ปัจจัยส่วนประสมการตลาดที่มีต่อการตัดสินใจเข้าชมฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ในสนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี ของแฟนบอลทีมสุพรรณบุรี เอฟซี

Main Article Content

ปารามินทร์ ปลอดภัย
สราวุธ ชัยวิชิต

บทคัดย่อ

งานวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาปัจจัยส่วนผสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าชมฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกในสนามกีฬากลาง จังหวัดสุพรรณบุรี ของแฟนบอลทีมสุพรรณบุรี เอฟซี เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและกำหนดแนวทาง ผู้เข้าร่วมในการศึกษาในครั้งเป็นแฟนบอลทีมสุพรรณบุรี เอฟซี ที่เคยเข้าชมเกมในสนามเหย้า จำนวน 384 คน โดยเป็นเพศชาย จำนวน 262 คน (68.20%) และเพศหญิง จำนวน 122 คน (31.80%) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น แบบสอบถามใน แต่ละชุดมีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) ระหว่าง 0.80 – 1.00 และค่าความเชื่อมั่น (Reliability) a = 0.89 โดยมีสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยแบบ Independent sample t – test แบบ ANOVA F-test สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ แบบเพียรสัน (Pearson product-moment correlation.) และทดสอบสมมติฐานโดยใช้สถิติ Chi–Square ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดสำหรับธุรกิจบริการ (7Ps) ทั้ง 7 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านผลิตภัณฑ์ 2) ด้านราคา 3) ด้านสถานที่ให้บริการ 4) ด้านการส่งเสริมการตลาด 5) ด้านบุคลากร 6) ด้านกระบวนการ 7) ด้านลักษณะทางกายภาพ มีค่าในระดับมากที่สุดทุกด้าน 2. ทัศนคติต่อสโมสรที่แตกต่างกัน ทั้ง 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ด้านความเข้าใจ(X̅ =3.53 S.D. =0.80) 2) ด้านความรู้สึก (X̅ = 3.69, S.D. = 0.68) และ 3) ด้านพฤติกรรม (X̅ = 3.22 S.D. = 1.03) โดยทุกด้านมีค่าในระดับมากที่สุดทุกองค์ประกอบ 3. พฤติกรรมการตัดสินใจ พบว่า ด้านตามความถี่ในการเข้าชมฟุตบอล ให้ความสำคัญกับ เข้าชมน้อยกว่า 1 ครั้ง/เดือน มากที่สุด จำนวน 233 คน (60.70%) รองลงมา คือ 1 -2 ครั้ง/เดือน จำนวน 105 คน (27.30%) และ 3–4 ครั้ง/เดือน จำนวน 32 คน (8.30%) ด้านงบประมาณให้ความสำคัญกับ น้อยกว่าหรือเทียบเท่า 300 บาท มากที่สุด จำนวน 175 คน (45.60%) รองลงมา คือ 301–500 บาท จำนวน 143 คน (37.20%) และ 501–700 บาท จำนวน 48 คน (12.50%) ด้านจำแนกตามการเลือกสนามในการเข้าชมให้ความสำคัญกับสนามเหย้าของทีม มากที่สุด จำนวน 88 คน (49.00%) รองลงมา คือ เลือกเฉพาะการเข้าชมในสนามที่ได้รับความสะดวกที่สุด จำนวน 140 คน (36.50%) และเข้าชมทั้งสนามเหย้าและสนามเยือน กับสนามของทีมเยือน จำนวน 28 คน เท่ากัน (7.30%) และด้านบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการเข้าชมให้ความสำคัญกับเพื่อน มากที่สุด จำนวน 160 คน (41.70%) รองลงมา คือ ตัวท่านเอง จำนวน 104 คน (27.10%) และครอบครัว จำนวน 75 คน (19.50%) ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดสำหรับธุรกิจบริการ (7Ps) ทั้ง 7 ด้าน และทัศนคติ ทั้ง 3 องค์ประกอบ มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจเข้าชมฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกในสนามกีฬากลาง จังหวัดสุพรรณบุรี ของแฟนบอลทีมสุพรรณบุรี เอฟซี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05


 

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิตติคุณ บุญเกิด และปรีชา วิจิตรธรรมรส. (2557). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการซื้อผลิตภัณฑ์สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ดของผู้บริโภคในจังหวัดบุรีรัมย์. วารสารจันทรเกษมสาร. 20(38). 125-132.

กิตติภพ สงเคราะห์. (2555). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเข้าใช้บริการร้านอาหารญี่ปุ่น ของผู้บริโภคใน จังหวัดปทุมธานี. การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

เตชิต อภินันท์ธรรม .(2560).ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการเชียร์สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ดของแฟนบอลคนไทย. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

พงษ์พิทยา สมุทรกลิน และอาชวิทธิ์ เจิงกลิ่นจันทน์ (2563) ได้ทำการศึกษาเรื่อง พฤติกรรมการเข้าชมการแข่งขัน

ฟุตบอลไทยลีก กรณีศึกษาสโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด. วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ. 21(3).

-390.

ธนพล พุทธมาลี. 2015. คลับไรเซนซิง. ที่มา www.goal.com/…/18/18479…/Analysis-เจาะทุกคำถาม-คลับ-ไลเซนซิง. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564.

ธีรวุฒิ เอกะกุล. (2543). ระเบียบวิธีวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. อุบลราชธานี : สถาบันราชภัฎอุบลราชธานี.

ศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2541). การบริหารเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: พัฒนศึกษา.

ศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2550). พฤติกรรมผู้บริโภค. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ บริษัท ธีระฟิล์มและ ไซเท็ก จำกัด.

อุทัยวรรณ แก่นสิงห์ และชิณโสณ์ วิสิฐนิธิกิจา. (2017). ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อของที่ระลึกของสโมสรวอลเลย์บอลสุพรีมชลบุรี. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร. 8(1). 52-61.

อติ อนัคฆมณี. (2556). กลยุทธ์ทางการตลาดสาหรับสโมสรฟุตบอลในไทยพรีเมียร์ลีก. การค้นคว้าอิสระปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพมหานคร.

อนิวรรตน์ นุ่มลืมคิด และฉัตรชัย ฉัตรปุณญกุล. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างการส่งเสริมการตลาดและความตั้งใจ

ซื้อสินค้าที่ระลึกของสโมสรฟุตบอลอาชีพในประเทศไทย. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ.

(1). 36-44.

อุษา ศรีไชยา และเทพประสิทธ์ กุลธวัชวิชัย. (2563). ส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการฟิตเนสเซ็นเตอร์ของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนของเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ. 46(1). 270-282.

Christer Thrane. (2001). Sport Spectatorship in SCANDINAVIA: A Class Phenomenon. The International Review for the Sociology of Sport. 36(1). P 149-163.

Hans M. W. and David Shilbury. (1999). Increasing the Focus on “Place” in the Marketing Mix for Facility Dependent Sport Services. Sport Management Review, 1999, vol. 2(1). 1-23.

Kotler, Philip (2000). Marketion Management. New Jersey: Prentice Hall.

Zhang, J. J., Lam, E. T. C., & Connaughton, D. P. (2003). General Market Demand Variables Associated with Professional Sport Consumption. International Journal of Sports Marketing and Sponsorship, 5(1). 24-46.