การพัฒนารูปแบบการจัดการแข่งขันฟุตบอลเพื่อส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงวัย

Main Article Content

อัยรัสต์ แกสมาน
วิชิต อิ่มอารมย์
วรรณวีร์ บุญคุ้ม

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพและความต้องการในการจัดการแข่งขันฟุตบอลเพื่อส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงวัยในประเทศไทย 2) พัฒนารูปแบบการจัดการแข่งขันฟุตบอลเพื่อส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงวัย และ 3) ประเมินความเหมาะสมของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันฟุตบอลผู้สูงวัย จำนวน 400 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย และผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการแข่งขันฟุตบอลผู้สูงวัย จำนวน 28 คน ได้มาจากการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 428 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และแบบประเมินรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา


          ผลการวิจัยพบว่า สภาพและความต้องการในการจัดการแข่งขันฟุตบอลเพื่อส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงวัยอยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะด้านผู้เข้าร่วมการแข่งขันและการประชาสัมพันธ์ รูปแบบการจัดการแข่งขันฟุตบอลเพื่อส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงวัยที่พัฒนาขึ้นคือ SONG GAME MODEL ซึ่งประกอบด้วย 8 องค์ประกอบ ได้แก่ Spirit, Organization management, Network, Good Game, Goal, Age, Motivation และ Enjoyment ผลการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่ารูปแบบดังกล่าวมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการแข่งขันฟุตบอลเพื่อส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงวัยในประเทศไทยได้อย่างเหมาะสม สรุปได้ว่า SONG GAME MODEL เป็นรูปแบบการจัดการแข่งขันฟุตบอลที่มีความสอดคล้องกับบริบทของผู้สูงวัยสามารถใช้เป็นแนวทางในการจัดการแข่งขันเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยได้อย่างยั่งยืน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิตติศักดิ์ มีเจริญ. (2563). การพัฒนารูปแบบการบริหารกีฬาฟุตบอลชายในสถาบันอุดมศึกษา. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 49(3), 87–102.

กรมพลศึกษา. (2557). คู่มือผู้นำนันทนาการ. กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์.

กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา สำนักการกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2566). รูปแบบการจัดกีฬาเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา สำนักการกีฬา กรมพลศึกษา.

จุฬาลักษณ์ ฟูรูโนะ. (2560). รูปแบบการออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 46(2), 89–102.

เตชภณ ทองเติม. (2563). การจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงวัย. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 49(1), 15–28.

สนธยา สีละมาด. (2557). กิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาวะ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักบริหารการทะเบียน. (2565). ประกาศจำนวนประชากรปี 2565. สืบค้นเมื่อ 8 พฤษภาคม 2565, สืบค้นจาก https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statManu/newstat/sumyear.php.

สุรกุล เจนอบรม. (2532). การเปลี่ยนแปลงของผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: นิชินแอดเวอร์ไทซิงกรุ๊ป. Allen, L. A. (1958). Management and organization. New York, NY: McGraw-Hill.

Archer, M. T., Arnold, P., Davis, C., & Gardner, P. (1977). The international book of soccer. Reno, NV: A & W Publishers.

Ferguson, B. (2014). ACSM’s guidelines for exercise testing and prescription (9th ed.). Journal of the Canadian Chiropractic Association, 58(3), 328.

Hall, R. (1978). Stochastic implications of the life cycle–permanent income hypothesis: Theory and evidence. Journal of Political Economy, 86(6), 971–987.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Nilsson, K. (2019). A sustainable working life for all ages: The swAge model (Doctoral dissertation). Lund University, Lund, Sweden.