การพัฒนาชุดยืนเครื่องในการแสดงนาฏศิลป์ไทย
คำสำคัญ:
การพัฒนาชุดยืนเครื่อง , ชุดแต่งกายโขนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนาโดยใช้วิธีการแบบผสมระหว่างวิธีการเชิงคุณภาพและวิธีการเชิงปริมาณมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนากระบวนการประดิษฐ์ชุดยืนเครื่องเพื่อลดต้นทุนในการผลิต ผลการวิจัย พบว่า การทำชุดยืนเครื่องรูปแบบดั้งเดิมทำโดยการลอกลายบนผ้าใช้ดิ้นโปร่งดิ้นขอปักบนลวดลายโดยใช้เวลานานนับเดือนต่อ 1 ชุดการแสดง และต้นทุนสูงส่วนการพัฒนาครั้งนี้กระทำโดย 1) วิเคราะห์ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของชุด เพื่อวางแพทเทิร์นตามขนาดจริงมีการกำหนดเส้นขอบไว้สำหรับการเย็บและทำเส้นประเพื่อตัดชิ้นผ้า2)ออกแบบลวดลายลงบนแพทเทิร์นให้สวยงาม 3) นำรูปแบบที่ได้ไปปรินต์ดิจิทัลลงบนผ้าโดยใช้ผ้าเครปซาตินที่น้ำหนักเบาและสีที่ปรินต์มีความมันวาว 4) ตัดเย็บตามแบบแพทเทิร์นและตกแต่งลวดลายใช้กระบวนการตัดขอบของลวดลายด้วยสีลอยเป็นสีสกรีนผ้า ปิดทับด้วยทองคำเปลว ส่วนด้านในของลวดลายผู้วิจัยเลือกใช้กากเพชรสำหรับงานผ้าเพื่อสร้างความแวววาว ผลการประเมิน 3 ด้าน คือ การออกแบบ การใช้งานชุดยืนเครื่อง และ ประโยชน์โดยรวมของการใช้งานจากกลุ่มผู้ใช้งานจริง และบุคคลที่เกี่ยวข้อง จำนวน 150 คน พบว่าทุกด้านมีค่าระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยภาพรวมมีค่าคะแนนเฉลี่ย 4.70 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.50 อยู่ในระดับคะแนนมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
ณิชาดา ทวีศิลป์. (2562). โขนไทย. กรุงเทพฯ: แฮปปี้คิดส์.
นครินทร์ น้ำใจดี. (2557). โขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ: กระบวนการจัดสร้าง อนุรักษ์ พัฒนารูปแบบ. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร ฉบับภาษาไทย, 34(3), 85-118.
ประวิทย์ ฤทธิบูลย์. (2562). โขนวิทยา: ศาสตร์ ศิลป์ ถิ่นสยาม. กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ล เอ็ดดูเคชั่น.
วุฒิชัย ค้าทวี. (2559). พัฒนาการเครื่องแต่งกายยืนเครื่องละครสวนสุนันทา. (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
ศรัณยู วงษ์กระจ่าง (2554). คนโขน. กรุงเทพฯ: บ้านพระอาทิตย์.
อังคณา ศิริวัฒน์. (2555). สุนทรียภาพในบทโขนเรื่องรามเกียรติ์. (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 มหาวิทยาลัยพะเยา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
Authors are responsible for the content of their manuscripts. The University of Phayao does not necessarily endorse or agree with the views expressed in published articles. Interested parties may reproduce or use the content; however, they must obtain prior written permission from the copyright holder and provide proper citation and acknowledgment.

