ผลของโปรแกรมฝึกแบบสถานีที่มีต่อความมีระเบียบวินัยและความสามารถ ในการยิงประตูฟุตซอลของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น

Main Article Content

รพีพงศ์ พูลสวัสดิ์
สุธนะ ติงศภัทิย์
บัญชา ชลาภิรมย์
ธานินทร์ บุญญาลงกรณ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบคะแนนความมีระเบียบวินัยและความสามารถในการยิงประตูฟุตซอลของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ก่อนและหลังการทดลองของกลุ่มทดลอง 2) เปรียบเทียบคะแนนความมีระเบียบวินัยและความสามารถในการยิงประตูฟุตซอลของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 ด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 60 คน แบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม ด้วยวิธีการจับคู่ แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 30 คน และกลุ่มควบคุม จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ 1) โปรแกรมฝึกแบบสถานี จำนวน 8 สัปดาห์ (IOC = 0.69) 2) แบบวัดความมีระเบียบวินัย (IOC = 0.85) 3) แบบวัดความสามารถในการยิงประตูฟุตซอล (IOC = 0.95) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยคะแนนด้วยค่าการทดสอบค่าที (T-test)


ผลการวิจัยพบว่า 1) ค่าเฉลี่ยของคะแนนความมีระเบียบวินัย และความสามารถในการยิงประตูฟุตซอลของกลุ่มทดลองหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ค่าเฉลี่ยของคะแนนความมีระเบียบวินัยและความสามารถในการยิงประตูฟุตซอลหลังการทดลองระกลุ่มทดลองมีคะแนนสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปได้ว่าโปรแกรมฝึกแบบสถานีช่วยให้นักเรียนมีระเบียบวินัยและความสามารถในการยิงประตูฟุตซอลดีขึ้นได้

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมพลศึกษา. (2555). คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล. กรุงเทพฯ: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2559). แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2560–2564). กรุงเทพฯ: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.

เจริญ กระบวนรัตน์. (2541). หลักและวิธีการฝึกกีฬา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ณัฐพร สุดดี. (2550). ระเบียบวินัยในวัยเด็กใครว่าไม่สำคัญ. วารสารครุศาสตร์, 35(1), 21–31.

ธรรมชาติ นาคะพันธ์, และสุธนะ ติงศภัทิย์. (2558). ผลของโปรแกรมการฝึกแบบสถานีที่มีต่อความสามารถในการเลี้ยงลูกฟุตบอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. An Online Journal of Education, 10(2), 369–381.

ศิวณัฐ เล่อยิ้ม, และสุธนะ ติงศภัทิย์. (2561). ผลการจัดการเรียนรู้พลศึกษาตามแนวคิดของธอร์นไดค์ที่มีต่อความมีระเบียบวินัยของนักเรียนประถมศึกษา. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 13(4), 358–373.

อดิสันต์ อมรวณิชศักดิ์. (2563). ผลของการฝึกแบบผสมผสานที่มีต่อความสามารถในการยิงประตูของนักกีฬาฟุตซอล (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

Claver, F., Martínez-Aranda, L. M., Conejero, M., & Gil-Arias, A. (2020). Motivation, discipline, and academic performance in physical education: A holistic approach from achievement goal and self-determination theories. Frontiers in Psychology, 11, 1808. doi:10.3389/fpsyg.2020.01808.

Fédération Internationale de Football Association. (2016). Futsal coaching manual. Zurich, Switzerland: Author.

Marheni, E., Purnomo, E., Jermaina, N., Afrizal, S., Sitompul, S. R., Suardika, I. K., & Ardita, F. T. (2021). Discipline levels of junior students during physical education lessons at schools. International Journal of Human Movement and Sports Sciences, 9(4), 635–641. doi:10.13189/saj.2021.090405.

Novianti, D., Mahardika, I. M. S., & Tuasikal, A. R. (2020). Improvement of physical, honesty, discipline and cooperation in class IV elementary school students through circuit training learning model. Budapest International Research and Critics in Linguistics and Education (BirLE) Journal, 3(1), 244–250. doi:10.33258/birle.v3i1.785.

Trad, A. M., Richards, K. A. R., & Wilson, W. J. (2021). Strategies to increase self-, student, and discipline advocacy in adapted physical education. Teaching Exceptional Children, 54(1), 52–62. doi:10.1177/00400599211018838.