แนวทางการพัฒนากลยุทธ์การจัดการแข่งขันของสมาคมกีฬาเนตบอลแห่งประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาระบบ กระบวนการ และความคิดเห็นในการจัดการแข่งขันของสมาคมกีฬาเนตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันและกำหนดแนวทางการพัฒนากลยุทธ์การจัดการแข่งขัน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการกีฬา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดจนนักกีฬา ทั้งหมดจำนวน 417 คน แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีทั้งหมด 5 ชุด แบบสอบถามในแต่ละชุดมีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) ระหว่าง 0.80 – 1.00 และค่าความเชื่อมั่น (Reliability) มากกว่า 0.90 ผลการวิจัยพบว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการสมาคมกีฬาเนตบอลฯ มีความคิดเห็นต่อระบบการแข่งขัน มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 3.73 และมีค่า S.D. เท่ากับ 0.45 คณะอนุกรรมการจัดการแข่งขัน คณะกรรมการบริหารสมาคม และผู้ตัดสิน มีความคิดเห็นต่อกระบวนการจัดการแข่งขัน มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 3.60 และมีค่า S.D. เท่ากับ 0.47 ผู้ฝึกสอนและนักกีฬา มีความคิดเห็นต่อกระบวนการจัดการแข่งขัน มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 3.35 และมีค่า S.D. เท่ากับ 0.51 ผู้ชมและผู้เชียร์ มีความคิดเห็นต่อการจัดการแข่งขัน มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 3.31 และมีค่า S.D. เท่ากับ 0.61 และนักกีฬา มีความคิดเห็นต่อการฝึกซ้อมของนักกีฬา มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 3.31 และมีค่า S.D. เท่ากับ 0.58 จากนั้นผู้วิจัยได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์ SWOT ANALYSIS ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ตลอดจนกำหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจของสมาคมกีฬาเนตบอลแห่งประเทศไทย และทำการกำหนดแนวทางกลยุทธ์ในการปรับปรุงการจัดการแข่งขันฯ ดังนี้ 1.กลยุทธ์ระดับองค์การ เป็นการกำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจและวัตถุประสงค์ โดยใช้กลยุทธ์ในการเจริญเติบโต เพื่อสร้างการเจริญเติบโตให้กับสมาคมกีฬาเนตบอลฯ โดยมุ่งเน้นที่ความเชี่ยวชาญในเรื่องของการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ 2.กลยุทธ์ระดับธุรกิจ เป็นการปรับปรุงด้านการแข่งขันกีฬา จึงนำกลยุทธ์ความแตกต่างมาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อให้มีการพัฒนาด้านความสามารถและความรู้ที่มากขึ้น รวมไปถึงเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสมาคมกีฬาและการจัดการแข่งขัน 3.กลยุทธ์ระดับหน้าที่ เป็นกลยุทธ์ที่แสดงความความสัมพันธ์กันและต่างกัน ซึ่งจะกำหนดหน้าที่ทางการตลาด การเงิน การผลิต และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ไว้ การกำหนดกลยุทธ์ระดับหน้าที่จึงมีความสำคัญในการปฏิบัติงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย รวมถึงมีการเสนอแนะและควบคุมงานให้มีการทำงานตามแผนงานอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความคิด ข้อวิพากษ์ในวารสารเป้นสิทธิของผู้เขียน สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไป เพื่อให้เกิดความหลากหลายในความคิดและความสร้างสรรค์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2550). แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2550-2554). กรุงเทพฯ: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2555). แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2555-2559). กรุงเทพฯ: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
กิติศักดิ์ คลังดิษฐ์. (2559). แนวทางการพัฒนาการจัดการแข่งขันกีฬาแฮนด์บอลชายหาดในการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ. ปริญญานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาการจัดการกีฬาและนันทนาการ. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
เนตร์พัณณา ยาวิราช. (2546). การจัดการสมัยใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: เซ็นทรัลเอ็กซ์เพรส.
ณัฏฐพันธ์ เขจรนันท์. (2552). การจัดการเชิงกลยุทธ์ (ฉบับปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ภาวินี ชุ่มใจ. (2565). รูปแบบการบริหารจัดการศูนย์กีฬาในมหาวิทยาลัย. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา
และสันทนาการ. 48(2). 28-41.
สุปราณี ขวัญบุญจันทร์. (2547). เอกสารการฝึกอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาเนตบอล. กรุงเทพฯ: สมาคมกีฬาเนตบอล
สมัครเล่นแห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ.
อภิวัฒน์ ปัญญามี. (2565). แนวทางการพัฒนาบริการทางการกีฬาและการออกกำลังกายในสถาบันพลศึกษา.
วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ. 48(1). 60-74.
Drucker, P. F. (1954). The Practice of Management. New York. Harper & Row.