ผลของโปรแกรมการละเล่นพื้นบ้านไทยแบบวงจรที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพและความคล่องแคล่วว่องไวของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านบางกะปิ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการละเล่นพื้นบ้านไทยแบบวงจรที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพและความคล่องแคล่วว่องไวของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1โรงเรียนบ้านบางกะปิกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนบ้านบางกะปิ สำนักงานเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ได้มาโดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling)จำนวน 84 คนแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มทดลองจำนวน 41 คน กลุ่มควบคุมจำนวน 43 คน กลุ่มทดลองเข้าร่วมการฝึกโปรแกรมการละเล่นพื้นบ้านแบบวงจรที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นและผ่านการพิจารณาคุณภาพเครื่องมือด้านความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน ระยะเวลา 8 สัปดาห์ กลุ่มควบคุมจะเรียนวิชาพลศึกษาตามปกติระยะเวลา 8 สัปดาห์ กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมจะได้รับการทดสอบโดยใช้แบบทดสอบเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายของเด็ก เยาวชน และประชาชนไทย และ แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายของเด็ก (ความคล่องแคล่วว่องไว) ที่สร้างโดยกรมพลศึกษาช่วงก่อนการฝึกและหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติโดยการหา ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ ทดสอบค่า ที Dependent t–test และ Independent t–test
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรมการละเล่นพื้นบ้านไทยแบบวงจร ระยะเวลา 8 สัปดาห์ กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพรายการดัชนีมวลกาย นั่งงอตัวไปข้างหน้า ดันพื้นประยุกต์ ลุก-นั่ง ยืนยกเข่าขึ้นลง วิ่งเก็บของและวิ่งอ้อมหลัก ดีกว่าก่อนการฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05และภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรมการละเล่นพื้นบ้านไทยแบบวงจรกลุ่มทดลองมีสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพรายการนั่งงอตัวไปข้างหน้า ดันพื้นประยุกต์ ลุก-นั่ง ยืนยกเข้าขึ้นลง แตกต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนรายการดัชนีมวลกายและรายการวิ่งเก็บของและวิ่งอ้อมหลัก ไม่แตกต่างกัน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความคิด ข้อวิพากษ์ในวารสารเป้นสิทธิของผู้เขียน สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไป เพื่อให้เกิดความหลากหลายในความคิดและความสร้างสรรค์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ. 2551. กรุงเทพฯ: สุวิริยาสาส์น.
เจริญ กระบวนรัตน์. (2561). วิทยาศาสตร์การฝึกสอนกีฬา (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สินธนาก๊อปปี้เซนเตอร์.
ผะอบ โปษะกฤษณะ และคณะ. (2545). การละเล่นของไทย. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ฉบับอิเล็กทรอนิคส์ โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ. สืบค้น 25 กรกฎาคม 2564, จาก https://www.saranukromthai.or.th/sub/Ebook/Ebook.php?book=13
ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย. (2560). คู่มือสำหรับพ่อแม่ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการดูแลและพัฒนาเด็ก ตอน เด็กวัยเรียน 6-12 ปี. กรุงเทพฯ: ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย.
วรวุฒิ หวังสุข. (2563). ผลของโปรแกรมการฝึกการเคลื่อนไหวแบบผสมผสานผ่านการใช้เทคโนโลยีรหัสคิวอาร์ที่มีต่อความคล่องแคล่วว่องไว ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ศิริพร หน่อไชย. (2549). ผลของการฝึกความแข็งแรงกล้ามเนื้อลำตัวบนพื้นและบนลูกบอลออกกำลังกายต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้องและความคล่องแคล่วว่องไวในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
สำนักนันทนาการ กรมพลศึกษา. (2560). การละเล่นพื้นบ้านไทย. กรุงเทพฯ: กู๊ดอีฟนิ่งติงค์.
สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา. (2555). แบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกาย สำหรับเด็กไทย อายุ 4 – 6 ปี. กรุงเทพฯ: สัมปชัญญะ.
สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา. (2562). แบบทดสอบเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกาย ของเด็ก เยาวชน และประชาชนไทย. กรุงเทพฯ: เวิลด์ เอ็กซ์เพิร์ท.