การแปลอดีตกาลแบบสมบูรณ์ในภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยโดยใช้กริยาเรียงในวรรณกรรมเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ

  • นพรัตน์ จันทร์โสภา ภาควิชาภาษาตะวันตก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
Keywords: การแปล, อดีตกาลแบบสมบูรณ์, กริยาเรียง, Translation, Past Perfect Tense, Serial Verb

Abstract

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ ศึกษาและจำแนกหมวดหมู่รูปภาษาที่มีโครงสร้างการใช้กริยาเรียงเป็นกลวิธีการแปลโครงสร้างอดีตกาลแบบสมบูรณ์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยระดับอนุพากย์โดยเน้นศึกษาจำเพาะกริยาเรียงที่บ่งชี้ความหมายของอดีตกาลแบบสมบูรณ์ในวรรณกรรมแปลเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ ตามแนวทฤษฎีไวยากรณ์หน้าที่นิยมเชิงแบบลักษณ์ภาษา  

ผลการวิจัยพบว่ามีโครงสร้างการแปลโดยใช้รูปแบบกริยาเรียงที่บ่งอดีตกาลแบบสมบูรณ์ 6 โครงสร้าง ได้แก่กริยาวลี+อยู่, กริยาวลี+กรรม+อยู่..., กริยาวลี+เสร็จ, กริยาวลี+นามเสร็จแล้ว, กริยาวลี+มา และ กริยาวลี+มาแล้ว


The Translation of English Past Perfect Tense with Thai Serial Verbs in Harry Potter and the Chamber of Secrets

Nopparat  Chansopha

Department of Western Languages, Faculty of Humanities, Naresuan University Philanulok, Philanulok 

This article aims at analyzing, studying and categorizing of Thai language construction translated from English to Thai by using serial verb construction in Harry Potter and the Chamber of Secrets. Thai serial verbs indicating Past Perfect Tense construction are mainly focused in this studying, and Functional Typological Grammar is the main theory of the study.

The results are significantly found that there are 6 construction of Thai translation using serial verb construction to indicate the interpretation of Past Perfect Tense: verb + /jʊ/, verb + object + /jʊ/, verb + /sed/, verb+ object+ /sedlæw/, verb + /mɑː/ and verb + /mɑːlæw/.



Downloads

Download data is not yet available.
How to Cite
จันทร์โสภาน. (1). การแปลอดีตกาลแบบสมบูรณ์ในภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยโดยใช้กริยาเรียงในวรรณกรรมเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ. Journal of Humanities and Social Sciences University of Phayao, 1(3), 39-45. Retrieved from https://so03.tci-thaijo.org/index.php/Humanties-up/article/view/42721
Section
Research Article