การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแบบจำลองสำหรับการพยากรณ์อัตราการว่างงานในประเทศไทย พ.ศ. 2564 - 2567

ผู้แต่ง

  • สุรีนาฎ มะโนลา หลักสูตรระบบสารสนเทศทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
  • ธีรภพ แสงศรี หลักสูตรระบบสารสนเทศทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลล้านนา
  • เทวา พรหมนุชานนท์ หลักสูตรระบบสารสนเทศทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลล้านนา

คำสำคัญ:

แบบจำลอง, การพยากรณ์ข้อมูล, อัตราการว่างงาน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการเปรียบเทียบแบบจำลองการพยากรณ์อัตราการว่างงาน ได้แก่ แบบจำลองอารีมา (ARIMA) แบบจำลองโฮลต์–วินเทอร์ส (Holt’s Winters) แบบจำลองเคเนียเรสต์   เนเบอร์ส (K-NN) และการถดถอยเชิงเส้น (Linear Regression) โดยใช้ชุดข้อมูลอัตราการว่างงานของประเทศไทยจากกองบริหารข้อมูลตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นข้อมูลรายจังหวัดจำนวน 77 จังหวัด ครอบคลุมช่วงปี พ.ศ. 2564–2567 เพื่อนำมาประเมินประสิทธิภาพของแบบจำลองและเปรียบเทียบความแม่นยำในการพยากรณ์ ผลการวิจัยพบว่าแบบจำลองอารีมา (ARIMA) มีค่า MAE (Mean Absolute Error) ต่ำที่สุดเท่ากับ 6,658.515 และค่า RMSE (Root Mean Square Error) ต่ำที่สุดเท่ากับ 8,578.801 สะท้อนถึงความคลาดเคลื่อนเชิง     ตัวเลขที่น้อยและมีเสถียรภาพสูง แม้ว่าแบบจำลองโฮลต์–วินเทอร์ส (Holt’s Winters) จะมีค่า MAPE (Mean Absolute Percentage Error) ต่ำที่สุดเท่ากับร้อยละ 4 ซึ่งแสดงถึงความแม่นยำเชิงสัมพัทธ์ที่ดี แต่ยังมีค่า RMSE และ MAE สูงกว่าแบบจำลองอารีมา (ARIMA) ขณะที่แบบจำลองเคเนียเรสต์เนเบอร์ส (K-NN) มีค่า MAPE อยู่ในระดับปานกลางที่ร้อยละ 6 แต่มีค่า RMSE สูงมากเท่ากับ 62,036.073 แสดงถึงความไม่เสถียรของการพยากรณ์ ส่วนการถดถอยเชิงเส้น (Linear Regression) แม้จะมีค่า MAPE เท่ากับร้อยละ 0 แต่กลับมีค่า RMSE และ MAE สูงที่สุดอย่างผิดปกติ สะท้อนถึงปัญหาการเรียนรู้เกินชุดข้อมูล (Overfitting) และไม่เหมาะสมต่อการใช้งานจริง ดังนั้น แบบจำลองอารีมา (ARIMA) จึงเป็นแบบจำลองที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพยากรณ์อัตราการว่างงานของประเทศไทยในงานวิจัยนี้

เอกสารอ้างอิง

กองบริหารตลาดแรงงาน. (2567). สถิติความต้องการแรงงานรายจังหวัด. สืบค้น 28 สิงหาคม 2567. https://www.doe.go.th

ฐาปณีย์ บุญชอบ. (2563). เข้าใจ CRISP-DM ฉบับเร่งรัด. สืบค้น 20 มีนาคม 2567. https://kamboonchob.medium.com

วรางคณา กีรติวิบูลย์. (2559). การพยากรณ์จำนวนผู้ว่างงานในประเทศไทย. Asian Health, Science and echnology Reports (AHSTR). 24(1), 102–114. https://ph03.tci-thaijo.org/index.php/ahstr/article/view/1893

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2566). รายงานการศึกษาค่าคาดการอัตราการว่างงานของประเทศไทย. สืบค้น 28 สิงหาคม 2567. https://www.nso.go.th/public/e-book/Analytical-Reports/Report_Unemployed_2566/66/

Box, G. E. P., Jenkins, G. M., Reinsel, G. C., & Ljung, G. M. (2015). Time Series Analysis: Forecasting and Control (5th ed.). Wiley.

Cover, T., & Hart, P. (1967). Nearest neighbor pattern classification. IEEE Transactions on Information Theory. 13(1), 21–27. https://ieeexplore.ieee.org/document/1053964

Hyndman, R. J., & Athanasopoulos, G. (2021). Forecasting: Principles and Practice (3rd ed.). OTexts.

Khanthavit, A. (2021). A causality analysis of lottery ambling and Unemployment in Thailand. Journal of Asian Finance Economics and Business. 8(8), 149–156. https://www.koreascience.kr/article/JAKO202120953711352.pdf

Mahipan, K., Chutiman, N., & Kumphon, B. (2013). A forecasting model for Thailand’s unemployment rate. Modern Applied Science. 7(7), 10–16. https://doi.org/10.5539/mas.v7n7p10

Montgomery, D. C., Peck, E. A., & Vining, G. G. (2012). Introduction to Linear Regression Analysis (5th ed.). Wiley.

Zhou, Z. (2023). Research of the influencing factors on unemployment rate. Highlights in Business, Economics and Management. 5, 134–141. https://doi.org/10.54097/hbem.v5i.5040

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-23

รูปแบบการอ้างอิง

มะโนลา ส. . ., แสงศรี ธ. . ., & พรหมนุชานนท์ เ. . (2025). การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแบบจำลองสำหรับการพยากรณ์อัตราการว่างงานในประเทศไทย พ.ศ. 2564 - 2567. วารสารเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม, 24(2), 61–75. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/oarit/article/view/296740

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย