การพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ด้วยรูปการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค เอสทีเอดี (STAD) ในรายวิชาตะกร้อสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

Main Article Content

อรรถสิทธิ์ แก้วเฮียง
ปาณิสรา ทัศนัยนา

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ด้วยรูปการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค เอสทีเอดี ในรายวิชาตะกร้อให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 70/70 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
ที่เรียนด้วยเทคนิค เอสทีเอดี กับการเรียนรู้แบบปกติ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการทดลองภายในกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง  กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนโคกคอนวิทยาคม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 30 คน ได้มาจาก การสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม จากห้องเรียน มัธยมศึกษาปีที่ 4/1 และ มัธยมศึกษาปีที่ 4/2 และ ใช้การสุ่มอย่างง่าย แบ่งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมได้กลุ่มละ 15 คน ใช้วิธีวิจัยแบบกึ่งทดลอง โดยใช้รูปแบบวัดผลก่อนเรียนและหลังเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาตะกร้อจำนวน 8 แผน  2) แบบทดสอบความรู้ และ 3) แบบทดสอบทักษะ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  Mann-Whitney U และ สถิติ Wilcoxon rank


            ผลการวิจัยพบว่า 1) โปรแกรมการเรียนรู้ด้วยรูปการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค เอสทีเอดี ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ 70.16/72.09 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 2) ผลการเรียนรู้ของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเฉพาะด้านความรู้เกี่ยวกับกีฬาตะกร้อและทักษะโดยรวม 3) ผลการเปรียบเทียบภายในกลุ่มทดลองพบว่าผลการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ที่ระดับ .05 โดยทักษะที่พัฒนามากที่สุดคือ ทักษะการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านใน รองลงมาคือ ทักษะเข่า ทักษะศีรษะ และทักษะหลังเท้า ในขณะที่กลุ่มควบคุมมีพัฒนาการด้านความรู้เพิ่มขึ้น แต่ทักษะกีฬายังไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ


          สรุปโปรแกรมการเรียนรู้ด้วยรูปการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค เอสทีเอดี ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นในการสอนรายวิชาตะกร้อสามารถช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะด้านความรู้ อย่างไรก็ตามควรขยายระยะเวลาการฝึกฝนทักษะกีฬาให้มากขึ้นเพื่อให้เกิดพัฒนาการที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กนกวรรณ คงมี. (2560). ผลการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD เรื่องการคูณและการหารพหุนามของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโยธินบูรณะ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรามคำแหง].

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว.

เขมณี ทิศนา. (2555). ศาสตร์การสอน: การจัดการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (พิมพ์ครั้งที่ 15). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์. (2556). ปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย.

สัตยาพร แฝงลาภ, และ ณรงค์ฤทธิ์ อินทนาม. (2560). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 15(2), 123–135.

หนึ่งฤทัย ฮาตแสนเมือง. (2562). การพัฒนาทักษะการยิงประตูเนตบอลด้วยเทคนิค STAD ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 13(1), 89–102.

Dyson, B., & Rubin, A. (2003). Implementing cooperative learning in elementary physical education. Journal of Physical Education, Recreation & Dance, 74(1), 44–48.

Dyson, B., & Casey, A. (2012). Cooperative learning in physical education: A research-based approach. London: Routledge.

Gillies, R. M. (2016). Cooperative learning: Review of research and practice. Australian Journal of Teacher Education, 41(3), 39–54.

Hannon, J. C., & Ratliffe, T. (2004). Opportunities to participate and physical activity levels among adolescents in physical education class. Journal of Teaching in Physical Education, 23(2), 202–215.

Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (2009). Making cooperative learning work. New York, NY: Routledge.

Slavin, R. E. (1995). Cooperative learning: Theory, research and practice (2nd ed.). Boston, MA: Allyn & Bacon.