ปัจจัยที่มีผลต่อความสามารถในการเตะราวน์คิกของนักกีฬาเทควันโดระดับเยาวชน

Main Article Content

ศิรินภา น้อยผล
ฉัตรกมล สิงห์น้อย
นฤพนธ์ วงศ์จตุรภัทร
สุรีพร อนุศาสนนันท์

บทคัดย่อ

        การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสมการทำนายความสามารถในการเตะราวน์คิกของนักกีฬาเทควันโดระดับเยาวชน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักกีฬาเทควันโดเยาวชนไทย เพศชายและเพศหญิงอายุ 15 -17 ปี ที่เข้าร่วมการแข่งขันที่สมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทยให้การรับรอง จำนวน 385 คน ในการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้วิจัยใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามความวิตกกังวลตามสถานการณ์ประยุกต์ ฉบับปรับปรุง (Modified Revised Competitive State Anxiety Inventory-2: MCSAI-2R) จำนวน 12 2) แบบสอบถามความวิตกกังวลในลักษณะทิศทางมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .87 ชุดที่ 2 3) แบบสอบถามความเชื่อมั่นเฉพาะอย่างในการเตะราวน์คิก จำนวน 12 ข้อ 4) แบบบันทึกจำนวน (ครั้ง) ในการเตะราวน์คิกที่เตะที่เข้าเป้าแล้วใช้คะแนนในช่วงการแข่งขัน 5) แบบวัดความยาวช่วงแขนและความยาวช่วงขานักกีฬาเทควันโด (หน่วยวัดเป็นเซนติเมตร) การเก็บรวบรวมข้อมูลของนักกีฬากระทำในช่วงก่อนการแข่งขัน 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ผู้วิจัยทำการวัดความยาวช่วงแขน และความยาวช่วงขาของนักกีฬาเทควันโด และเมื่อนักกีฬาที่ทำแบบสอบถามเสร็จแล้วผู้วิจัยติดตามแล้วทำการบันทึกจำนวนการเตะราวน์คิกของนักกีฬาคนนั้นจนจบการแข่งขัน การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐานและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคุณแบบขั้นตอน (Stepwise-Multiple Regression Analysis) ผลการศึกษาพบว่านักกีฬาเทควันโดระดับเยาวชนมีความยาวของช่วงแขนเท่ากับ 61.18±4.02 เซนติเมตร ความยาวของช่วงแขนเท่ากับ 108.09±5.97 เซนติเมตร  นักกีฬามีระดับความเข้มของความวิตกกังวลทางทางกาย (× = 15.70±3.54) และทางจิตใจ (× = 14.79±3.47) อยู่ระดับปานกลาง ทิศทางของความตกกังวลของร่างกาย (× = -1.246±6.28) และจิตใจ (× = -2.35±5.35) อยู่ด้านในไม่ดี. การวิเคราะห์สหสัมพันธ์มีนับสำคัญที่ระดับ .05 ความมั่นใจเฉพาะอย่างในการเตะราวน์คิก ความยาวของช่วงแขน และประสบการณ์การแข่งขันเป็นตัวแปรที่สามารถใช้ในการทำนายความสามารถในการเตะราวน์คิกของนักกีฬาเทควันโดระดับเยาวชนได้ดังนี้   = -9.268+0.204(X1)+0.076(X4)+0.254(X5).


            ดังนั้นนักกีฬาต้องมีประสบการณ์ในการแข่งขันที่มากขึ้น และพัฒนาความมั่นใจเฉพาะอย่าง และใช้แขนที่มีความยาวในการกะระยะ

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2556). จิตวิทยาการกีฬา. กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชุปถัมภ์.

กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2556). คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาเทควันโดตามหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพผู้ฝึกสอนกีฬาเทควันโด.กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา.

สุพัชรินทร์ ปานอุทัย. (2553). ความเข้มและทิศทางของความวิตกกังวลของนักกีฬาก่อนการแข่งขัน. วิทยาสารกำแพงแสน, 8(1), 32

สุริยัน สมพงษ์ วิมลมาศ ประชากุล และสุพิตร สมาหิโต. (2554). การสร้างแบบวัดความเข้มแข็งทางจิตใจสำหรับนักกีฬาเทควันโด. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา, 11(2), 255-268.

Devenport, T. (1997). Perceptions of the contribution of psychology to success in elite kickboxing. Journal of Sport Sciences and Medicine, CSSI, pp. 99-107.

FALCO C., ALVAREZ O., CASTILLO I., ESTEVAN I., MARTOS J., MUGARRA F., IRADI A., Influence of the distance in a round- house kick's execution time and impact force in Taekwondo, J. Biomech., 2009, Vol. 42(3), 242–248.

LEE S., Frequency analysis of the Taekwondo techniques used in a tournament, J. Taekwondo, 1983, Vol. 46, 122– 130.

Jerzy Sadowski1ACD, Dariusz Gierczuk1BD, Jerzy Miller2BE, Igor Cieśliński. (2012). Success factors in elite WTF taekwondo competitors. SCIENCE OF MARTIAL ARTS, 8(3), pp. 141-146.

Kim, J., Kim, J., Lee, S., Han, K., and Kwon, MS. (2013). ARM MOTIONS FOR DIFFERENT TARGET POSITIONS DURING TAEKWONDO ROUNDHOUSE KICKS. 31 International Conference on Biomechanics in Sports (2013) /Coaching and Sports Activities.

Yun YK, Kim WB, Lim TH. Analytic Hierarchy Process to Examine Factors Influencing Sports Performance. K J Sport Psych. 2006;17(1):1–11.