ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารความขัดแย้งกับประสิทธิผลของสถานศึกษา เครือข่ายการศึกษาสุนทรภู่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2
คำสำคัญ:
การบริหารความขัดแย้ง, ประสิทธิผล, เครือข่ายการศึกษาสุนทรภู่บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับการบริหารความขัดแย้งของสถานศึกษาเครือข่ายการศึกษาสุนทรภู่ 2) ระดับประสิทธิผลของสถานศึกษาเครือข่ายการศึกษาสุนทรภู่ และ 3) ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารความขัดแย้ง กับประสิทธิผลของสถานศึกษาเครือข่ายการศึกษาสุนทรภู่ ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสถานศึกษา เครือข่ายการศึกษาสุนทรภู่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 131 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการศึกษาพบว่า 1) การบริหารความขัดแย้ง ในสถานศึกษาเครือข่ายการศึกษาสุนทรภู่ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.38, = 0.88) 2) ประสิทธิผลของสถานศึกษาเครือข่ายการศึกษาสุนทรภู่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2 โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.12, =0.52) 3) ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารความขัดแย้งกับประสิทธิผลของสถานศึกษาเครือข่ายการศึกษาสุนทรภู่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2 โดยรวมมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อยู่ในระดับปานกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01
เอกสารอ้างอิง
ขวัญใจ สอนศิริ. (2550). ความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติงานตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของผู้บริหาร สถานศึกษา
กับประสิทธิผลของโรงเรียนคาทอลิก สังกัดสังฆมณฑล จันทบุรี. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชา
การบริหารสถานศึกษา. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
คาร์ล มาร์กซ์ และ เฟรดริค เองกลส์. (2517). คำประกาศแห่งความเสมอภาค. แปลโดย องค์กรนักศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ : เจริญวิทย์การพิมพ์.
งามตา ธานีวรรณ. (2553). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร. วิทยานิพนธ์
ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารสถานศึกษา. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2553). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย. กรุงเทพฯ: เทพเนรมิตการพิมพ์.
ณัฐยุทธ เต้นปักษี. (2554). ระดับการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด
นครราชสีมา และสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 31. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.
มยุรี สนิทกุล. (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลของสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4. วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา
การเทคโนโลยีการบริหารสถานศึกษา. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
รังสิวุฒิ ป่าโสม. (2556). การบริหารความขัดแย้งกับประสิทธิผลของสถานศึกษา ในอำเภอองครักษ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษานครนายก. วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเทคโนโลยีการบริหารสถานศึกษา
ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
วีรนุช สุทธพันธ์. (2550). การบริหารความขัดแย้งในการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 1. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา.
เพชรบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.
สมศักดิ์ สามัคคีธรรม. (2559). ชาติพันธุและการจัดการความขัดแยงทางชาติพันธุ์. วารสารพัฒนาสังคม, 1(18), 172
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2. (2561). ข้อมูลพื้นฐานทางการศึกษา. สืบค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2561,
อลิษา สุคุณพันธ์. (2555). การบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาสังกัดสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา.
ฉะเชิงเทรา: มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์.
อัจฉรา ลิ้มวงษ์ทอง. (2557). การบริหารความขัดแย้งในองค์การ. กรุงเทพฯ: บุ๊คส์ทูยู.
อุทัย ดุลยเกษม. (2551). ความแตกต่างทางวัฒนธรรม: ผลกระทบและข้อคิดในการจัดการข้ามวัฒนธรรม. วารสารเทคโนโลยี
ภาคใต้, 1(1), 1-4.
Bartos, J. and Wehr, P. (2002). Using Conflict Theory. New York: Cambridge University Press.
Rum, J., Troena, E., Hadiwidjoyo, D. and Surachman, E. (2013). Role Conflict toward Performance (Studies in
Government Budgeting Team at Kendari). International Journal of Business and Management
Invention, 2013(11), 112.
Lewis, A. C. (1956). The Functions of Social Conflict, Glencoe, London: Routledge and Kegan Paul.
Mott, P. E. (1972). The characteristic of effective organization. New York: Harper and Row.
Robbins, S. P. (2001). Organizational Behavior. (9th ed.). New Jersey: Prentice Hall.
Baskett, S. and Miklos, E. (1992). Perspectives of Effective Principals. Saskatchewan Canada: The Canadian
Administrator.
Thomas, J. S. (1991). The Principalship: A reflective practice perspective (2nd ed.).
Needham Heights, MA: Allyn and Bacon.
Thomas, K. W. and Kilmann R. H. (1987). Thomas – Kilmann Conflict Model Interest. New York:
X/COM Incoporated.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว