ผลของโปรแกรมการฝึกทักษะกีฬายิมนาสติกตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาโปรแกรมการฝึกทักษะกีฬายิมนาสติกตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชลบุรี 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความรู้และทักษะก่อนและหลังเรียน ทั้งภายในและระหว่างกลุ่ม ก่อนและหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาต่อโปรแกรมดังกล่าว กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์
การกีฬาและการออกกำลังกาย ชั้นปีที่ 3 จำนวน 40 คน คัดเลือกแบบเจาะจง แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม 20 คน เรียนแบบปกติ และกลุ่มทดลอง 20 คน เรียนแบบปกติควบคู่กับโปรแกรมฝึกตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน
เป็นเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 3 ชั่วโมง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมฝึก แบบทดสอบความรู้ แบบทดสอบทักษะกีฬายิมนาสติก และแบบประเมินความพึงพอใจ ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือด้วย
ค่า CVI และ IOC ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบค่า t-test สำหรับกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์กัน เพื่อเปรียบเทียบภายในกลุ่ม และ Wilcoxon Signed Ranks Test เพื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม
ผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มทดลองมีคะแนนความรู้และทักษะหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .01) 2) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (p < .01) 3) ค่าประเมินสื่อการเรียนรู้เท่ากับ 1.00 และ 4) ความพึงพอใจของนักศึกษามีค่าเฉลี่ย 4.96 (S.D. = 0.15) อยู่ในระดับดีมาก ซึ่งโปรแกรมการฝึกทักษะกีฬายิมนาสติกตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน สามารถนำไปใช้
ในรายวิชากีฬาที่เน้นการฝึกปฏิบัติ โดยเฉพาะกีฬาที่มีทักษะเฉพาะ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการเรียนรู้
และพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความคิด ข้อวิพากษ์ในวารสารเป้นสิทธิของผู้เขียน สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไป เพื่อให้เกิดความหลากหลายในความคิดและความสร้างสรรค์
เอกสารอ้างอิง
กิตติชัย สุธาสิโนบล. (2558). ห้องเรียนกลับด้าน. สารานุกรมศึกษาศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, (50), 116-128.
จาตุรนต์ มหากนก. (2562). ผลของการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน ที่มีต่อคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านใฝ่เรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนมัธยมศึกษา ตอนต้น. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา), กรุงเทพฯ: คณะพลศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ฐิตินันท์ ดาวศรี พรนภา ทิพย์กองลาด พีรพล เข็มผง, สมเชาว์ ดับโศก สุทธิดา เพ่งพิศวรวัฒน์ วิศรุตไพศาล และจันทรัศม์ ภูติอริยวัฒน์. (2564). แนวทางการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 11(1), 59-74.
ณัฐวรรธน์ สถิราวิวัฒน์ อำนวย สะอิ้งทองจุฑามาศ บัตรเจริญ และสมบัติ อ่อนศิริ. (2561). แนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านสำหรับวิชาพลศึกษา. วารสารศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้, 6(1), 79-92.
ปวรวรรณ แพนเกาะ ณัฐิกา เพ็งลี และนาทรพี ผลใหญ่. (2565). ผลของการออกกําลังกายแบบสถานีในรูปแบบห้องเรียนออนไลน์ที่มีต่อสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพของนักเรียนชายวัยรุ่นอายุ 13-15 ปี. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 48(2), 1-13.
มนัสชนก กองนักวงษ์ และ รุ่งระวี สมะวรรธนะ. (2565). ผลการจัดกาเรียนรู้พลศึกษากีฬายิมนาสติกโดยใช้ หลักการจัดการความปลอดภัยที่มีต่อการป้องกันการบาดเจ็บของนักเรียนประถมศึกษาตอนต้น. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 48(2), 306-318.
วัชรพล วิบูลยศริน. (2557). หลักการออกแบบการสอนบนเว็บตามแบบจำลอง ADDIE เพื่อการสอนสนทนาภาษาไทยเบื้องต้นสำหรับชาวต่างชาติ. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา, 6(12), 192-205.
วารินท์พร ฟันเฟื่องฟู. (2562). การจัดการเรียนรู้ Active Learning ให้สำเร็จ. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ มนุษย์และสังคมศาสตร์, 9(1), 135-145.
ศุภวรรณ วงศ์สร้างทรัพย์, ธีรนันท์ ตันพานิชย์, ฐิติกมลสิริ ลาโพธิ์, วิชนนท์ พูลศรี และ ธนวัฒน์ ชลานนท์. (2564). การพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้ Google Classroom ในรายวิชากิจกรรมพลศึกษา สำหรับนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 47(2), 166-176.
Ferriz-Valero, A., Østerlie, O., Penichet-Tomas, A., & Baena-Morales, S. (2022). The effects of flipped learning on learning and motivation of upper secondary school physical education students. Journal of Frontiers in Education, 1(7), 1-10.
Pitnawati, P., Damrah, D., & Zulbahri, Z. (2019). Analysis of Motivation to Learn and Motion Gymnastics Sequentially Dexterity Primary School Students. International Journal of Research and Innovation in Social Science (IJRISS), 3(8), 233-236.
Roberts, M. M. (2014). Instructional Gymnastics 101: What I Learned from My Year in a Flipped Classroom Bibliography. (Political Science Information Technology), USA: Grand Valley State University.
Spatioti, A. G., Kazanidis, I., & Pange, J. (2022). A comparative study of the ADDIE instructional design model in distance education. Information, 13(402), 1-20.
Zulbahri, Z., Astuti, Y., Sasmitha, W., Pitnawati, P., Erianti, E., Damrah, D., & Rosmawati, R. (2022). The effectiveness of developing gymnastics learning media with the application of teileren and global (ganze) a method based on lectora digital. Linguistics and Culture Review, 6(3), 248-263.