ผลกระทบของพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 ต่อประสิทธิภาพ การดำเนินงานของสโมสรฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 ต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของสโมสรฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวและโอกาสในการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกและการวิเคราะห์เอกสารเพื่อรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้บริหารสโมสร นักกีฬา ผู้สนับสนุน และแฟนคลับ เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบของกฎหมายดังกล่าวต่อการดำเนินงานของสโมสรฟุตบอลในด้านต่าง ๆ
ผลการวิจัยพบว่า การบังคับใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในหลายด้าน ประกอบด้วย ด้านความสำเร็จทางกีฬา ด้านการบริหารจัดการทางการเงิน ด้านการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากแฟนคลับ ด้านการสร้างแบรนด์และความสัมพันธ์กับแฟนคลับ ด้านประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กร และด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการดำเนินงานในระยะยาวข้อเสนอแนะจากการวิจัยนี้คือ ควรมีการทบทวนและปรับปรุงพระราชบัญญัติเพื่อให้ทันสมัยกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจฟุตบอลในปัจจุบัน รวมถึงการพัฒนาระบบการบริหารจัดการและการสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการฝึกอบรมบุคลากรและการสร้างเครือข่ายระหว่างสโมสรและชุมชน เพื่อเพิ่มความยั่งยืนและพัฒนาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวของสโมสรฟุตบอลอาชีพ
ในประเทศไทย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความคิด ข้อวิพากษ์ในวารสารเป้นสิทธิของผู้เขียน สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไป เพื่อให้เกิดความหลากหลายในความคิดและความสร้างสรรค์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2553). แผนยุทธศาสตร์สร้างกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศ (พ.ศ. 2553–2559). กรุงเทพฯ: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2555). แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2555–2559). กรุงเทพฯ: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
กัมโพช ตราชู. (2561). ปัญหาเกี่ยวกับสถานะของสัญญาจ้างนักฟุตบอลอาชีพ. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา. (2567). รายงานการพิจารณาศึกษา: ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการกีฬา. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา.
ธรรมนิตย์ สุมันตกุล. (2557). กีฬากับกฎหมาย. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา.
บรรจบ ภิรมย์คำ, และคณะ. (2564). รายงานผลการศึกษาสภาพปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติ ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556. การกีฬาแห่งประเทศไทย.
พลสิทธิ์ ยางนิยม. (2561). ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสวัสดิการนักกีฬาอาชีพ: กรณีนักฟุตบอล. สารนิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556. (2556, 16 ธันวาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 130(118 ก), 1–18.
ประกาศคณะกรรมการกีฬาอาชีพ. (2561). กำหนดชนิดหรือประเภทกีฬาที่เป็นกีฬาอาชีพ. ราชกิจจา นุเบกษา, 135.
สิทธิพงษ์ ปานนาค, สุนันทา ศรีศิริ, อุษากร พันธุ์วานิช, และ กมลมาลย์ วิรัตน์เศรษฐสิน. (2560). การวิเคราะห์กลยุทธ์การบริหารจัดการองค์กรกีฬา. วารสารคณะพลศึกษา, 20(1), 81–94.
สุนาฏ หาญเพียรพงศ์. (2550). กฎหมายคุ้มครองนักกีฬาอาชีพ. วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Bowen, G. A. (2009). Document analysis as a qualitative research method. Qualitative Research Journal, 9(2), 27–40.
Krippendorff, K. (2018). Content analysis: An introduction to its methodology. Sage Publications.
Krueger, R. A., & Casey, M. A. (2014). Focus groups: A practical guide for applied research. Sage Publications.
Rubin, H. J., & Rubin, I. S. (2011). Qualitative interviewing: The art of hearing data. Sage Publications.