ผลของโปรแกรมการฝึกการเคลื่อนไหวแบบผสมผสานผ่านการใช้เทคโนโลยีรหัสคิวอาร์ ที่มีต่อความคล่องแคล่วว่องไว ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการฝึกการเคลื่อนไหวแบบผสมผสานผ่านการใช้เทคโนโลยีรหัสคิวอาร์ที่มีต่อความคล่องแคล่วว่องไวของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ห้อง 6 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา ได้มาโดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบวิธีสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster sampling) จำนวน 41 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมการฝึกการเคลื่อนไหวแบบผสมผสานผ่านการใช้เทคโนโลยีรหัสคิวอาร์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ซึ่งมีค่าความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 1- 0.71 โดยพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 ท่าน และแบบทดสอบสมรรถภาพทางกายสำหรับเด็กไทยอายุ 7-18 ปี (แบบทดสอบความคล่องแคล่วว่องไว) สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พ.ศ. 2555 ใช้ระยะเวลาในการฝึก 8 สัปดาห์ และทำการทดสอบความคล่องแคล่วว่องไวก่อนและหลังการฝึก นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติโดยการหา ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นอิสระต่อกัน
ผลการวิจัยพบว่า หลังการฝึกด้วยโปรแกรมการฝึกการเคลื่อนไหวแบบผสมผสานผ่านการใช้เทคโนโลยีรหัสคิวอาร์ 8 สัปดาห์ กลุ่มตัวอย่างมีความคล่องแคล่วว่องไวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากผลการวิจัยจึงสรุปได้ว่า โปรแกรมการฝึกการเคลื่อนไหวแบบผสมผสานผ่านการใช้เทคโนโลยีรหัสคิวอาร์ สามารถนำไปใช้ในการสร้างเสริมและพัฒนาสมรรถภาพด้านความคล่องแคล่วว่องไวให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษาได้
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ความคิด ข้อวิพากษ์ในวารสารเป้นสิทธิของผู้เขียน สมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการแห่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเห็นชอบด้วยเสมอไป เพื่อให้เกิดความหลากหลายในความคิดและความสร้างสรรค์
References
กรรวี บุญชัย. (2540). คิเนสิโอโลยีเบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
กัตตกมล พิศแลงาม. (2561). การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีรหัสคิวอาร์สำหรับการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาการสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหมวดวิชาศึกษาทั่วไป. การประชุมวิชาการระดับชาติ ด้านนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้และสิ่งประดิษฐ์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2561 ฉบับวันที่ 18 กรกฎาคม 2561 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี.
จิรากรณ์ ศิริประเสริฐ. (2543). ทักษะและเทคนิคการสอนพลศึกษาในระดับประถมศึกษา.กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เจริญ กระบวนรัตน์. (2557). วิทยาศาสตร์การฝึกสอนกีฬา. กรุงเทพฯ: บริษัท สินธนาก๊อปปี้เซนเตอร์ จำกัด.
______. (2552). ตาราง 9 ช่อง กับการพัฒนาสมอง. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์บริษัทสินธนา ก๊อปปี้ เซ็นเตอร์.
______. (2545). หลักการและเทคนิคการฝึกกรีฑา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ชูศักดิ์ เวชแพศย์ , กันยา ปาละวิวัธน์. (2540). สรีรวิทยาของการออกกำลังกาย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : ธรรกมลการพิมพ์.
ถนอมวงศ์ กฤษณ์เพ็ชร์. (2552). สร้างเด็กไทยให้เต็มศักยภาพด้วยการออกกำลังกาย. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
ไพวัน เพลิดพราว. (2559). การเคลื่อนไหวเบื้องต้น (Basic Movement). คณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอุดรธานี . เอกสารประกอบการเรียนวิชาการเคลื่อนไหวเบื้องต้น.
วนัชพร ไกรราช. (2561). การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคิวอาร์โค้ดเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับสวนพฤกษศาสตร์วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพิจิตร. การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, มหาวิทยาลัยนเรศวร.
วุฒิพงษ์ ปรมัตถากร , อารี ปรมัตถากร. (2537). วิทยาศาสตร์การกีฬา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช.
ศิริรัตน์ หิรัญรัตน์. (2539). กีฬาเวชศาสตร์พื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศรีเรือน แก้วกังวาล. (2553). จิตวิทยาพัฒนาการชีวิตทุกช่วงวัย. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมพล สงวนรังศิริกุล. (2546). ข้อแนะนำการออกกำลังกายสำหรับเด็ก (อายุ 2-12 ปี). นนทบุรี: กองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
สุชา จันทน์เอม. (2541). จิตวิทยาพัฒนาการ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช.
สุพิตร สมาหิโต. (2541). การสร้างแบบทดสอบสมรรถภาพทางกายสำหรับเด็กไทยระดับ ประถมศึกษา. กรุงเทพ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
______. (2541). แบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย, (KASETSART Youth Fitness Test) ภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.
สุรางค์ โค้วตระกูล. (2541). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Brien, W. O., S. Belton and J. Issartel. (2015). “Fundamental movement skill proficiency amongst adolescent youth.” Physical Education and Sport Pedagogy (Online). www.tandfonline.com/doi/pdf/10.1080/17408989.2015.1017451, June 12, 2016.
Buschner, C. A. (1994). Teaching Children Movement Concepts and Skill. Illinois: Human Kinetics.
Johnson, B. L., & Nelson, J. K. (1969). Practical Measurements for evaluation in physical education Kircher, G., Fishburne, G.J. (1995). Physical Education for Elementary School Children. Dubuque: Brow & Benehmark Publishes.
Pasand, F. et al. (2014). “Impact of Traditional Exercises on Perceptual-Motor Development in Elementary School Girl Students.” Indian Journal of Fundamental and Applied Life Sciences 4 (S3): 1297-1302.
Penny,G.D. (1970). A Study of Resistance Running on Speed, Strength Power,Muscular Endurance and Agtility. 31 , 3973-A.
Sanders, S. W. 1992. Designing Preschool Movement Programs. Illinois: Human Kinetics.