การสร้างและวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจความมีน้ำใจนักกีฬา ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในวิชาพลศึกษา โรงเรียนสิงห์บุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในวิชาพลศึกษา โรงเรียนสิงห์บุรี และ 2) เพื่อศึกษาความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในวิชาพลศึกษา โรงเรียนสิงห์บุรี ประชากรคือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 1,495 คน กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 578 คน ที่ศึกษาอยู่ในปีการศึกษา 2565 เครื่องมือวิจัยที่ใช้ 1) แบบสัมภาษณ์ครูพลศึกษาเรื่องของความมีน้ำใจนักกีฬา 2) แบบวัดความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในรายวิชาพลศึกษา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติที่ใช้คือการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (Exploratory factor analysis) ด้วยวิธีการสกัดองค์ประกอบหลัก (Principal component analysis) และหมุนแกนแบบตั้งฉากด้วยวิธี (Varimax)
ผลการวิจัยพบว่า องค์ประกอบความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสิงห์บุรี สามารถทำการวิเคราะห์องค์ประกอบได้ทั้งสิ้น 7 องค์ประกอบ ข้อคำถามบ่งชี้ จำนวน 58 ข้อ โดยทั้งฉบับมีค่าความคงที่ภายใน (Internal Consistency) Cronbach’s alpha coefficient เท่ากับ .974 มีรายละเอียดดังนี้ องค์ประกอบที่ 1 การมีทัศนคติที่ดี การมีน้ำใจ และเห็นคุณค่าของการกีฬา มี 24 ข้อ สามารถอธิบายความ
มีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนได้ร้อยละ 39.701 องค์ประกอบที่ 2 การควบคุมตน มีความอดทนอดกลั้น มี 10 ข้อ สามารถอธิบายความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนได้ร้อยละ 4.939 องค์ประกอบที่ 3 การแสดงความยินดี
และขอโทษด้วยความจริงใจ มี 6 ข้อ สามารถอธิบายความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนได้ร้อยละ 3.045 องค์ประกอบที่ 4 ความซื่อสัตย์สุจริต มี 6 ข้อ สามารถอธิบายความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนได้ร้อยละ 2.653 องค์ประกอบที่ 5 ยึดมั่นกติกา เคารพคำตัดสิน และตั้งใจทำงานอย่างเต็มกำลัง มี 6 ข้อสามารถอธิบายความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนได้ร้อยละ 2.168 องค์ประกอบที่ 6 การเห็นความสำคัญและให้ความร่วมมือกับทีม มี 3 ข้อ สามารถอธิบายความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนได้ร้อยละ 2.057 องค์ประกอบที่ 7 สามารถรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างด้วยอาการสงบ มี 3 ข้อ สามารถอธิบายความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนได้ร้อยละ 1.763 และผลการศึกษาความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนสิงห์บุรี พบว่า นักเรียนมีระดับความมีน้ำใจนักกีฬาอยู่ในระดับ สูง - สูงมาก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความคิด ข้อวิพากษ์ในวารสารเป้นสิทธิของผู้เขียน สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไป เพื่อให้เกิดความหลากหลายในความคิดและความสร้างสรรค์
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
กลิ่นประทุม แสงสุระ. (2550). การสร้างแบบวัดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านความมีน้ำใจนักกีฬาของนักเรียนระดับช่วงชั้นที่ 2. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
จรวยพร ธรณินทร์. (2534). รักลูกให้ลูกเล่นกีฬา. กรุงเทพมหานคร: ต้นอ้อ.
ชาตรี สำราญสุข. (2555). สถานภาพของพลศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษาของภาคกลางในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ถนอมวงศ์ กลิ่นจันทร์หอม. (2541). การสร้างแบบทดสอบวัดเหตุผลเชิงจริยธรรมด้านความมีน้ำใจนักกีฬาสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2542). โมเดลลิสเรล: สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปิยภูมิ กลมเกลียว. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้พลศึกษาตามอุดมการณ์โอลิมปิกเพื่อสร้างเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เพชรน้อย สิงห์ช่างชัย. (2548). หลักการและการใช้สถิติการวิเคราะห์ตัวแปรหลายตัวสำหรับการวิจัยทางการพยาบาล. (พิมพ์ครั้งที่ 3). สงขลา: ชานเมืองการพิมพ์.
ยุทธ ไกยวรรณ์. (2556). การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างด้วย AMOS. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรศักดิ์ เพียรชอบ. (2548). ปรัชญา หลักการ วิธีการสอน และการวัดเพื่อประเมินผลทางพลศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุภมาส อังศุโชติ และคณะ. (2554). สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์และพฤติกรรมการศาสตร์เทคนิคการใช้โปรแกรม Lisrel. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: เจริญดีมั่นคงการพิมพ์.
อเนชา มาสมัคร. (2553). สถานภาพของพลศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษาภาคตะวันตกของประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.