เจตคติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ วิชาพลศึกษาในสถานการณ์โควิด-19
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษาที่มีต่อวิชาพลศึกษา ในสถานการณ์โควิด -19 กลุ่มตัวอย่าง คือนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสาธิตแห่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา จำนวน 263 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถามเจตคติของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีต่อการจัดการเรียนรู้พลศึกษาในสถานการณ์โควิด 19 ทั้ง 6 ด้าน โดยผ่านการตรวจสอบคุณภาพของผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบสอบถามเจตคติ เท่ากับ 0.70 ขึ้นไป และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดเจตคติเท่ากับ 0.97 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และ วิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยเจตคติของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีต่อวิชาพลศึกษาใน สถานการณ์โควิด 19 ระหว่างเพศ ชายและหญิง โดยใช้สถิติ Independent T-test
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชายอายุ 13-14 ปี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้ทบทวนทักษะของวิชาพลศึกษา มีการปฏิบัติกิจกรรมการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬา และกิจกรรมยามว่างคือ ออกกำลังกายในช่วงเย็น 2) เจตคติของนักเรียน มัธยมศึกษาตอนต้นที่มีต่อวิชาพลศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก 3) เจตคติของนักเรียน มัธยมศึกษาตอนต้นที่มีต่อวิชาพลศึกษาในสถานการณ์ โควิด-19 เพศชาย
และเพศหญิงในภาพรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความคิด ข้อวิพากษ์ในวารสารเป้นสิทธิของผู้เขียน สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไป เพื่อให้เกิดความหลากหลายในความคิดและความสร้างสรรค์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญกรุงเทพฯ: คณะอนุกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้ แผนกวิจัย กรมวิชาการ.
กรวิกา คตอินทร์ และคณะ. (2564). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเปิดรับสื่อสังคมออนไลน์ที่มีเนื้อหาเรื่องเพศในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จังหวัดนนทบุรี. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 30(2), 211-222.
กิตติศักดิ์ พ่วงช่อ. (2562). สภาพและปัญหาการจัดการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี, 8(1), 67-76.
จรูญศักดิ์ พันธวิศิษฏ์, ภัทรพร วรรณภักดี, และนุชนารถ พันธุ์วิศิษฎ์. (2565). ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการสอนแบบปกติกับรูปแบบการสอนออนไลน์ที่มีต่อทักษะมวยสากลของนักศึกษาสาขาวิชาพลศึกษาในวิกฤตโรคระบาดโควิด-19. Journal of Rajanagarindra, 19(2), 1-9.
ต่อศักดิ์ แก้วจรัสวิไล. (2564). แนวทางการจัดกิจกรรมการออกกำลังกายในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19). วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 47(1), 14-26.
เนตรดาว ปทุมพร และนวพล นนทภา. (2563). การศึกษาความเชื่อของครูเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อเจตคติทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 14(3), 151-158.
พิชญ์สินี เสถียรธราดล และคณะ. (2564). ผลกระทบของการเรียนออนไลน์ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019: กรณีศึกษานิสิตหลักสูตรการศึกษาบัณฑิตและศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยพะเยา. Journal of SaengKhomKham Buddhist Studies,
(3), 423-439.
วิศรุต ตันติพงศ์อนันต์ และอังคณา ใจเหิม. (2563). เจตคติและพฤติกรรมการค้นคว้าหาความรู้ของนักศึกษาผ่านสื่อสังคมออนไลน์. วารสารพุทธจิตวิทยา, 5(2), 74-86.
ศุภวรรณ วงศ์สร้างทรัพย์ และคณะ. (2565). การพัฒนารูปแบบแอปพลิเคชันเพื่อการเรียนรู้วิชาฟุตบอล. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 48(1), 87-98.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. สำนักนายกรัฐมนตรี. (2544). ครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 1 ภาคเหนือ. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว.
สายรุ้ง เหมือดชัยภูมิ. (2563). ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พลศึกษาในรายวิชากระบี่กระบองที่มีต่อความสนุกสนาน ของนักเรียนระดับประถมศึกษาในกรุงเทพมหานคร. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 46(2), 130-138.
Rusdah, U. (2021). Learning management in the pandemic time Covid-19. Advances in Social Science, Education and Humanities Research, 526(1), 247–253.