การบาดเจ็บจากการออกกำลังกายด้วยการเดิน-วิ่งสะสมระยะทาง : กรณีศึกษา KU-CSC Virtual run 2019

Main Article Content

ปาณิสรา ทัศนัยนา
เกรียงไกร พร้อมนฤฤทธิ
ฤกษ์ชัย แย้มวงษ์
ภุชงค์ รุ่งอินทร์
บรรณสิทธิ สิทธิบรรณกุล
อรจิรา วงศ์อาษา

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการออกกำลังกายด้วยการเดิน-วิ่งสะสมระยะทาง  ประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือ ผู้ที่เข้าร่วมโครงการเดิน-วิ่ง สะสมระยะทาง (KU-CSC VIRTUAL RUN 2019) และมีการส่งผลการเดิน-วิ่งสะสมระยะทางจำนวน 879 คน การกำหนดจำนวนกลุ่มตัวอย่าง ใช้ตารางสำเร็จรูปของเครซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, 1970, 607-610) ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 269 คน จากนั้นผู้วิจัยส่งแบบสอบถามออนไลน์ผ่านอีเมล์จำนวน 879 ฉบับ และได้รับแบบสอบถามคืนมาจำนวน 292 ฉบับ ผู้วิจัยจึงวิเคราะห์ข้อมูลด้วยแบบสอบถามจำนวน 292 ฉบับ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


ผลการวิจัยพบว่า ตำแหน่งของอวัยวะภายนอกส่วนบนที่ได้รับบาดเจ็บมากที่สุดคือ ช่วงไหล่ ร้อยละ 7.50 รองลงมาคือ หลังส่วนล่าง ร้อยละ 7.10 ตำแหน่งของอวัยวะภายนอกส่วนล่างที่ได้รับบาดเจ็บมากที่สุดคือ ข้อเท้า ร้อยละ 30.10 รองลงมาคือน่อง ร้อยละ 24.70 ลักษณะของการบาดเจ็บมากที่สุดคือ กล้ามเนื้อระบม/อักเสบ ร้อยละ 22.90 รองลงมาคือ ตะคริว ร้อยละ 13.40 ระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บ มีอาการไม่รุนแรงสามารถเดิน-วิ่งได้ในวันต่อมาร้อยละ 40.4 รองลงมาคือ มีอาการรุนแรงจนต้องหยุดการเคลื่อนไหวและไม่สามารถเดิน-วิ่งได้ในวันต่อมา แต่ไม่ต้องไปรับการรักษา ร้อยละ 8.2 ปัจจุบันมีอาการบาดเจ็บอยู่ร้อยละ 84.2 และไม่มีอาการบาดเจ็บ ร้อยละ 14.4 การบาดเจ็บที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมภายนอกมากที่สุดคือ สถานที่และพื้นถนนไม่เหมาะสม ร้อยละ 52.70 รองลงมาคือ รองเท้าไม่เหมาะสม/ไม่มีคุณภาพ ร้อยละ 46.60 การบาดเจ็บที่เกิดจากตัวผู้เดิน-วิ่งเองทางด้านร่างกายมากที่สุดคือ ลักษณะท่าทางของการเดิน-วิ่ง ร้อยละ 46.90 รองลงมาคือ ความไม่พร้อมด้านร่างกาย ร้อยละ 40.8 ส่วนทางด้านจิตใจมากที่สุดคือ ขาดสมาธิ ร้อยละ 52.1 รองลงมาคือ ความเครียด ร้อยละ 33.2 ผู้เดิน-วิ่งสะสมระยะทาง ผู้เดิน-วิ่งมีการปฐมพยาบาลหลังจากได้รับการบาดเจ็บในช่วง 24 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ หยุดพัก ร้อยละ 57.90 รองลงมาคือ ไม่ทำการรักษาใด ๆ ร้อยละ 31.20 ผู้ให้การรักษา/ฟื้นฟู ส่วนใหญ่ คือ ตัวเอง ร้อยละ 60.10 รองลงมาคือ เพื่อน/ผู้ร่วมงาน/ผู้ใกล้ชิด ร้อยละ 24.00 ระยะเวลารักษาฟื้นฟูโดยประมาณ ส่วนใหญ่คือ น้อยกว่า 1 สัปดาห์ ร้อยละ 81.80  ระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ ร้อยละ 15.80 และ มากกว่า 4 สัปดาห์ ร้อยละ 1.70

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ชาญกิจ คำพวง. (2549).การบาดเจ็บของผู้นำเต้นแอโรบิกในเขตกรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. 2549. ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์. (2543). การปฐมพยาบาลเนื่องจากการบาดเจ็บจากการกีฬา. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช

ประวิทย์ หลักประเสริฐ และณรงค์ ศิริตระกูล. (2554).การออกกำลังกาย: การวิ่งสำหรับคนวัยทำงาน. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 3(2), 107-120.

พวงเพชร์ เหมือนสน. (2555). เอกสารประกอบการเรียน การป้องกันและการปฐมพยาบาล การบาดเจ็บทางการกีฬา. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสุพรรณบุรี.

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 (2562). เทรนด์การออกกำลังกาย “มาแรง” ในปี 2018. สืบค้น 20 สิงหาคม 2562, จาก https://www.ch3thailand.com/news/scoop/10062.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2560). การวิ่งดีมีประโยชน์ วิ่งอย่างไรไม่ทำร้ายสุขภาพ. สืบค้น 20 สิงหาคม 2562, จาก https://www.thaihealth.or.th/Content/39497-การวิ่งดีมีประโยชน์%20วิ่งอย่างไรไม่ทำร้ายสุขภาพ.html.

วิภาวี ลักษณากร รัตนา วิเชียรศิริ และนลินทิพย์ ตำนานทอง. (2551). ความชุกและปัจจัยที่มีผลต่อการบาดเจ็บของนักวิ่งเพื่อสุขภาพในอำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่น. วารสารเวชศาสตร์ฟื้นฟู, 18(2), 42-46.

อรนภา ทัศนัยนา. (2561). เอกสารประกอบการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อสุขภาพ.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนคร.

อรรถพล มงคลภัทรสุข คมศักด์ สินสุรินทร์ ภิญญาดา วารัตนกสมี พรรณนากร สุงนาค และเลอลักษณ์ สุทธิวิริยกุล. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการบาดเจ็บรยางค์ขาในนักวิ่งมาราธอน การศึกษาเชิงสำรวจในกรุงเทพฯ มาราธอน 2013. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา, 18(2), 73-80.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), pp. 607-610.