ผลของการจัดการเรียนรู้พลศึกษาผ่านรูปแบบซิปปาต่อสมรรถนะการรวมพลัง ทำงานเป็นทีมของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาผ่านรูปแบบซิปปาต่อสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีมของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดย 1) เปรียบเทียบ
ผลการทดสอบสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม ก่อนและหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลอง
2) เปรียบเทียบผลการทดสอบสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีมหลังการทดลองของนักเรียนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน
60 คน ภาคปลาย ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนสาธิตสังกัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จังหวัดกรุงเทพมหานคร การวิจัยครั้งนี้เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Selection) แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน โดยใช้การสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือวิจัย 1) แผนการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้รูปแบบซิปปา จำนวน 8 แผน โดยมีค่า IOC เท่ากับ 0.80 2) แบบประเมินสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม โดยมีค่า IOC เท่ากับ 0.90 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนสมรรถนะการทำงานเป็นทีมของกลุ่มทดลองหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) คะแนนสมรรถนะของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความคิด ข้อวิพากษ์ในวารสารเป้นสิทธิของผู้เขียน สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไป เพื่อให้เกิดความหลากหลายในความคิดและความสร้างสรรค์
เอกสารอ้างอิง
แก้วนภา ทองเทศ และแสน สมนึก. (2565). ผลของการใช้วิธีสอนแบบซิปปาที่มีผลต่อความฉลาดรู้การอ่านและทักษะการทำงานเป็นทีมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนขยายโอกาสในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอ่างทอง. Journal of Education Innovation and Research, 7(1), 294–309.
ทิศนา แขมมณี. (2552). ศาสตร์การสอน (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: ด่านสุทธาการพิมพ์ จำกัด.
พงษ์พิณิจ พรหมเนตร และคณะ. (2567). ผลการจัดโปรแกรมกลุ่มสัมพันธ์กีฬาวอลเลย์บอลที่มีต่อทักษะ การทำงานเป็นทีมและทักษะกีฬาวอลเลย์บอลของนักเรียนวิทยาลัยอาชีวศึกษา. Thai Journal of Health, Physical Education and Recreation, 50(2), 199–207.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2550). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ: แนวคิด วิธี และเทคนิคการสอน 1. กรุงเทพฯ: เดอะ มาสเตอร์กรุ๊ปเมเนจเม้นท์.
วรศักดิ์ เพียรชอบ. (2548). ปรัชญา หลักการ วิธีสอนและการวัดเพื่อประเมินผลทางพลศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิจารณ์ พานิช, และวิมลศรี ศุษิลวรณ์. (2563). ครูเพื่อศิษย์ สร้างการเรียนรู้สู่ระดับเชื่อมโยง. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสยามกัมมาจล.
วิทยา สัตย์จิตร และคณะ. (2562). ผลการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบซิปปาร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องแรงและการเคลื่อนที่ และความสามารถในการทำงานกลุ่มของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มโรงเรียนเครือข่ายเกาะกลางคลองยาง จังหวัดกระบี่. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ, 20(1), 147–161.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). แนวทางการนำสมรรถนะหลัก 5 ประการสู่การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ: สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา. (2559). กรอบทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560–2574). กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
อาภัสรา จอนพุ่ม และคณะ. (2567). ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคการเรียนร่วมกันที่มีต่อทักษะทางสังคมและพฤติกรรมการเรียนในรายวิชาสังคมศึกษาของนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 12(47), 323–333.
Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (1987). Learning together and alone: Cooperative, competitive, and individualistic learning (2nd ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.