ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมป้องกันการบาดเจ็บทางการกีฬาของนักกีฬา ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 46 “พลศึกษาเกมส์”
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล การบาดเจ็บทางการกีฬา ความรอบรู้ด้านสุขภาพ การรับรู้สมรรถนะแห่งตน และพฤติกรรมป้องกันการบาดเจ็บทางการกีฬา และ (2) ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมป้องกันการบาดเจ็บทางการกีฬาของนักกีฬา กลุ่มตัวอย่าง คือ นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 46 “พลศึกษาเกมส์” จำนวน 200 คน กลุ่มอย่างได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามปัจจัยส่วนบุคคล ความรอบรู้ด้านสุขภาพ การรับรู้สมรรถนะแห่งตน และพฤติกรรมป้องกันการบาดเจ็บทางการกีฬา ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ และการหาค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างได้รับการบาดเจ็บทางการกีฬา จำนวน 95 คน คิดเป็นร้อยละ 47.5 (เพศชาย 60 คน เพศหญิง 35 คน) การบาดเจ็บชนิดข้อบวม/ข้อเคล็ด ข้อแพลง มากที่สุด (ร้อยละ 14.5) รองลงมาเป็นกล้ามเนื้อฉีกขาด/เอ็นอักเสบ/เอ็นฉีกขาด (ร้อยละ 12.5) กลุ่มตัวอย่างมีความรอบรู้ด้านสุขภาพในระดับเพียงพอและอาจมีพฤติกรรมป้องกันการบาดเจ็บทางการกีฬาได้ มีการรับรู้สมรรถนะแห่งตน และพฤติกรรมป้องกันการบาดเจ็บทางการกีฬาในระดับพอใช้ การรับรู้สมรรถนะแห่งตนและอายุสามารถร่วมกันทำนายความแปรปรวนพฤติกรรมป้องกันการบาดเจ็บทางการกีฬา ได้ร้อยละ 38.60 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมป้องกันการบาดเจ็บทางการกีฬา มากที่สุด คือ การรับรู้สมรรถนะแห่งตนมี (Beta = .615) รองลงมา คือ อายุ (Beta = -.138) ดังนั้น ผู้จัดการทีม ผู้ฝึกสอน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำเป็นต้องให้ความสำคัญต่อการสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตนเรื่องการป้องกันการบาดเจ็บทางการกีฬา ไม่น้อยกว่าการสร้างการรับรู้สมรรถะแห่งตนด้านการฝึกซ้อมและการแข่งขัน
คำสำคัญ : พฤติกรรมป้องกันการบาดเจ็บทางการกีฬา, นักกีฬา, พลศึกษาเกมส์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความคิด ข้อวิพากษ์ในวารสารเป้นสิทธิของผู้เขียน สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไป เพื่อให้เกิดความหลากหลายในความคิดและความสร้างสรรค์
เอกสารอ้างอิง
กนกนันทร์ สุเชาว์อินทร์ กมลชนก ชมจินดา และณัฐพล แสงทอง. (2557). การศึกษาอุบัติการณ์การบาดเจ็บ
ของนักกีฬาฟุตบอลชาย ชุมนุมฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างการฝึกซ้อมและการแข่งขัน. ธรรมศาสตร์เวชสาร, 3(กรกฎาคม–กันยายน), 340-348.
นุกุล นิลวงษานุวัติ. (2548). การศึกษาการบาดเจ็บและเจ็บป่วยของนักกีฬาสถาบันอุดมศึกษาในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 32 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
ปภาวดี โพธิรุกข์. (2563). ลักษณะการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาของนักกีฬาเยาวชน ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 35 “บุรีรัมย์เกมส์”. วารสารโรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 35(1), 43-54.
วัชราพร เชยสุวรรณ. (2560). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: แนวคิดและการประยุกต์สู่การปฏิบัติการพยาบาล. วารสารแพทย์นาวี, 44(3), 183-197.
สนธยา ลีละมาด. (2557). กิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาวะ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). แผนยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2561-2580. สืบค้นเมื่อ 5 เมษายน 2565, จาก https://www.nesdc.go.th/download/document/SAC/NS_PlanOct2018.pdf
สิริภพ โตเสม. (2561). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมกิจกรรมทางกายต่อการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการปฏิบัติกิจกรรมทางกาย ความรุนแรงของอาการข้อเข่าเสื่อมและการทรงตัวในผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อม. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อัจฉรา จิตใจเย็น. (2562). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานในชุมชนแห่งหนึ่ง จังหวัดสมุทรสาคร. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยคริสเตียน.
Bandura, A. (1997). Self-Efficacy: The Exercise of Control. New York: W H Freeman.
Beasley, L., Hoffman, S., & Andelin, R. (2021). Physical Health Literacy of Student–Athletes. Health and Social Care in the Community. Retrieved December, 20, 2023. From https://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/hsc.13251
Eather, N., Wade, L., Pankowiak, A., & Eime, R. (2023). The relationship between sports participation and mental health in adolescents: A systematic review. Journal of Science and Medicine in Sport, 26(1), 1-10.https://doi.org/10.1016/j.jsams.2022.09.003
Jumroenketpratheep, K., Zayar, H., Kaewkul, K., & Chaijenki, K. (2021). Sports Injury and Illness Epidemiology: Thailand Team Surveillance During the 30th Southeast Asian Games. Asian Journal of Sports Medicine, 13(1), e116382/doi:10.5812/asjsm.116382
Kline, R. B., (2011). Principles and Practice of Structural Equation Modelling. (3rd ed.). New York: Guilford Press.
Lhee, S-H., Jain, R., Sadasivam, M. M., Kim, S., Bae, M., Yu, J., & Lee, D. Y. (2021). Sports Injury and Illness Incidence among South Korean Elite Athletes in the 2018 Asian Games: A Single-Physician Prospective Study of 782 Athletes. BMJ Open Sport & Exercise Medicine, 7(1), e000689/doi:10.1136/bmjsem-2019-000689
Malm, C., Jakobsson, J., & Isaksson, A. (2019). Physical activity and sports—real health benefits: A review with insight into the public health of Sweden. Sports, 7(5), 127.
Matsui, N., Washida, K., Shoji, M., Nakaizumi, D., Kitagawa, T., Terada, S., & Uchiyama, K. (2017). Decrease in Self-Efficacy for Exercise at 12 Weeks after Exercise Education in Diabetic Patients. Health, 9(4), 649-656/ DOI: 10.4236/health.2017.94046
McCaffrey, A., Mrazik, M., & Klassen, R. (2014). The Relation between Self-Efficacy, Injury and Fear of Injury among Elite Athletes. British Journal of Sports Medicine, 48(7), 636/doi:10.1136/bjsports-2014-093494.205
Prieto-González, P., Martínez-Castillo, J. L., Fernández-Galván, L. M., Casado, A., Soporki, S., & Sánchez-Infante, J. (2021). Epidemiology of Sports-Related Injuries and Associated Risk Factors in Adolescent Athletes: An Injury Surveillance. International Journal of Environmental Research and Public Health, 8(9), 4857/doi:10.3390/ijerph18094857
Verhagen, E., van Stralen, M. M., & van Mechelen, W. (2010). Behavior, the Key Factor for Sports Injury Prevention. Sports Medicine, 40(11), 899-906/ DOI:10.2165/11536890-000000000-00000
WHO. (2020). WHO Guidelines on Physical Activity and Sedentary Behavior. Retrieved May, 12, 2022. From https://apps.who.int/iris/bitstream/handle/10665/336656/789240015128-eng.pdf?sequence=1&isAllowed=y