การแสวงหาข้อมูลและการใช้ประโยชน์จาก Vlog ออกกำลังกายของเบเบ้ บน YouTube ของผู้รับสาร

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

ทัศนีย์ ดำเกิงศักดิ์
แก้วกัญญา เสวกสุริยวงศ์

摘要

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการแสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับ Vlog ออกกำลังกายของเบเบ้ บนแอปพลิเคชัน YouTube ของผู้รับสาร 2) ศึกษาการใช้ประโยชน์จาก Vlog ออกกำลังกายของเบเบ้ บนแอปพลิเคชัน YouTube ของผู้รับสาร 3) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการแสวงหาข้อมูลกับการใช้ประโยชน์จาก Vlog ออกกำลังกายบนแอปพลิเคชัน YouTube ของผู้รับสาร กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้รับสาร Vlog ออกกำลังกายของเบเบ้ บนแอปพลิเคชัน  YouTube ทั้งเพศชายและเพศหญิง อายุ 18 - 45 ปี จำนวน 440 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน


ผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมการแสวงหาข้อมูลจาก Vlog ออกกำลังกายของเบเบ้ในภาพรวมอยู่ในระดับสูงมาก โดยกลุ่มตัวอย่างมีความถี่ในการรับชม Vlog อย่างสม่ำเสมอเกือบทุกสัปดาห์ และติดตามเนื้อหาใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง การรับชมเกินกว่า 15 นาทีต่อครั้งและตั้งใจดู โดยที่ไม่ข้ามเนื้อหา แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการเลือกสื่ออย่างมีวัตถุประสงค์และมีความตั้งใจสูง 2) กลุ่มตัวอย่างมีการใช้ ประโยชน์จาก Vlog ออกกำลังกายของเบเบ้ในระดับสูงมาก ผู้ชมนำเนื้อหาจาก Vlog ออกกำลังกายของเบเบ้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตารางการออกกำลังกาย การฝึกซ้อมตามท่าที่สาธิต การใช้ Vlog เป็นคู่มือประกอบการฝึก ตลอดจนการสร้างแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง 3) ผลการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างการแสวงหาข้อมูลกับการใช้ประโยชน์จาก Vlog ออกกำลังกายของเบเบ้มีความสัมพันธ์ในระดับสูง (r = .873, p < .01) ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ติดตามเนื้อหาอย่างตั้งใจและสม่ำเสมอ มีแนวโน้มสูงที่จะนำเนื้อหาไปปรับใช้จริง ทั้งในด้านการออกกำลังกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และการแบ่งปันข้อมูลกับผู้อื่น

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

##submission.howToCite##
ดำเกิงศักดิ์ ท., & เสวกสุริยวงศ์ แ. (2026). การแสวงหาข้อมูลและการใช้ประโยชน์จาก Vlog ออกกำลังกายของเบเบ้ บน YouTube ของผู้รับสาร. Journal of Humanities and Social Sciences, Rajapruk University, 12(1), 425–439. 取读于 从 https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rpu/article/view/301455
栏目
Articles

参考

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2567). Thailand Digital Outlook 2567. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.

กรุงเทพธุรกิจ. (2567). คนไทยใช้เน็ตเฉลี่ยวันละ 9 ชั่วโมง 20 นาที. กรุงเทพธุรกิจออนไลน์.

ณัฏฐนันธ์ สุวรรณพินิศ. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างการแสวงหาข้อมูลและความเชื่อถือข้อมูลจากเว็บไซต์ที่มีสื่อผู้บริโภคสร้างเอง (Consumer-generated media) กับการตัดสินใจซื้อ [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ไทยพีบีเอส. (2567). คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตทะลุ 9 ชั่วโมงต่อวัน. Thai PBS Online.

ธนพร ภูมิศักดิ์. (2563). รูปแบบการดำเนินชีวิต การเปิดรับสื่อวีล็อก ความน่าเชื่อถือ และการตัดสินใจท่องเที่ยวของผู้ชมวีล็อก [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ปภาวี ศรีวารี. (2558). การแสวงหาข้อมูล ความไว้วางใจ และทัศนคติของผู้บริโภคที่มีผลต่อความตั้งใจซื้อและการแบ่งปันข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์. วารสารบริหารธุรกิจ, 38(142), 45-63.

พีระ จิรโสภณ. (2556). พฤติกรรมการแสวงหาข้อมูลของนักศึกษาในยุคดิจิทัล. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

รตนดา อาจวิชัย. (2564). ผลของการใช้สื่อใหม่แบบดิจิทัลคอนเทนต์ผ่าน Facebook Page “Healthy Delivery” ต่อการรับรู้และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ. วารสารนิเทศศาสตร์, 39(1), 101-118.

สุพิชฌาย์ ขวัญสิริโสภา. (2568). พฤติกรรมการใช้ประโยชน์และการแบ่งปันข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ของผู้บริโภคหลายเจเนอเรชัน. วารสารการสื่อสารและการจัดการ, 12(2), 77-95.

Äyrämöinen, J. (2025). Social media marketing in fitness: Impact on visibility, branding, and consumer behavior. Journal of Digital Marketing Research, 12(3), 45-62.

Bandura, A. (1977). Social learning theory. Prentice Hall.

Case, D. O. (2007). Looking for information: A survey of research on information seeking, needs, and behavior (2nd ed.). Elsevier.

Donohue, G. A., Tichenor, P. J., & Olien, C. N. (1978). Mass media functions, knowledge and social control. Journalism Quarterly, 55(3), 567-579.

Kapoor, K., Dwivedi, Y. K., Piercy, N. F., & Reynolds, N. (2018). Information seeking in digital environments: A review and research agenda. International Journal of Information Management, 43, 314-327.

Knott, J., & Wildavsky, A. (1980). If dissemination is the solution, what is the problem? Knowledge: Creation, Diffusion, Utilization, 1(4), 537-578.

Lavoie, M., Tremblay, A., & Gagnon, S. (2025). The impact of fitness influencers on physical activity outcomes: A scoping review. International Journal of Health Promotion, 18(2), 101-118.

Nutbeam, D. (2000). Health literacy as a public health goal. Health Promotion International, 15(3), 259-267.