การพัฒนาแบบประเมินเชิงคุณภาพทักษะพื้นฐานกีฬาแบดมินตัน สำหรับนักศึกษาระดับอุดมศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบประเมินเชิงคุณภาพทักษะพื้นฐานกีฬาแบดมินตัน โดยใช้วิธีการแบบผสมผสาน ได้แก่ การศึกษาวรรณกรรม การวิเคราะห์วิดีทัศน์ การสังเกตภาคสนาม การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ การสนทนากลุ่ม และการทดสอบภาคสนาม กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์เพื่อวางกรอบและวิธีการประเมินทักษะแบดมินตันพื้นฐาน จำนวน 9 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านแบดมินตันที่ประเมินคุณภาพแบบประเมิน จำนวน 7 คน นักศึกษาในกลุ่มทดลองแบบประเมิน (Tryout) กลุ่มเล็ก จำนวน 3 คน และจำนวน 9 คน กลุ่มใหญ่ จำนวน 32 คน รวม 44 คน และนักศึกษาในกลุ่มทดสอบภาคสนาม จำนวน 140 คน จาก 4 มหาวิทยาลัย
ผลการวิจัยพบว่า แบบประเมินที่พัฒนาขึ้นมีค่าความตรง = 0.97 ความเที่ยง = 0.92 ความเป็นปรนัย 0.95 ระดับความยาก 0.62 และอำนาจจำแนก 0.46 เกณฑ์คะแนนรวมคุณภาพทักษะแบดมินตัน 14 รายการ (คะแนนเต็ม 70 คะแนน ค่าเฉลี่ย 38.49 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 11.92) ได้ดังนี้ F = ≤ 20.72 คะแนน D = 20.73 - 26.62 คะแนน D+ = 26.63 - 32.52 คะแนน C = 32.53 – 38.48 C+ = 32.53 - 38.48 คะแนน B = 44.47 - 50.37 คะแนน B+ = 50.38 - 56.38 คะแนน และ A = ≥ 56.39 คะแนน ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าเครื่องมือนี้มีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ประเมินเชิงคุณภาพทักษะพื้นฐานกีฬาแบดมินตันของนักเรียนและนักศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความเหมาะสมและนำไปปฏิบัติได้ การนำไปใช้ในประชากรกลุ่มอื่น ๆ ควรพิจารณาจัดทำเกณฑ์ให้เหมาะสม
สรุป แบบประเมินเชิงคุณภาพทักษะพื้นฐานแบดมินตันที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพในเกณฑ์ เหมาะสำหรับใช้ประเมินเชิงคุณภาพทักษะพื้นฐานกีฬาแบดมินตันสำหรับนักศึกษา และสามารถประยุกต์ใช้ในการประเมินนักกีฬาและตัวอย่างกลุ่มอื่น ๆ ได้ โดยปรับเกณฑ์ประเมินที่เหมาะสม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความคิด ข้อวิพากษ์ในวารสารเป้นสิทธิของผู้เขียน สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไป เพื่อให้เกิดความหลากหลายในความคิดและความสร้างสรรค์
เอกสารอ้างอิง
ณัฐวุฒิ สิทธิชัย. (2556). การพัฒนามาตรฐานวิชาชีพของผู้ฝึกสอนกีฬาแบดมินตัน. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, 12(2), 163–192.
นภพร ทัศนัยนา, และคณะ. (2559). คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาแบดมินตัน. กรุงเทพฯ: กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
นภพร ทัศนัยนา, และวีระพงศ์ บางท่าไม้. (2562). แบบทดสอบทักษะป้อนลูกและเกณฑ์ประเมินสำหรับผู้ฝึกสอนกีฬาแบดมินตัน. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 45(2), 208–220.
Aryapradana, C. A., Cahyono, D., & Buhari, M. R. (2023). Analysis of smash forehand badminton strutting at the age of 9–14 years at Gemilang Badminton Club Samarinda. International Journal of Humanities Education and Social Sciences, 2(4), 1180–1185. https://doi.org/10.55227/ijhess.v2i4.349
Black, P., & Wiliam, D. (1998). Assessment and classroom learning. Assessment in Education: Principles, Policy & Practice, 5(1), 7–74. https://doi.org/10.1080/0969595980050102
Brookhart, S. M. (2018). Appropriate criteria: Key to effective rubrics. Frontiers in Education,
, Article 22. https://doi.org/10.3389/feduc.2018.00022
Muhammad, A., Lebar, O., & Mokshein, S. E. (2018). Rubrics as assessment, evaluation and scoring tools. International Journal of Academic Research in Business and Social Sciences, 8(10), 1417–1431.
Phomsoupha, M., & Laffaye, G. (2014). The science of badminton: Game characteristics, anthropometry, physiology, visual fitness and biomechanics. Sports Medicine, 45(4), 473–495. https://doi.org/10.1007/s40279-014-0287-2
UNESCO. (2015). International charter of physical education, physical activity and sport. United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization. https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000235409