวม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
เอกสารอ้างอิง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. (2557). การจัดทำบัญชีและงบการเงิน. นนทบุรี : กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. กระทรวงพาณิชย์.
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ. (2564). ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 การส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของเวียดนามมีมูลค่า 15,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ. กรุงเทพฯ: กระทรงพาณิชย์.
ก้องเกียรติ บูรณศรี. (2554). แบบจำลองความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างความเป็นผู้ประกอบการขององค์การสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และผลการดำเนินงานของสถานประกอบการอุตสาหกรรมการผลิต. U Academic Review, 9 (2), 146-158.
ชูชีพ เอื้อการณ์. (2557). แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยเพื่อการแข่งขันระดับโลก. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.
ฐานวัฒน์ ฉัตรวิริยานนท์ .(2563).การพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่มไทยอย่างยั่งยืน.ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
ฐิตา เภกานนท์. (2562). ปลดล็อก SMEs ไทย ปรับตัวอย่างไรให้เติบโต บทสรุปจากแบบสำรวจกว่า 2,400 ราย. กรุงเทพฯ: ฝ่ายนโยบายโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย.
ณัฐกานต์ พวงไพบูลย์. (2562). เทคโนโลยีการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย. คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.
ไตรถิกา พิชิตเดช และคณะ. (2557). รายงานการวิจัยการสังเคราะห์งานวิจัยด้านอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.
ธนพล สุขเวสโก .(2561).แนวทางการจัดการอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูปสู่ความยั่งยืน. บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
มานพ ชุ่มอุ่น. (2554). การพัฒนากระบวนการจัดการทางการตลาดในผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้ายทอมือ กรณีศึกษา: กลุ่มผ้าฝ้ายทอมือบ้านดอนหลวง ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่.
มีเดียน จูมะ. (2562). ทฤษฎีความอยู่รอดในมิติของผู้ประกอบการ. [Online] https://pattanieconomy.wordpress.com/2019/06/02. [10 สิงหาคม 2564]
ศูนย์ข้อมูลและดิจิทัลอุตสาหกรรม สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ. (2564). อุตสาหกรรมสิ่งทอกับBCG ECONOMY.โครงการศูนย์สารสนเทศอัจฉริยะอุตสาหกรรมแฟชั่น ปี 2564. กรุงเทพฯ:สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2563). ธุรกิจ SMEโลจิสติกส์ปรับกลยุทธ์รับโอกาสและความท้าทายในยุค 4.0. [Online]: https://www.kasikornresearch.com/TH/K-EconAnalysis/Pages/search.aspx. [20 กรกฎาคม 2563]
สถาบันพัฒนาสิ่งทอ และสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม. (2562). ภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ธันวาคม 2562. กรุงเทพ:สถาบันพัฒนาสิ่งทอ และสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม.
สุดใจ ผ่องแผ้ว และนุจรี ภาคาสัตย์ .(2559). รูปแบบความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการ OTOP ที่เป็น SMEs ในประเทศไทย. Veridian E-Journal Silpakorn University, 9 (3), 1659-1675.
อนุพงษ์ อินฟ้าแสง. (2560). วิจัยศักยภาพการปรับตัวเข้าสู่ตลาดโลกของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่มห่มไทย. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยธนบุรี. 11(26), 104-115.
Berisha & Pula. (2015). Defining Small and Medium Enterprises: a critical review. Academic Journal of Business, Administration, Law and Social Sciences, 1 (1), 17-28. https://iipccl.org/wp-content/uploads/2015/03/Ajbals-17-28.pdf
Chen, H. (2003). Relationships of Teamwork Skills with Performance Appraisals and Salary Information in a Taiwanese. High-performance Work Organization (China).
Fahy, J. (2000), "The resource‐based view of the firm: some stumbling‐blocks on the road to understanding sustainable competitive advantage", Journal of European Industrial Training, Vol. 24 No. 2/3/4, pp. 94-104. https://doi.org/10.1108/03090590010321061
Kotler, P. (2012). Marketing Management. Pearson Education. New Jersey: Prentice Hall.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 พลกฤต โสลาพากุล, สานิต ศิริวิศิษฐ์กุล , ณัฐภัสสร ธนาบวรพาณิชย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





