ผลการจัดกิจกรรมการประสานงานของตาและเท้าที่มีต่อความสามารถในการยิงประตูฟุตบอลของนักฟุตบอลระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลค่าเฉลี่ยของการยิงประตูฟุตบอลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นก่อนและหลังการทดลอง ของนักเรียนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม 2) เพื่อเปรียบเทียบผลค่าเฉลี่ยของการยิงประตูฟุตบอลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นหลังการทดลอง ระหว่างนักเรียนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือนักฟุตบอลระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น อายุระหว่าง 12-14 ปี โดยใช้วิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 40 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยใช้วิธีการจับคู่ แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 20 คน และกลุ่มควบคุม 20 คน จากการทดสอบการประสานงานของตาและเท้า และการยิงประตูก่อนการทดลอง ซึ่งนักเรียนกลุ่มทดลองได้รับการจัดกิจกรรมการประสานงานของตาและเท้า โดยระยะเวลาในการทำวิจัย 8 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ 1) กิจกรรมการประสานงานของตาและเท้าจำนวน 29 แบบฝึก 2) แบบทดสอบการประสานงานของตาและเท้า 3) แบบทดสอบการยิงประตู หลังสิ้นสุดการทดลอง นำผลค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานมาทดสอบค่าที (t-test) เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนการประสานงานของตาและเท้า การยิงประตู ผลการทดลอง พบว่า 1) ค่าเฉลี่ยการยิงประตูของกลุ่มทดลองหลังการทดลองสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) ค่าเฉลี่ยการยิงประตูหลังการทดลองของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความคิด ข้อวิพากษ์ในวารสารเป้นสิทธิของผู้เขียน สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไป เพื่อให้เกิดความหลากหลายในความคิดและความสร้างสรรค์
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ อันบุรี. (2557). ผลการจัดโปรแกรมการเคลื่อนไหวที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกลไกของนักเรียนชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลเมืองเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
นาทรพี ผลใหญ่. (2545). ผลของการฝึกเสริมด้วยการฝึกเชิงซ้อนที่มีต่อความสามารถในการยิงประตูฟุตบอล [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิพนธ์ กิติกุล. (2527). หลักการเล่นฟุตบอลสมัยใหม่. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์พิทักษ์อักษร.
ประโยค สุทธิสง่า. (2538). ตำราการฝึกและการตัดสินฟุตบอล. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
ปิยานันท์ โสพิน. (2564). ผลการฝึกความสัมพันธ์ของระบบประสาทและกล้ามเนื้อควบคู่การฝึกทักษะที่มีต่อความสามารถของการเดาะตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านในของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 [วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วรศักดิ์ เพียรชอบ. (2548). รวมบทความเกี่ยวกับปรัชญา หลักการ วิธีการสอน และการวัดเพื่อประเมินผลทางพลศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศาสตรา วงศ์บุตรลี. (2551). การสร้างแบบทดสอบทักษะฟุตบอลสำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 ในเขตพื้นที่ การศึกษา จังหวัดชัยนาท ปีการศึกษา 2550 [วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สนธยา สีละมาด. (2560). หลักการฝึกกีฬาสำหรับผู้ฝึกสอนกีฬา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุชาติ จันทร์ดอกไม้. (2555). การสร้างแบบประเมินภาคปฏิบัติทักษะกีฬาฟุตบอลของนักศึกษาวิชาเอกพลศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์. วารสารวิชาการบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครสวรรค์, 7(19), 15–30.
อภิชาติ อ่อนสร้อย และปรีชา ศิริรัตน์ไพบูลย์. (2555). ฟุตบอล. ปทุมธานี: วัน ทู วิชั่นส์.
อุทัย สงวนพงษ์. (2555). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานสุขศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. กรุงเทพฯ: บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว) จำกัด.
Ding, D., & Feng, J. (2014). Analysis of agility and coordination training programs effects on football skills based on comparative experiments. Biotechnology: An Indian Journal, 10(21), 12799–12803.
Marzuki, M., & Sukoco, P. (2018). The exercise method and eye-foot coordination in soccer playing skills for 14–15-year-old players. Journal of Physical Education and Sport, 18(4), 2410–2416.
Stone, K. J., & Oliver, J. L. (2009). The effect of 45 minutes of soccer-specific exercise on the performance of soccer skills. International Journal of Sports Physiology and Performance, 4(2), 163–175.