ประสิทธิผลของโปรแกรมการสอนสุขศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนแกนนำสาธารณสุขโรงเรียนสายน้ำทิพย์

Main Article Content

ฤดีมาศ งามสง่า
อลิสา นิติธรรม
อาคม ทิพย์เนตร

บทคัดย่อ

            การศึกษาวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง (quasi-experimental research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการสอนสุขศึกษาเกี่ยวกับการป้องกัน โรคไข้เลือดออกของนักเรียนแกนนำสาธารณสุข โรงเรียนสายน้ำทิพย์ โดยใช้แบบแผนการทดลองแบบทดสอบก่อนและภายหลังการทดลอง โดยมี 2 กลุ่ม  กลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม จำนวน 50 คน กลุ่มละ 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือโปรแกรมการสอนสุขศึกษาประกอบด้วยเนื้อหาสาระและกระบวนการของรูปแบบ และแบบสอบถามสำหรับรวมรวมข้อมูลที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยตรวจสอบคุณภาพเครื่องมืออยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ เก็บรวบรวมข้อมูล 2 ครั้ง คือก่อนการทดลองและหลังการทดลอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติการทดสอบค่าที (dependent-Samples t-test , independent-Samples t-test) 


ผลการศึกษาพบว่า


  1. ภายหลังการทดลองพบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออก การรับรู้ความรุนแรงของโรคไข้เลือดออก การรับรู้โอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคไข้เลือดออก และพฤติกรรมการปฏิบัติตนในการป้องกันโรคไข้เลือดออก ดีกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

  2. ภายหลังการทดลองพบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยคะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออก การรับรู้ความรุนแรงของโรคไข้เลือดออก การรับรู้โอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคไข้เลือดออก และพฤติกรรมการปฏิบัติตนในการป้องกันโรคไข้เลือดออก ดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2558). คู่มือโรคติดต่อสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. 2, 31-34.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2561). สถานการณ์โรคไข้เลือดออก กรุงเทพมหานคร. สืบค้นเมื่อ 18 กรกฎาคม 2561, จาก http:/www.thaivbd.org.

งานอนามัยโรงเรียนสายน้ำทิพย์. (2560). รายงานโรคติดต่อในสถานศึกษา , 1-15.

ธนัชชา นทีมหาคุณ. (2556). ผลของโปรแกรมสุขภาพในโรงเรียนทีมีต่อการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนชั้นประถมศึกษาสุพรรณบุรี (วิทยานิพนธ์ปริญญาคุรุศาสตร์มหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: สาขาวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นรินทร์ กระจายกลาง. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมในการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนรัฐในอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ชลบุรี: สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา.

รภัทภร เพชรสุข. (2557). ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมในการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนโรงเรียนวัดราชผาติการาม เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: พยาบาลศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต.

วิมล เลาหภิชาติชัย. (2556). ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาโดยประยุกต์ใช้กระบวนการกลุ่มที่มีต่อพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก ของอาสาสมัครสาธารณสุข จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: สาขาวิชาสุขศึกษา, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ศิรินันท์ คำสี และญาดา เรียมริมมะดัน. (2561). ความรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา. วารสารมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติวิชาการ. 22, 43-44.

ศิริเพ็ญ กัลยาณรุจ, มุกดา หวังวีรวงศ์ และวารุณี วัชรเสวี. (2556). แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคไข้เลือดออกเดงกี ฉบับเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี. กรุงเทพฯ: องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.

อัญชลี จันทรินทรากร. (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางสุขภาพกับพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของอาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.)ในเทศบาลตำบลสวนหลวงอำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาคร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: สาขาวิชาการส่งเสริมสุขภาพและสุขศึกษา, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ณัฐวุฒิ ฉิมมา. (2556). ผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพตามทฤษฏีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคที่มีต่อการลดน้ำหนักและเปอร์เซ็นต์ไขมันของนักเรียนที่มีภาวะน้ำหนักเกิน (วิทยานิพนธ์ปริญญาคุรุศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: สาขาวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Rogers, R. W. (1975). A protection motivation theory of fear appeals and attitude change.†Journal of Psychology, pp. 93-114.

World Health Organization. (1997). Dengue hemorrhagic fever: diagnosis, treatment, prevention and control.