ผลของโปรแกรมการฝึกหนักสลับเบาที่มีต่อความอดทนของระบบหายใจและไหลเวียนโลหิตในนักกีฬาบาสเกตบอลหญิงโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยชัยภูมิ

Main Article Content

วิไลลักษณ์ โนนพล
ณัฐชนนท์ ซังพุก

บทคัดย่อ

การทำวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของโปรแกรมการฝึกหนักสลับเบาที่มีต่อความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตในนักกีฬาบาสเกตบอลหญิงโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยชัยภูมิ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักกีฬาบาสเกตบอลหญิงโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยชัยภูมิ จำนวน 15คน ปี 2567 ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง


            เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือโปรแกรมการฝึกหนักสลับเบาที่มีต่อความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิต ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (IOC) อยู่ที่ 0.8 - 1.00 โดยกลุ่มตัวอย่างทำการฝึกด้วยโปรแกรมหนักสลับเบา เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน ได้แก่ วันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์ เวลา 17.00 – 18.00 น. โดยทำการทดสอบ (20 m) multistage fitness test (Beep test) ก่อนการฝึกโปรแกรมหลังการฝึกโปรแกรมสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึกโปรแกรมสัปดาห์ที่8 ในการวิจัยครั้งนี้ได้นำข้อมูลจากการทดสอบมาวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียววัดซ้ำ (one-way ANOVA analysis of variance with repeated measure) โดยวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและกำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


          ผลการวิจัยพบว่าเมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยผลของการทดสอบ (20 m) Multistage Fitness Test (Beep test) มีค่าเฉลี่ยของความอดทนระบบไหลเวียนโลหิตแตกต่างกัน ก่อนการฝึกหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโปรแกรมฝึกหนักสลับเบาที่มีต่อความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตในนักกีฬาบาสเกตบอลหญิงโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยชัยภูมิ สามารถพัฒนาความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตได้ดีและมีประสิทธิภาพ(เว้นหนึ่งบรรทัด)

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เจริญ กระบวนรัตน์. (2548). หลักการและเทคนิคการฝึกกรีฑา (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ชูศักดิ์ เวชแพศย์. (2524). สรีรวิทยาของการออกกำลังกาย (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล.

เทพฤทธิ์ สิทธินพพันธ์. (2555). การพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนระดับประถมศึกษา. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ธีระศักดิ์ อาภาวัฒนาสกุล. (2552). หลักวิทยาศาสตร์ในการฝึกกีฬา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นนท์ธวัช ยาปะละ. (2563). ผลของโปรแกรมการฝึกแบบหนักสลับเบาที่มีต่อความเร็วของนักกรีฑา. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

สนธยา สีละมาด. (2547). หลักการฝึกกีฬาสำหรับผู้ฝึกสอนกีฬา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สมบัติ อ่อนศิริ. (2561). พลังงานกับการออกกำลังกาย (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: วิสต้า อินเตอร์ปริ้นท์.

สุกฤษฏิ์ ฤทธิธรรม. (2563). ผลของการฝึกแบบหนักสลับเบาในนักกีฬาแบดมินตัน. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สุดาวรรณ วุฒิชาติ. (2565). ผลของการฝึกแบบหนักสลับเบาต่อสมรรถภาพนักกีฬาแบดมินตัน. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 48(1), 24–35.

สุนิษา คชายุทธ. (2562). ผลของโปรแกรมฝึกต่อความอดทนระบบไหลเวียนโลหิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สุรศักดิ์ เขตชัยภูมิ. (2554). ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษา. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Drinkwater, E. J., Hopkins, W. G., McKenna, M. J., Hunt, P. H., & Pyne, D. B. (2007). Modelling age and secular differences in fitness between basketball players. Journal of Sports Sciences, 25(8), 869–878.

Dwyer, J., & Bybee, R. (1983). Heart rate indices of the anaerobic threshold. Medicine & Science in Sports & Exercise, 15(1), 72–76.

FIBA Central Board. (2020). Official basketball rules 2020. Retrieved May 7, 2024, from https://assets.website-files.com/.

Ibáñez, S. J., Sampaio, J., Feu, S., Lorenzo, A., Gómez, M. A., & Ortega, E. (2008). Basketball game-related statistics. European Journal of Sport Science, 8(6), 369–372.

Nakahara, H., Ueda, S.-Y., & Miyamoto, T. (2015). Low-frequency severe-intensity interval training improves cardiorespiratory functions. Medicine & Science in Sports & Exercise, 47(4), 789–798.